
ครบ 8 ปีกำเนิดแลนด์มาร์กพญานาค จากพลังศรัทธาสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก ถือฤกษ์บวงสรวงวันที่ 7 เดือน 7 ทุกปี พานบายศรีสูงสุดในประเทศ และนางรำ 9 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ
7 ก.ค.2567 – ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา 8 ปีเต็ม และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ จ.นครพนม หลังมีการผลักดันก่อสร้างแลนด์มาร์คริมแม่น้ำโขง ต่อมากลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งใหม่ของ จ.นครพนม รวมถึงเป็นการสร้างสัญลักษณ์เมือง ทำให้เศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ภายใต้ความเชื่อเกี่ยวกับองค์พญานาค ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อ ที่ดูแลปกปักษ์รักษาแถบลุ่มน้ำโขง
โดยมีการวางแผนออกแบบก่อสร้าง ใช้เวลานานถึงเกือบ 5 ปี กระทั่งเสร็จสมบูรณ์แบบ นำมาประดิษฐานเมื่อปี 2559 ได้นามอันเป็นมงคลจากพระธรรมวชิรโสภณ ขณะดำรงสมณศักดิ์พัดยศพระเทพวรมุนี(ในขณะนั้น) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ว่า พญาศรีสัตตนาคราช สร้างขึ้นด้วยโลหะทองเหลือง เป็นพญานาคขดตัวชูเศียรพ่นน้ำ จำนวน 7 เศียร มีความสูงตั้งแต่ฐานลำตัว 9 เมตร ขดลำตัวกว้าง 6 เมตร และตั้งบนแท่นประดิษฐานสูง 5 เมตร มีน้ำหนักรวม 9 ตัน
โดยองค์พญาศรีสัตตนาคราช ประดิษฐานหันหน้าไปทางแม่น้ำโขง ใช้งบสร้างเฉพาะองค์พญานาค ประมาณ 9 ล้านบาท ถือเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่มีความสวยงาม โดดเด่น เชื่อมกับเส้นทาง 3 ที่สุดของ จ.นครพนม ประกอบด้วย คือ 1.ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ องค์พระธาตุพนม
2. สวยที่สุด คือ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน และ 3.งามที่สุด คือวิวทิวทัศน์ 2 ฝั่งโขง รวมถึงเทือกเขาหินปูนของประเทศลาว และองค์พญานาคแลนด์มาร์คที่จะเป็นจุดขาย ประชาสัมพันธ์กระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว ดึงดูดประชาชน นักท่องเที่ยว สนใจมาเที่ยวชม ทำให้ปัจจุบันนครพนม มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวพักผ่อน เพิ่มหลายเท่าตัว
จากข้อมูลในอดีตเคยมีนักท่องเที่ยว เฉลี่ยปีละ 4 -5 แสนคน เพิ่มเป็นปีละเกือบ 2 ล้านคน ในช่วง 2-3ปี ที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พักถูกจับจองเต็ม ทุกวันหยุดยาว หรือช่วงวันสำคัญต่างๆ
ทั้งนี้ ในวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี (7 กรกฎาคม) จังหวัดนครพนม ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จัดงานประเพณีสำคัญขึ้น คือ งานบวงสรวงบูชาองค์พญาศรีสัตตนาคราช นอกเหนือจากงานประจำปี ประเพณีไหลเรือไฟออกพรรษา รวมถึงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม โดยทุกปีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม ส่วนไฮไลท์ของการจัดกิจกรรม ทุกวันจะมีการจัดรำบวงสรวง เพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีสาวงามจากชนเผ่าต่างๆ รวม 9 ชนเผ่า 2 เชื้อชาติ(จีน เวียดนาม) ทั้ง 12 อำเภอ เข้ารวมวันละกว่า 500 คน ในชุดพื้นเมืองประจำชนเผ่า แสดงออกถึงขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เป็นเอกลักษณ์ของ จ.นครพนม ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ ชื่นชม ถึงความสวยงาม อลังการ และความอ่อนช้อยงดงาม อีกทั้งเป็นการเชิญชวนประชาสัมพันธ์กระตุ้น เศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาว มาร่วมกราบไหว้ขอพร แสดงออกถึงความเคารพศรัทธา
ตลอดช่วง 8 ปี ที่ผ่านมา หลังการก่อสร้าง มีประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เคารพศรัทธา ได้โชคลาภถูกรางวัลที่ 1 มาหลายครั้ง มากสุดได้รับรางวัลมากกว่า 90 ล้านบาท เมื่อปี 2561ที่ผ่านมา
สำหรับปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี ได้จัดพานบายศรีบวงสรวงขนาดความสูง 7 เมตร 70 เซนติเมตร เท่าที่ทราบมาถือว่าเป็นพานบายศรีที่สูงที่สุด ใช้งบส่วนตัวของเอกชนประมาณ 2 แสนบาท ใช้เวลาประดิดประดอยอย่างประณีตนานกว่า 1 เดือน รวมทั้งสาวงามโดย นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ นายก อบจ.นครพนม ส่งทีมงานคัดสรรมามากกว่าทุกปีราว 700 คนเป็นอย่างต่ำ ไม่รวมนักท่องเที่ยวที่ทางจังหวัด จัดสถานที่ให้ร่วมรำบวงสรวงไว้
ด้าน นายธนพัต ทีฑธนานนท์ หรือเสี่ยบิ๊ก ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า งานบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช กลายเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ จัดขึ้นทุกปีในวันที่ 7 เดือน 7 ต้องยอมรับว่าคนในพื้นที่รวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมงานจึงส่งผลต่อเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้งนี้เกิดจากพลังศรัทธาทั้งสิ้น ส่งผลดีต่อร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พักถูกจับจองเต็ม
อีกส่วนหนึ่งสถานที่ตั้งมีความเหมาะสมเป็นแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก สวยงาม ทางธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโขง นอกจากนี้องค์พญาศรีสัตตนาคราช ยังเป็นจุดเริ่มต้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐเอกชน ในการกำหนดทิศทางการพัฒนา ส่งเสริมการท่องเที่ยวมีความชัดเจนมากขึ้น มองเห็นว่านครพนมจะเติบโตในทิศทางไหน ที่จะส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวยกระดับจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก
ที่สำคัญตั้งแต่ปี 2559 องค์พญาศรีสัตตนาคราช ได้สร้างความเชื่อมั่นความศรัทธาให้กับคนนครพนม รวมถึงประชาชนนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปาฏิหาริย์จากพลังศรัทธา ที่เรามองไม่เห็น แต่ที่จับต้องได้คือความเติบโตด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นพลังบวกทำให้จังหวัดนครพนม เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น จากที่มีแค่องค์พระธาตุพนม ทำให้มีพลังศรัทธามากยิ่งขึ้น ฝากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมงานบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช ระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2567 จะได้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีของชาวนครพนม รวมถึงพลังศรัทธาของประชาชนนักท่องเที่ยว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ
จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล
'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด
ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย
ผู้ว่าฯนครพนม ลงพื้นที่ช่วยซ่อมบ้านผู้ป่วยติดเตียง เหตุพายุฤดูร้อนถล่ม อ.เรณูนคร
หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
พายุฤดูร้อน ถล่ม อ.เรณูนคร กวาดตลาดโต้รุ่งราบเป็นหน้ากลอง
ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ส่งผลให้บ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ โดยมีพื้นที่ประสบภัยรวม 5 ตำบล 11 หมู่บ้าน ต.นางาม ต.โคกหินแฮ่ ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู โดยในเขตเทศบาลเรณูนคร บริเวณตลาดโต้รุ่ง พ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมตั้งร้านกัน
บีบหัวใจ! แม่คนงานเรือมยุรีนารี ลุ้นระทึก นั่งเฝ้าหน้าจอ 6 ชม. ร้องไห้คนเดียวห่วงลูกเป็นอันตราย
แม่คนงานในเรือ "มยุรีนารี" เผยหลังรู้ข่าวเรือไทยถูกยิงกลางทะเลช่องแคบฮอร์มุซ ถึงกับร้องไห้คนเดียว ห่วงลูกเป็นอันตราย
รวบแก๊งค้ายาข้ามชาติ! ยึดไอซ์บิ๊กล็อต 445 กก. ริมโขงนครพนม
รวบแก๊งค้ายาข้ามชาติ! ยึดไอซ์บิ๊กล็อต 445 กก. ริมโขงนครพนม รวบ 5 ผู้ต้องหา พร้อมรถของกลางที่ใข้ในการกระทำความผิด

