นักท่องเที่ยว แห่รับลมหนาวเมืองเลย ยอดภูเรือ กว่า 1,500 คน 8 องศา 

29 ธันวาคม 2567  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้มีนักท่องเที่ยวกว่า 1,500 คนเดินทางขึ้นมาชมทะเลหมอกบนยอดภูเรือท้าลมหนาว ในช่วงวันหยุดยาวซึ่งเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้เดินทางมาท่องเที่ยวส่งท้ายปีร่วมกับครอบครัวและมิตรสหาย ภาพบรรยากาศเก่า เหมือนเมื่อ 7-8 ปีก่อน เช้าวันนี้นักท่องเที่ยวต่างประทับใจกับอากาศที่หนาวเย็น ต่ำสุด 8 องศา และทิวทัศน์ที่สวยงาม แสงพระอาทิตย์สีทองสาดกระทบสายหมอกสลับกับทิวเขา และยังได้สัมผัสกับละอองหมอกที่พัดขึ้นมากระทบตัวเมื่อยืนชมวิวอยู่บนยอดภูเรือ

นางสาวเนตรนภา งามเนตร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 28 ธันวาคม 2567 นักท่องเที่ยวต่างจองบ้านพักและพื้นที่กางเต็นท์ เพื่อเตรียมตัวขึ้นไปท่องเที่ยวบนยอดภูเรือตอนเช้า ซึ่งภายในอุทยานแห่งชาติภูเรือมีลานกางเต๊นท์ที่เปิดให้บริการ 2 จุด 

จุดแรกอยู่ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ 1 (บริเวณที่ทำการอุทยานฯ) จุดที่สองอยู่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ 2 (ภูสน) และในช่วงเช้าวันนี้การจราจรคับคั่งเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต้องการขึ้นมาท่องเที่ยวบนยอดภูเรือจำนวนมาก ที่ด่านเก็บค่าบริการจึงเปิด 2 ช่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกและระบายรถให้การจราจรคล่องตัวขึ้น เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานหนักกันอย่างต่อเนื่องเพื่อดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ สำหรับมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกดูแลช่วยเหลือประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำอุทยานแห่งชาติภูเรือ เพื่อให้บริการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่นักท่องเที่ยว จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ตลอด 24 ชั่วโมง มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการกู้ภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีเกิดอุบัติเหตุภายในอุทยานแห่งชาติภูเรือ เฝ้าระวังบริเวณจุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ  ควบคุมและดูแลปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ให้เกินขีดความสามารถในการรองรับได้ของแหล่งท่องเที่ยว 

จากการที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติภูเรือที่เยอะมากขึ้นจากหลายๆปีที่ผ่านมา ทำให้การท่องเที่ยวภายในอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย คึกคัก ส่งผลให้เศรษฐกิจในปีนี้ดีขึ้นตามไปด้วย ผู้ประกอบการ ร้านค้า ที่พักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ภูเรือกับมาแล้ว” ทั้งนี้ทางอำเภอภูเรือยังจัดกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวอีกมากมาย อาทิ งานศิลปะ สายหมอก และดอกไม้ ในระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง 2 มกราคม 2568 นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมได้ในช่วงเย็น ณ ที่ว่าการอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

 รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) ดังนี้.-อ.เมืองเลย 14.2 , อ.วังสะพุง 16.6 , อ.ด่านซ้าย 11.0 , อ.เชียงคาน 11.0 , อ.ท่าลี่ 12.0 , อ.ภูกระดึง 15.0 , อ.ภูเรือ 11.0 , อ.นาแห้ว 13.0 , อ.ปากชม 14.0 , อ.นาด้วง , อ.ภูหลวง 16.0 , อ.ผาขาว 17.0 , อ.เอราวัณ 15.0 , อ.หนองหิน 14.0 ซํ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 11.0 , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 10.0 , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 10.0 , ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 10.0 , อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 14.0 ซํ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก

“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.