ทลายร้านนวดกลางเมืองขอนแก่น จัดหาชาวลาววัย 17 ค้ากามชายรักชาย

5 ก.ย.2567 - เมื่อเวลา 00.30 น. พ.ต.ท.โสรัจ วิชยสุทธิ์ สวญ.ตม.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วย ร.ต.อ.สรายุทธ พิลามา รอง สว.ตม.ขอนแก่น สนธิกำลังร่วมตำรวจท่องเที่ยว สภ.เมืองขอนแก่น,แรงงานจังหวัด , พม.ขอนแก่น , กอ.รมน.ขก. เข้าทำการตรวจค้นร้านนวด "อโดร่า" ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 410/1 ม.12 ขอยบ้านกอก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังได้รับการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมว่า มีแรงงานต่างด้าวมาประกอบอาชีพและขายบริการที่ร้านนวดดังกล่าว

โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้ร่วมวางแผนให้สายลับเข้าเข้าไปนั่งด้านในร้านก่อน พบ นายวีระพล ศรีสุทธ พร้อมบอกว่าผู้จัดการหรือผู้ดูแลร้าน มีลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง สวมเสื้อสีดำ นั่งรอที่เคาท์เตอร์ จึงให้สายลับธนบัตรในการล่อซื้อจำนวน 1,600 บาท จากนั้นมือถือของสายลับที่มีแอบพลิเคชั่นไลน์ว่า บัญชา เต็งเจริญ ทักมาว่า"พร้อมแล้ว เข้ามาเลย" เมื่อสายลับเข้าไปถึงภายใน โดยมีสาวประเภทสองนำรูปถ่ายมาให้สายลับเลือกและพาขึ้นห้องพัก

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าไปภายในร้านและขึ้นไปที่ชั้น 2 ห้องหมายเลข 5 เคาะประตูเรียก เปิดมาพบผู้ชายทั้งสองแก้ผ้าอยู่ภายในห้อง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบชายผู้ให้บริการได้ยอมรับว่า เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติลาว และพบอุปกรณ์การมีเพศสัมพันธ์ในกล่องไม้ พบขวดน้ำมันนวด 1 ขวด , ถุงยางอนามัยแกะแล้ว 2 ชิ้น , ถุงยางอนามัยชนิดซอง 3 อัน, กระดาษทิชชู่ 1 ม้วน, ไฟแช็ค 1 อัน พบอยู่บนเตียงนอน จึงทำการควบคุมตัวนายจันพอน สีพะ MR.CHANPHONE SIPHACHANH อายุ 17 ปี สัญชาติลาว มาทำการสอบสวน

พ.ต.ท.โสรัจ วิชยสุทธิ์ สวญ.ตม.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า
จากการสอบสวนชายชาวลาววัย 17 ปีผู้ให้บริการ ยอมรับว่าได้ขายบริการมานานกว่าหนึ่งเดือนโดย ได้รับเงินส่วนแบ่งจำนวน 950 บาท ส่วนผู้จัดหาได้จำนวน 650 บาท

ขณะที่ นายวีระพล ผู้ดูแลร้านบอกว่าได้เปิดให้บริการทางเพศมานาน 2 เดือน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 6 ข้อหาประกอบด้วย กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี และเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นจะได้ทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ร่วมเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ,ร่วมเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี, ร่วมช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น, รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณีและร่วมกันรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชกำหนด ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม' เปิดเสน่ห์เมืองภูเขา ชวนชิมอาหารพื้นถิ่น ฟังดนตรี สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชุมชน

จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อำเภอภูผาม่าน เทศบาลตำบลภูผาม่าน บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดงาน “มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม” ณ หนองสมอ ตำบลโนนคอม อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมนำเสนอเสน่ห์ด้านอาหาร ดนตรี และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอภูผาม่านสู่สายตานักท่องเที่ยว

เทศบาลขอนแก่น ยันวัดป่าอดุลยารามไม่อยู่ในข่ายชำระภาษีที่ดิน เพราะใช้ประโยชน์ทางศาสนา

นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรี นครขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่ดิน 21-3-61 ตรว.ในปี 2533 กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของนายเฮียง พิมพ์ศรี การใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นที่ใช้ประโยชน์ของวัดป่าอดุลยาราม เป็นการใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนาไม่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีบำรุงท้องที่

ชาวขอนแก่นแจ้งจับ 'ป้าดา' นำกลุ่มบุคคลปิดประตูเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม

ชาวขอนแก่นเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ "ป้าดา" และกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม หลังมีคำพูดอ้างถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และ “ฎีกาของในหลวง” ขอให้ตำรวจตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 พร้อมท้าให้นำเอกสารที่กล่าวอ้างออกมาแสดง

ผู้ว่าฯขอนแก่น พร้อมเป็นคนกลางคุย 'ป้าดา' หาข้อสรุปปมทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยาราม

เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เผยไม่กังวลใจ อนุโมทนาขอบคุณญาติโยมที่ห่วงใย ขณะที่ผู้ว่าฯ พร้อมเป็นคนกลางในการหาข้อสรุป ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายรอศาลตัดสิน

ตร.ขอนแก่น จัดกำลังรับมือปมร้อน 'ป้าดา' ขู่ทุบกำแพงทวงคืนที่ดินวัดป่าอดุลยามราม

ตำรวจเมืองขอนแก่นจัดกำลังสายตรวจแสดงกำลังเชิงป้องกัน หลังปรากฏกระแสข่าวเกี่ยวกับการขู่ทุบกำแพงวัด