
14 ต.ค.64-ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งท้องถิ่น ชิงนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) รวมถึงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค.2564 ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอโดยมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณากรอบระยะเวลาที่เหมาะสม โดยกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 28 พ.ย.2564 พร้อมกันทั่วประเทศ โดยในพื้นที่จังหวัดนครพนมเป็นไปอย่างคึกคักไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม(กกต.นครพนม) ได้ให้องค์การบริหารส่วนตำบลในแต่ละตำบลเปิดรับสมัคร นายก อบต. และ ส.อบต.ที่หมดวาระลงตามกฎหมาย จำนวน 81 แห่ง ในพื้นที่ 12 อำเภอ
จากการตรวจสอบข้อมูลพบผู้สมัครนายก อบต. ทั้งแชมป์เก่าหรืออดีตแชมป์ และผู้สมัครหน้าใหม่หน้าเก่า ส่วนใหญ่จะเป็นคนในสังกัด หรือคนสนิทของนักการเมืองระหว่าง 2 พรรคใหญ่ คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย เป็นการชิงฐานเสียงการเมืองท้องถิ่น ที่จะเป็นการต่อยอด สร้างฐานคะแนนในการเลือกตั้งสนามใหญ่ของผู้แทนราษฎรในสมัยหน้า โดยกระแสพรรคเพื่อไทยยังคงมาแรง เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนครพนม เป็นฐานที่มั่นอีกแห่งของพรรคเพื่อไทยมายาวนาน ตั้งแต่เป็นพรรคความหวังใหม่ ก่อนจะยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน กระทั่งมาเป็นพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน
จากการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา มีการแบ่งเขตเลือกตั้งรวม 4 เขต พรรคเพื่อไทยกวาด ส.ส.ได้ 3 เขต ส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส. 1 เขต และยังได้รับกระแสต่อต้านกรณีไปร่วมรัฐบาล เนื่องจากในช่วงหาเสียงประกาศว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งการเลือกตั้งชิงนายก อบต. และ ส.อบต.ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการชี้วัดถึงคะแนนนิยมของทั้ง 2 พรรคใหญ่ ที่อาจจะมีผลต่อการเลือกตั้งสนามใหญ่สมัยหน้า ทั้งนี้ ทาง กกต.นครพนม เผยเบื้องต้นว่าพรรคการเมืองสามารถสนับสนุนผู้สมัครได้ในนามพรรคได้ แต่ผู้แทนและเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถที่จะช่วยหาเสียงได้ ถือว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง
นายสมพล พงษ์พิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า การเลือกตั้ง นายก อบต. และ ส.อบต. ในพื้นที่จังหวัดนครพนม หมดวาระลงรวม 81 แห่ง เปิดรับสมัครเลือกตั้งระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค.2564 โดยตั้งแต่การรับสมัครวันแรกถือว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีการวางมาตรการควบคุมโรคโควิดทุกจุด มั่นใจ กกต.มีความพร้อมในการรับสมัครทุกแห่ง สิ่งสำคัญฝากไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่ง ทั้ง นายก อบต. และ ส.อบต. จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ห้ามหาเสียงด้วยวิธีการรื่นเริง รวมถึงการซื้อสิทธิขายเสียง
“ในส่วนของพรรคการเมืองสามารถให้การสนับสนุนได้ในนามพรรค แต่จะต้องได้รับอนุญาตจากทางกรรมการบริหารพรรค ในการสนับสนุนผู้สมัคร แต่ในส่วนของนักการเมืองที่มีตำแหน่ง รวมถึงผู้แทนหรือ ส.ส. ไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถที่จะช่วยหาเสียงได้ เพราะผิดกฎหมายเลือกตั้ง ฝากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลรายชื่อสิทธิการเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 28 พ.ย.นี้ หากมีความจำเป็นไม่สามารถที่จะไปใช้สิทธิได้ จะต้องแจ้งเหตุผลต่อนายทะเบียนก่อนหรือหลัง 7 วัน จะได้ไม่เสียสิทธิ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา
พท.รอวิป3ฝ่าย สว.บี้ปธ.มงคล แก้รัฐธรรมนูญ
“เพื่อไทย” ยังกั๊กที่มา ส.ส.ร. รอถกวิปสามฝ่ายก่อน ส่วน “พริษฐ์” กอดคำหารือตุลาการรัฐธรรมนูญแน่น บอกเป็นข้อมูลใหม่
'เรืองไกร' ยื่นร้องยุบพรรคประชาชน จี้ กกต. สอบเส้นเงินบริจาคโยงขบวนการ Forex
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัท เพย์โซลูชั่น
เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง
น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง
ซํ้ารอย‘ประชามติ’ ชี้คำปรึกษาไม่ใช่คำวินิจฉัย/จับตาลงมตินิรโทษฯ
ปธ.วิปรัฐบาลดักทางฝ่ายค้าน ขอพบประธานศาล รธน. หวั่นความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยซ้ำรอยปมประชามติจะแพ้ฟาวล์ทั้งกระบวนการ “พท.” เสียงแตกหวั่นเลือก ส.ส.ร.ทางตรงแล้วมีปัญหา
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์เมื่อคดีฮั้ว สว. บอกเราว่าปัญหาอาจไม่ใช่ 'คนโกง' แต่เป็น 'ระบบที่ชวนให้โกง'
นักวิชาการอิสระชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ใครโกง แต่คือ ระบบถูกออกแบบมาอย่างไร จึงทำให้การโกงเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบ ดังนั้นหากสังคมไทยต้องการปิดช่อง ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง สิ่งที่ควรถูกหยิบขึ้นมาปฏิรูปมีอย่างน้อย 5 เรื่อง

