
ผอ.ททท.ตราด โต้กระแส MOU 44 ทำยอดนักท่องเที่ยวเกาะกูดหลนวูบ กางตัวเลขนทท. ไม่มีลด ย้ำ รัฐบาลสร้างความมั่นใจผ่านข้อเท็จจริง ขณะที่ “อนุทิน”ลงพื้นที่ตรวจราชการจันทร์นี้
10 พ.ย.2567 – ว่าที่ร้อยตรีกรกฏ โอภาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมการท่องเที่ยวเกาะกูด จังหวัดตราด หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ร่วมกันทางทะเล ไทย -กัมพูชา MOU 44 จนมีการออกมาให้ข่าวทำให้การยกเลิกการจองห้องพักที่เกาะกูด 30% ว่า จากการสำรวจโดยใช้ฐานข้อมูล 20 โรงแรม แบ่งเป็นโรงแรม 5 ดาว 6 แห่ง /4 ดาว 3 แห่ง/ 3 ดาว 9 แห่ง/ 2 ดาว 2 แห่ง /ในการคาดการณ์นีกท่องเที่ยวในช่วงเดือน พฤศจิกายน ธันวาคม และมกราคม พบว่าอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1% ตามปกติ
ว่าที่ร้อยตรีกรกฏ ระบุว่า ซึ่งจาสถิติอัตราการเข้าพักเกาะกูดเดือนพฤศจิกายน อัตราการเข้าพัก 72.40 % จำนวนนักท่องเที่ยว 35,570 คนแบ่งเป็นคนไทย 14,228 คน ชาวต่างชาติ 21,342 ราย สร้างรายได้ 205.34 ล้านบาท ขณะที่เดือนธันวาคม อัตราการเข้าพัก74.51% จำนวนนักท่องเที่ยว 37,420 คน แบ่งเป็นคนไทย14,968 คน ชาวต่างชาติ22,452 คน รายได้ 216.98 ล้านบาท และเดือนมกราคม อัตราการเข้าพัก 77.52 % จำนวนนักท่องเที่ยว 39,810 คน แบ่งเป็นคนไทย 15,924 คน ชาวต่างชาติ 23,886 คน รายได้ 235.90 ล้านบาท
ส่วนได้มีการพูดคุยกับนายกสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมแล้วหรือไม่ ผอ.ททท.ตราด กล่าวว่าเท่าที่ตนเองฟังแล้วเข้าใจว่าท่านพูดถึงภาพรวมการเที่ยวเกาะช้างมากกว่า และเป็นเพียงการให้ข้อมูลจากการคาดการณ์เท่านั้น และตนเองได้คุยกับผู้ประกอบการบางแห่ง ซึ่งพิจารณาจากสถานการณ์การท่องเที่ยวเป็นหลัก ก็มีโอกาสที่เป็นไปได้ว่าอาจมีโอกาสที่จะยกเลิกหรือเลื่อนซึ่งเป็นเรื่องปกติ
ขณะเดียวกัน ผอ.ททท. ตราด ยังระบุว่ารัฐบาลโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พยายามสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวผ่านการชี้แจงข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ โดยมีบุคคลสำคัญในรัฐบาลลงพื้นที่ ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะลงพื้นที่ในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน นี้และ ทางททท.พยายามสร้างความมีมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว เน้นการสร้างความเข้าใจในข้อเท็จจริง และพยายามไม่พูดถึงข่าวดังกล่าว ไปพร้อมกับการออกแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดร่างข้อตกลงลับ กัมพูชากระทืบ MOU 44 แบ่งผลประโยชน์ ประชิดเกาะกูด น่านน้ำไทย
นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง เปิดร่างข้อตกลงลับ กัมพูชากระทืบ MOU 44 16 ธันวาคม 2565 มีเนื้อหาดังนี้
'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน
'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%
'สุริยะ' ตีปี๊บ! บินเจรจารัสเซียสำเร็จ ได้โควตาปุ๋ย 1-2 ล้านตัน
'สุริยะ' เผยบินรัสเซีย ผลเจรจาดี ขอโควตาปุ๋ยยูเรีย 1-2 ล้านตัน เร่งทำหนังสือเสนอ คาดหลังลงนาม 3 เดือนปุ๋ยถึงไทย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

