
Unseen Nakhon Phanom สุดว้าวตระการตา…อุโมงค์ไฟยาวสุดในประเทศ ม่วนซื่นส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ท้า นทท.โต้ลมหนาวริมแม่น้ำโขงพร้อมรับโชคจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช
26 ธ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากริมแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนม ว่า ในคืนวันที่ 25 ธันวาคม 2564 บรรยากาศการท่องเที่ยวตลอดแนวถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นวันคริสต์มาสคึกคักไปด้วยประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมาเที่ยวชมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวงานวันคริสต์มาส และเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2564 ต้อนรับปีใหม่ 2565 จัดขึ้นโดยจังหวัดนครพนมร่วมกับเทศบาลเมืองนครพนม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะมีการเปิดอุโมงค์ไฟพราวแสงระยิบระยับเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ความยาวกว่า 400 เมตรถือว่าเป็นอุโมงค์ไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นอันซีนนครพนม (Unseen Nakhon Phanom) ที่สร้างสีสันสุดว้าวสวยงาม ประทับใจแก่นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมยิ่งนัก จึงจะเห็นว่ามีการถ่ายภาพเซลฟี่เป็นที่ระลึกอย่างสนุกสนานและครื้นเครง
นอกจากนี้เทศบาลเมืองนครพนมโดยนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีได้เนรมิตถนนสุนทรวิจิตรเปิดเป็นถนนคนเดินระยะทางยาว 1 กิโลเมตรเศษ เพื่อให้ประชาชน ได้นำผลิตภัณฑ์สินค้า อาหารหลากหลายเมนูทั้งไทย จีน เวียดนาม ยุโรป และอีสานมาจัดจำหน่าย เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจัดงานไปจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2565 อีกทั้งประชาชนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโต้ลมหนาวที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงจังหวัดนครพนมแล้ว นอกจากจะได้ชมความงดงามของอุโมงค์ไฟยาวสุดในประเทศรวมถึงถนนคนเดิน และหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2503 โดยชาวเวียดนามได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์แก่ชาวนครพนม เมื่อคราวย้ายกลับปิตุภูมิประเทศเวียดนาม จึงเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองนครพนม ที่นักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจะไม่พลาดที่จะต้องมาถ่ายรูปเช็คอินกันตรงจุดนี้ บนถนนเส้นเดียวกันนี้ยังได้กราบไหว้ขอพรองค์พญาศรีสัตตนาคราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลโชคลาภแก่ผู้คนมานักต่อนัก เพื่อความเป็นสิริมงคลช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อีกด้วย
ทั้งนี้ทางจังหวัดนครพนมโดยนายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้กำชับหน่วยงานด้านสาธารณสุข มีมาตรการในการตรวจสอบคัดกรองประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวชมงานอย่างเข้มงวด ซึ่งเทศบาลเมืองฯร่วมกับสาธารณสุขอำเภอฯ ตั้งจุดคัดกรองรวม 4 จุด และประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์โควิดคลี่คลาย จังหวัดนครพนมมีการจัดงานเทศกาลมาแล้ว 2 ครั้ง คือ 1.ประเพณีออกพรรษาและไหลเรือไฟ 2.ลอยกระทง โดยทั้งสองงานผ่านพ้นไปด้วยดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง
ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

