
เตรียมสถาปนาพื้นที่คุ้มครองชุมชนกะเหรี่ยงบ้านแม่ปอคี หวังเปลี่ยนทัศนคติต่อวิถีชีวิตคนบนดอย นักวิชาการชี้เป็นการรักษาทุนทรัพยากร-วัฒนธรรมไม่ให้ถูกทำลาย-เป็นโมเดลเชื่อมโลกชาติพันธุ์และโลกร่วมสมัย
23 เม.ย.2567 - นายประหยัด เสือชูชีพ กลุ่มเยาวชนบ้านแม่ปอคี อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เปิดเผยว่าในวันที่ 26 เมษายน 2567 ชุมชนบ้านแม่ปอคีจะจัดงานสถาปนาพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์บ้านแม่ปอคี (ขุนแม่เหว่ย) เพื่อรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนไว้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเก็บข้อมูลศึกษาวิจัยพบว่าการทำไร่หมุนเวียนแปลงใหญ่ของชาวบ้านเป็นการรบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด ที่สำคัญคือทำให้ง่ายต่อการบริหารจัดการและเป็นการทำงานกันแบบเครือญาติโดยการ “เอามื้อ” กัน ได้พูดคุยกันและได้เห็นรอยยิ้มกัน นอกจากนี้การทำไร่หมุนเวียนแบบแปลงรวมนี้ยังช่วยสะดวกในเรื่องการจัดการไฟและใช้เวลาสั้นๆในการเผา
“เราคาดหวังว่าการประกาศเขตวัฒนธรรมครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนแปลงทัศนคติในทางลบที่มีต่อชุมชนและก่อให้เกิดความเข้าใจและเห็นใจในวิถีวัฒนธรรมของคนปกาเกอะญอ เราอยากให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและชุมชน และมีการสร้างเศรษฐกิจให้ชุมชนอยู่ได้” นายประหยัดกล่าว
ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่าการประกาศพื้นที่คุ้มครองของชุมชนแม่ปอคีครั้งนี้ เป็นความรู้สึกของชาวบ้านที่อยากจะให้มีพื้นที่เขตวัฒนธรรม ไม่ใช่ว่าชาวบ้านต้องการสิทธิพิเศษเหนือกว่าใคร แต่เขาต้องการการปกป้องคุ้มครองทุนทางทรัพยากร ทุนวิถีวัฒนธรรมที่เขามี ไม่ให้ถูกภายนอกเข้ามากระแทกทำลายจนไม่เหลือ เพราะถ้าไม่เหลือทุนชาวบ้านก็ต้องพึ่งพาภายนอก 100% ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งความรู้ต่างๆ
“การประกาศเขตวัฒนธรรมพิเศษเป็นการปกป้องทุนของชุมชน ปกป้องสิทธิให้ชุมชนได้อาศัยทุนในการพัฒนาและยกระดับวิถีชิวิตของตนเองในอนาคตได้ และจะเป็นพื้นที่ต้นแบบ พื้นที่เรียนรู้ โดยเฉพาะใน จ.ตาก ที่เป็นพื้นที่ชายแดน เราได้แหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม กรณีศึกษาที่เป็นรูปธรรมในการคุ้มครองและพัฒนาต่อยอดวิถีชีวิตชาติพันธุ์ที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับยุคสมัย การประกาศพื้นที่นี้ไม่ใช่การแช่แข็งชุมชนให้กลับไปอยู่เหมือนอดีต เราจะปรับจะเปลี่ยนอย่างไร ตามความเหมาะสม ตามสถานการณ์ ตามเวลา แต่ไม่ใช่ถูกกำหนดจากข้างนอก” ผศ.สุวิชาน กล่าว การประกาศนี้เป็นการเชื่อมโลกของชาติพันธุ์กับโลกร่วมสมัย เป็นโมเดลของการพัฒนาเชิงบูรณาการ
ผศ.ดร.สุวิชานกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการทำวิจัยซึ่งเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน ให้เป็นเครื่องมือสื่อสารเรื่องราวของตนเอง พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เดิม ข้อค้นพบในงานวิจัยที่เยาวชนทำ คือ การจัดการทรัพยากรในพื้นที่ สัดส่วนใกล้เคียงกันคือที่อยู่อาศัยที่ทำกิน 52% และอีก 48% เป็นพื้นที่อนุรักษ์ เก็บข้อมูลประวัตศาสตร์โดยชุมชนอยู่มา 423 ปี ระบบการจัดการ การอนุรักษ์พื้นที่ป่าเป็นความสมดุลของการใช้และการดูแล
“เราเห็นว่าความมั่นคงทางอาหารที่ดำรงอยู่ได้ คือวิถีเกษตรแบบไร่หมุนเวียน ชุมชนเพาะปลูกพืชต่างๆ ในไร่หมุนเวียนถึง 80 กว่าชนิด บางชนิดกินได้ 3 เดือน บางชนิดปลูกเดือนเมษายน กินได้พฤษภาคมก็หมด แล้วมีพืชอื่นเกิด บางชนิดกินไปได้ถึงธันวาคม มีนาคม เมษายน เช่น เผือก มัน ปลูกครั้งเดียวได้กินทั้งปี แล้วพอรอบใหม่ก็ปลูกใหม่ เป็นวงจรความมั่นคงทางอาหารในไร่หมุนเวียน” ผศ.สุวิชาน กล่าว
อาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกล่าวว่า เราทำเรื่องของการเรียนรู้ร่วมกัน โลกเปลี่ยน ถนนเข้ามา เทคโนโลยีเข้ามา เราทำอย่างไร โดยพบว่าฐานทุนของชุมชนเป็นฐานสำคัญในการที่ทำให้ปรับตัวเพื่อเท่าทัน เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไร่หมุนเวียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายคุ้มครอง 'กลุ่มชาติพันธุ์' ในวันที่หมอกควันแห่งอคติยังกดทับ
นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เผยแพร่บทความเรื่อง กฎหมายคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในวันที่หมอกควันแห่งอคติยังกดทับ มีเนื้อหาดังนี้
‘หมอวีระพันธ์’ ชวนประชาชนร่วมบริจาค ช่วย รพ.อุ้มผาง หลังวิกฤตขาดงบประมาณหนัก
"สว.หมอวีระพันธ์" รุดช่วย รพ.อุ้มผาง หลังวิกฤตขาดงบประมาณหนัก ชวนประชาชนร่วมบริจาคต่อลมหายใจระบบสาธารณสุขชายแดน
เผยเหตุชายแดน จ.ตาก ขาดแคลนน้ำมันหนัก ชาวบ้านตามประกบรถน้ำมันหวังได้เติมที่ปั๊ม แต่กลับขนไปส่งออก
"ชัยวุฒิ" เผยเหตุ 5 อำเภอชายแดนตากขาดแคลนน้ำมันหนักแม้แต่รถอีแต๊กอีแต๋นยังต้องเติม “ไฮพาวเวอร์” ลิตรละกว่า 40 บาท ขณะที่ชาวบ้านตามประกบรถน้ำมันหวังได้เติมที่ปั๊มแต่กลับขนไปท่าข้ามเตรียมส่งออก
ปั๊มแม่สอดประเดิมกลับสู่ปกติ! ไร้คนต่อคิว-น้ำมันมีทุกชนิด
ปั๊มน้ำมันที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด. จ.ตาก เริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนเดินทางมาเติมน้ำมันโดยไม่มีการต่อคิวยาว

