คนไทยเชื้อสายเขมรท้องถิ่นไทยในพื้นที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ต่างเริ่มทยอยออกมาซื้อข้าวของเครื่องใช้ และของเซ่นไหว้ เพื่อเตรียมนำไปเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษ เนื่องในวันแซนโฎนตา ประจำปี 2567 หรือที่เรียกว่า ไงเบ็ญธม หรือ วันสารทใหญ่ของชาวไทยเชื้อเขมร ซึ่งไม่ต่างอะไรกับวันสารทไทย และสารทจีน แต่จะแตกต่างเพียงแค่วิถีความเชื่อเท่านั้น ขณะที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้า บอกช่วงนี้ขายของดีเป็นพิเศษ ประชาชนเริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากกว่าปกติ คาดอานิสงส์จากเงินหมื่นจากโครงการดิจิทัล
30 ก.ย.2567 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจตลาดสดเทศบาลตำบลหนองกี่ ต.ทุ่งกระเต็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ พบว่าได้เริ่มมีคนไทยเชื้อสายเขมรถิ่นไทย ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ต่างออกมาจับจ่ายเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ เพื่อเตรียมนำไปสำหรับประกอบพิธี ‘แซนโฎนตา’ (อ่านว่า-แซน-โดน-ตา) ในวันเบ็ญธม (อ่านว่า-เบ็น-ทม) หรือวันสารทใหญ่ ของคนไทยเชื้อสายเขมรถิ่นไทย รวมถึงชาวกัมพูชา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 1 ต.ค.67 และวันสารทไทย ตรงกับวันที่ 2 ต.ค.67 ในประเพณีสารทเดือนสิบ แต่จะแตกต่างตรงที่รูปแบบ วิถีความเชื่อทางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นถิ่น แต่มรวัตถุประสงค์เดียวกันคือ จัดขึ้นเพื่อทำบุญอุทิศแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว
โดยพบว่า บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของเซ่นไหว้ ซึ่งจะประกอบไปด้วย อาหาร หวาน คาว หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผลไม้ เหล้า ยา ปลาปิ้ง และน้ำหวาน น้ำเปล่า แต่สิ่งของที่ขาดไม่ได้สำหรับการประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ในพิธีแซนโฎนตา คือ นุมเลี๊ยจ (เป็นภาษาเขมร) ที่ภาษาไทยเรียกว่า ขนมกระยาสารท ขนมนางเล็ด ขนมข้าวต้มมัด ขนมข้าวต้มด่าง ขนมเทียน ประชาชนเริ่มทยอยจับจ่ายเลือกซื้อ เพื่อเตรียมนำไปสำหรับประกอบพิธีเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษในพิธี ‘แซนโฎนตา’ที่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 1-2 ต.ค.67 นี้ ทำให้บรรยากาศเริ่มเป็นไปอย่างคึกคัก
ในขณะที่สินค้าข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงของที่จำเป็นสำหรับนำไปประกอบพิธีเซ่นไหว้ หลายร้านยังคงมีการจำหน่ายในราคาปกติ และยังไม่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด จึงทำให้ในปีนี้ประชาชนส่วนใหญ่ ต่างซื้อข้าวของกันมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากข้าวของที่ใช้ในการเซ่นไหว้แล้ว ก็ยังมีตลาดสินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ ที่จำเป็นไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็คึกคักเช่นเดียวกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจาก การที่ประชาชนได้รับเงินสด 10,000 บาท จากโครงการเงินดิจิทัล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงทำให้กล้าที่จะจับจ่ายสินค้ากันมากขึ้น
นาง ฐิติมา เตยโพธิ์ เจ้าของร้านคุณไก่ขนมไทย (เสื้อแดง-ขาว) แม่ค้าขายขนมกระยาสารท และของเซ่นไหว้ ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหนองกี่ บอกว่า ช่วงนี้ประชาชนเริ่มมีการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้นจากช่วงปกติ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับอานิสงค์จากโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท จึงทำให้ประชาชนกล้าที่จะจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น ส่วนราคาสินค้าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ใช้สำหรับในการประกอบพิธีวันสารทไทย หรือสารทใหญ่ ทางร้านยังจำหน่ายในราคาปกติไม่ได้มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ด้าน น.ส.นัฐฐิมา สุขไสยา เจ้าของร้านเจ๊อีฟขนมหวาน (เสื้อดำ) แม่ค้าที่ขายกระยาสารท พวงมาลัย ดอกไม้ และของเซ่นไหว้ ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหนองกี่ บอกว่า ตอนนี้สินค้าทุกอย่างของทางร้านยังคงจำหน่ายในราคาเดิม ทั้งขนมหวาน และพวงมาลัย ดอกไม้ต่างๆ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้สำหรับการประกอบพิธีเซ่นไหว้บูชาบรรพบุรุษ ในช่วงวันสารทใหญ่ หรือวันแซนโฎนตา ของชาวไทยเชื้อสายเขมรถิ่นไทย ซึ่งในช่วงเทศกาลดังกล่าวนี้ ทางร้านก็ยังคงจำหน่ายสินค้าในราคาเดิม และไม่ได้มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด เพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบลูกค้า ซึ่งก็มีลูกค้าทยอยเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้อข้าวของกันอย่างต่อเนื่อง และมากกว่าเดิมจนเห็นได้ชัด ซึ่งคาดว่าจากที่ประชาชนได้รับเงินสด 10,000 บาท จากโครงการเงินดิจิทัล จึงทำให้ประชาชนกล้าจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น
