9 พ.ย.2567 - เมื่อเวลา 21.37 น. ทีผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถยนต์ตู้ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ทะเบียน นจ 3915 นนทบุรี ของร้านสุริยาหีบศพ แคราย ได้เคลื่อนย้ายร่างของนายประหยัด พิลาดรัมย์ อายุ 42 ปี แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบในประเทศอิสราเอลรายล่าสุด ร่วมกับเพื่อนแรงงานไทยด้วยกัน 4 ราย และนายจ้างชาวอิสราเอลอีก 1 ราย
ได้ถูกเคลื่อนย้ายจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เดินทางมาถึงบ้านเกิด ที่บ้านเลขที่ 129/1 บ้านหนองพลวง ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ แล้วเพื่อนำร่างอันไร้วิญญาณมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพตามประเพณีที่บ้านเกิด โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายเทิดพันธ์ ครอบทอง นายอำเภอกระสัง ,พ.ต.อ.อัษฏไนย ป้องกัน ผกก.สภ.ลำดวน หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ และเพื่อนบ้าน เดินทางมาร่วมให้กำลังแก่ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว และผู้ที่มาร่วมงาน
โดยทันทีที่รถได้เคลื่อนร่างอันไร้วิญญาณของนายประหยัด เดินทางมาถึงบ้านเกิด น.ส.ประไพ บุหงา อายุ 40 ปี (ภรรยา) นางรน พิลาศรัมย์ อายุ 70 ปี (มารดา) นางสุลาภรณ์ รุ่งเรือง อายุ 45 ปี (พี่สาว) พร้อมลูกๆและครอบครัวต่างปล่อยโฮเสียใจร้องไห้ระงม และถึงกับเป็นลมล้มฟุบ เพื่อนบ้านที่มาร่วมงานต้องช่วยกันปฐมพยาบาลกันจ้าละหวั่น
จากนั้นนายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลัยและรดน้ำศพ ก่อนจะเป็นตัวแทนวางพวงหรีดของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ,นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ,นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ,สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ,นายนฤชา-นางวาทิณี โฆษาศิวิไลซ์ ผวจ.บุรีรัมย์ และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ ,และส่วนราชการต่างๆ ก่อนที่หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ รวมถึงครอบครัวและญาติพี่น้องจะร่วมกันปะพรมรดน้ำศพ เพื่อแสดงความไว้อาลัย และแสดงความเสียใจ
หลังจากนั้นพระสงฆ์ 4 รูป จากวัดบ้านหนองพลวง ได้สวดมาติกาบังสุกุลโดยไม่ได้มีการสวดพระอภิธรรมศพ ซึ่งจะได้มีการสวดพระอภิธรรมศพในช่วงหัวค่ำวันที่ 9-10 พ.ย.67 และจะมีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ที่ ฌาปนสถาน วัดบ้านหนองพลวง ต.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. วันจันทร์ที่ 11 พ.ย.67
ทั้งนี้สำหรับ นายประหยัด พิลาศรัมย์ อายุ 42 ปี แต่งงานแล้วกับ น.ส.ประไพ บุหงา อายุ 40 ปี มีบุตรด้วยกัน 3 คน เดิมเคยทำอาชีพขับรถสองแถวรับ-ส่งนักเรียน และผู้โดยสารทั่วไป ก็พอเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่พอถึงช่วงสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ระบาด จึงทำให้ขาดรายได้ และพอหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง ได้มีคนในหมู่บ้านเดียวกันมาชักชวนไปทำงานต่างประเทศ นายประหยัดจึงตัดสินใจไปทำงานยังประเทสอิสราเอล เพื่อต้องการหารายได้มาเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัว เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้
โดยทางแม่ของนายประหยัด ได้ไปกู้ยืมเงินจาก ธ.ก.ส.และเงินนอกระบบ รวมประมาณ 2 แสนกว่าบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 64 จากนั้นเกิดเหตุสู้รบทางการให้เดินทางกลับไทย เมื่อวันที่ 25 ต.ค.66 ต่อมานายจ้างได้ติดต่อให้กลับไปทำงานอีกรอบ เพราะยังไม่ครบสัญญาจ้าง ตอนนั้นทุกคนในบ้านได้พยายามรั้งไม่ให้นายประหยัดไปทำงานต่อ แต่นายประหยัดก็ยืนยันจะไปทำงานให้ได้ถึงแม้จะเสี่ยงกับอันตรายก็ตาม กระทั่งประสบเหตุการณ์สลดดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชาวบุรีรัมย์ร้องทุกข์ น้ำท่วมนาข้าวซ้ำซากทุกปี รถเล็กผ่านไม่ได้ วอนหน่วยงานเร่งแก้ไข
ฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้น้ำท่วมนาข้าวเป็นวงกว้าง ถนนเข้า-ออกหมู่บ้านถูกน้ำขังสูงกว่า 50 เมตร รถเล็กผ่านไม่ได้เด็ก คนชรา ผู้พิการเดือดร้อน ชาวบ้านเผยเป็นปัญหาซ้ำซากมาหลายปีวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข ขณะ อบต.เคยเสนอของบมาวางบล็อกคอนเวิร์สแก้ปัญหาระยะยาว แต่ถูกโยกไปที่อื่น เตรียมหางบทำถนนให้สูงขึ้นบรรเทาความเดือดร้อน
อิสราเอลยังไม่หยุดโจมตีฉนวนกาซา แต่เริ่มบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้น
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากกว่าสิบคนจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา ขณะนี้มีรายงานว่ารัฐบาลอิสราเอลเริ่มเข้มงวดแนวทางปฏิบัติสำหรับการโจมตีลักษณะดังกล่าวแล้ว
'เสรีพิศุทธ์' บุกบุรีรัมย์รอบ 2 เก็บข้อมูลสู้คดี 'เนวิน' ฟ้องหมิ่นปมเขากระโดง
'เสรีพิศุทธ์' พาทนายความ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเดินหน้าต่อสู้คดี หลัง เนวิน ฟ้องศาลกล่าวหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ ปมรุกที่รถไฟ พบร่องรอยการขุดเปิดทางน้ำที่เคยถมรุกล้ำลำรางสาธารณะ ยันไม่ไกล่เกลี่ยเพื่อพิสูจน์ความจริง ลั่นหาก 'เนวิน ชิดชอบ' ยอมรับบุกรุกที่รถไฟจริงถึงจะยอม
แม่เลี้ยงเดี่ยว รับจ้างหาเงินเลี้ยงลูกพิการ น้อยใจถูกตัดสิทธิบัตรคนจน เป็นหนี้เพราะรักษาลูก
แม่เลี้ยงเดี่ยว ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ สู้ชีวิตต้องยอมทิ้งลูกพิการไว้บ้านลำพัง เพื่อออกไปทำงานหาเงินซื้อข้าวอาหารประทังชีวิตสองแม่ลูก น้อยใจถูกตัดสิทธิ์บัตรคนจน ระบบแจ้งมีหนี้เกิน 1 แสน ทั้งที่เกิดจากการกู้ยืมมารักษาลูกช่วงที่ป่วยต้องผ่าตัดม้ามก่อนจะกลายเป็นคนพิการ วอนรัฐทบทวน

