'เสรีพิศุทธ์' บุกบุรีรัมย์รอบ 2 เก็บข้อมูลสู้คดี 'เนวิน' ฟ้องหมิ่นปมเขากระโดง

'เสรีพิศุทธ์' พาทนายความ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเดินหน้าต่อสู้คดี หลัง เนวิน ฟ้องศาลกล่าวหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ปมรุกที่รถไฟ พบร่องรอยการขุดเปิดทางน้ำที่เคยถมรุกล้ำลำรางสาธารณะ ยันไม่ไกล่เกลี่ยเพื่อพิสูจน์ความจริง ลั่นหาก 'เนวิน ชิดชอบ' ยอมรับบุกรุกที่รถไฟจริงถึงจะยอมไกล่เกลี่ย

30 กรกฎาคม 2569 - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมทนายความ ได้ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงตามหลักฐานแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในการต่อสู้คดีในชั้นศาล หลังที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นฟ้องศาลฐานหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ปมที่ออกมาเรียกร้องทวงคืนที่การรถไฟก่อนหน้านี้

โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เริ่มต้นจากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณหน้าบ้านพักของ นายเนวิน ชิดชอบ เลขที่ 30/2 หมู่ 4 ตำบลอิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ จากนั้น ก็เข้าไปสำรวจรอบบริเวณบ้านพักของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่มีการเปิดเป็นสนามโกคาร์ท ซึ่งจุดนี้พบว่าครั้งก่อนที่ลงพื้นที่มายังพบมีการถมดินทำสนามโกคาร์ทปิดลำรางสาธารณะ แต่วันนี้พบร่องรอยมีการขุดเปิดลำรางใหม่ๆ ต่อจากนั้นก็เข้าไปสำรวจอีกหลายจุดตามหลักฐานในแผนที่ที่มีการรุกที่การรถไฟ ปัจจุบันกลายสภาพเป็นพื้นที่ประกอบกิจการของเอกชน และมีบ่อน้ำขนาดใหญ่หลายบ่อที่เกิดระเบิดหินไปขายอีกด้วย

จากนั้น ช่วงบ่าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมทนายความ ก็ได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ โรงแรม ร้านค้า และร้านอาหารในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ระบุว่าบุกรุกที่การรถไฟเช่นกัน จากนั้นวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นายเสรี พร้อมทนายความ ก็จะเดินทางไปที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานเอกสาร และพยานบุคคลมาเพื่อประกอบการซักค้านด้วย ทั้งนี้ ศาลมีนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 6 สิงหาคม และไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 สิงหาคม 2569

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่มาในวันนี้เพื่อให้ทนายได้มาดูพื้นที่จริงจากเอกสารที่ตนเองมีทั้งหมด ก่อนที่จะไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 17 ส.ค.69 ซึ่งตนได้เรียนทางศาลไปแล้วว่าไม่ไกล่เกลี่ย ก็จะขอสู้คดีถึงที่สุด จึงได้พาทนายมาดูพื้นที่จริงประกอบเอกสารหลักฐานที่มี โดยเฉพาะแผนที่ซึ่งจะเป็นสภาพข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่วนที่ผู้บุกรุกอ้างว่ามีโฉนดแต่จะออกโดยชอบหรือไม่ชอบก็ต้องพิสูจน์กัน

วันนี้ที่ลงพื้นที่มาก็พบความผิดปกติหลายอย่าง เช่น ก่อนหน้านี้มีการถมพื้นที่ทับลำห้วยสาธารณะ แต่ล่าสุดกลับพบว่ามีร่องรอยการขุดเปิดทางน้ำลำห้วยสาธารณะ

ซึ่งวันนี้ก็ได้หลักฐานเพิ่มเติมหลายอย่าง หลังจากนี้ก็จะไปทำบัญชีพยาน เพื่อให้ทนายความยื่นต่อศาล ซึ่งคดีของตนเองศาลนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 6 ส.ค.69 ก็เป็นไปตามกระบวนการ แต่ตนได้แสดงความประสงค์ต่อศาลไปแล้ว ว่าไม่ขอไกล่เกลี่ย เพราะอยากพิสูจน์ให้เห็นข้อเท็จจริง

แต่หากคุณเนวิน ยอมรับว่า ที่ดินอยู่ในเขตของการรถไฟ ก็จะยอมไกล่เกลี่ย แต่เขาไม่ยอมรับยังยืนยันว่าได้โฉนดมาถูกต้อง ซึ่งจากข้อมูลทราบว่าเป็นที่ดินที่ซื้อต่อมา แต่ก่อนหน้านั้นที่ดินได้มาโดยมิชอบก็ผูกพันมาถึงทุกวันนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี

ครูบุรีรัมย์มีหวัง! แบกหนี้แทนเพื่อนกว่า 13 ล้าน นัดเจรจาแบงก์ 3 ก.ย.

“ครูติ๋ว” เปิดเอกสารพบหนี้ที่ตัวเองกู้ เงินต้น 2.26 ล้าน ดอกเบี้ย 1.25 ล้าน ส่วนกว่า 13 ล้านเป็นภาระจากการค้ำประกันให้เพื่อนครู 4 คน ล่าสุดอัยการคุ้มครองสิทธิ สพฐ. และ สพป.บุรีรัมย์

บุรีรัมย์เร่งเพิกถอน 10 พนักงานส่วนตำบล โกงสอบท้องถิ่น

นายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์(ก.อบต.จังหวัดบุรีรัมย์) ที่ห้องประชุมนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ครูบุรีรัมย์ ร้องอัยการคุ้มครองสิทธิ ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คน ลอยแพให้แบกหนี้กว่า 16 ล้าน

ครูวัย 47 ชาวบุรีรัมย์ ที่ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คนลอยแพให้แบกหนี้แทนกว่า 16 ล้าน หลังค้ำประกันเงินกู้แต่เบี้ยวไม่จ่ายจนโดนฟ้องและยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อเลี่ยงชำระหนี้