ทั้งนี้ สำหรับพิธีกรรมการแซนโฎนตา หมายถึง การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ให้ได้มารับกุศลผลบุญที่ลูกหลานอุทิศให้ ซึ่งตรงกับวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยในปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 1 ต.ค.67 และตรงกับไงเบ็ญธม หรือวันสารทใหญ่ ซึ่งในช่วงวันดังกล่าวลูกหลานเขมรถิ่นไทย จะพากันกลับคืนบ้านเกิด เพื่อร่วมประกอบพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ หรือที่เรียกว่าวันสารทเขมร คล้ายกับวันสารทจีน และสารทไทยนั่นเอง
ซึ่งพิธีแซนโฎนตา นอกจากจะเป็นการอุทิศส่วนกุศล ให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ยังเป็นกุศโลบายที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ลูกหลานได้แสดงออกถึง ความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ และมีโอกาสได้พบปะญาติมิตรเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ได้พึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังเชื่อว่าวันแซนโฎนตานี้ ถ้าหากลูกหลานคนใด ไม่ได้จัดทำหรือไม่ไปร่วมแซนโฎนตา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว อาจไม่พอใจส่งผลให้การทำมาหากิน นั้นไม่ราบรื่น จิตใจเป็นกังวลไม่เป็นสุข ด้วยความเชื่ออย่างนี้ ทุกคนที่มีเชื้อสายเขมรถิ่นไทย จึงพยายามไปร่วมพิธี หรือไม่ก็จัดเครื่องเซ่นไหว้ที่บ้านของตนเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบแล้ว โจรจี้ชิงเงินแสนพนักงานปั๊ม สารภาพนำไปเปย์สาว-เล่นพนันออนไลน์
ตามรวบโจรหนุ่ม จี้ชิงเงิน 1.2 แสน พนักงานปั๊มน้ำมันขณะจะเก็บเข้าเซฟ หลังหนีกบดานข้ามจังหวัดกว่า 2 สัปดาห์ ที่แท้เคยเป็นพนักงานปั้มถูกไล่ออกเพราะลักทรัพย์เงินปั้ม สารภาพเงินที่ชิงไปเอาไปกินเที่ยวเปย์สาว และเล่นพนันออนไลน์
'ปธ.โสภณ' ลงพื้นที่บุรีรัมย์ กำชับโรงพยาบาล บำบัดยาเสพติดเชิงรุก แยกผู้ป่วยเคสสีแดง
‘ปธ.โสภณ’ ลุย รพ. แยกผู้ป่วย เครสสีแดง คลุ้มคลั่งออกจากผู้ป่วยทั่วไปขับเคลื่อนนโยบายรวมพลังรักศรัทธา บำบัดยาเสพติดเชิงรุก เน้นเข้าถึงผู้เสพอย่างเข้าใจและเป็นระบบ
พายุฝนถล่มนางรอง บ้านพังกว่า 10 หลัง เสาล้มทับยายวัย 75 บาดเจ็บ
พายุฝนกระหน่ำอย่างหนักใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พัดบ้านเรือน ปชช.ได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ยาย 75 โดนเสาทับแขนบาดเจ็บ นอภ.พร้อมปลัดและผู้นำชุมชน รุดลงพื้นที่สำรวจให้กำลังใจผู้ประสบภัย เร่งรวบรวมข้อมูลเสนอจังหวัดให้ความช่วยเหลือ
ญาติร้องรัฐเยียวยา พายุลมแรงต้นไม้ล้มทับคนตายที่เขื่อนลำนางรอง เข้ารพ.อีก 5 ราย
คืบหน้าเหตุพายุถล่มวันสงกรานต์พัดต้นยูคาลิปตัสขนาดใหญ่โค่นล้มทับ นทท.ที่เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ บาดเจ็บ 6 ราย ล่าสุดเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 5 รายออกจาก รพ.แล้ว
กลุ่มอาชีพรถโดยสารสาธารณะ ทยอยยื่นลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนค่าน้ำมัน ก่อนปิดรับ 19 เม.ย.นี้
ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง รถแท็กซี่ วิน จยย.รับจ้าง และไรเดอร์ที่จ.บุรีรัมย์ ยังทยอยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องลงทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดต่อเนื่อง เพื่อขอรับเงินอุดหนุนค่าน้ำมันตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล
เดินหน้าส่งเสริม ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ลดต้นทุน-สู้วิกฤตปุ๋ยเคมีขาดแคลน ราคาแพง
จ.บุรีรัมย์ เดินหน้ารณรงค์ส่งเสริม ให้ชาวบ้านและเกษตรกร ได้หันมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต และเพื่อนำไปใช้ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากเหตุสู้รบภูมิภาคตะวันออกกลาง

