25 ม.ค.2565 - จากกรณีช้างพลายงาด้วนชื่อ “คุณปู่ป่าละอู” อายุ 60 ปี หนักกว่า 5 ตัน ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัวหลายจุดจากการต่อสู้และถูกยิงหลายแห่งจนตาย ที่บริเวณพิกัด 47P 0560068 E UTM 1391609 N บ้านป่าแดงใกล้บริเวณอ่างเก็บน้ำกระหร่าง 3 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หมู่ 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุด พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เป็นประธานการประชุมสาเหตุการตายของ ช้างพลายงาด้วนชื่อ “คุณปู่ป่าละอู” อายุ 60 ปี ช้างป่าหนักกว่า 5 ตัน หลังผ่าพิสูตร พบหัวกระสุน 124 นัด และร่วมแถลงสาเหตุการตายของช้างพลาย โดยมี พ.ต.อ.โกศล ยามา รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.นฤดม มารศรี รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี นายประสูตร หอมบันเทิง นายอำเภอแก่งกระจาน นายอิทธิพล ไทยกมล หน.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน ผู้ช่วย หน.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ ประจำศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่3(ประทับช้าง พ.ต.อ.อำนวย ฉ่ำมะนา ผกก.สภ.แก่งกระจาน พ.ต.อ.หญิงเอกจิตตรา มีไชยธร นวท.(สบ4)พฐ.จว.เพชรบุรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุมธรรมอนันต์ สภ.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
จากการประชุมติดตามกรณีดังกล่าว พบว่า เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ช้างตัวดังกล่าวได้ไปชนกับช้างหนุ่มจนถูกช้างหนุ่มใช้งาแทงลำตัวได้รับบาดเจ็บหลายจุด ทางสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ ได้เร่งทำการรักษา จนอาการของช้างป่าทรุดลงหนักจากนั้นได้ตายลง จากการผ่าพิสูจน์พบหัวกระสุน ส่วนใหญ่อยู่บริเวณชั้นผิวหนัง กว่า 100 นัด ส่วนใหญ่เป็นกระสุนปืนลูกซอง ลูกปราย หัวกระสุนปืนขนาดจุด 32 และขนาด .22 รองไรเฟิล ร่วม 124 นัด ช้างตัวดังกล่าวเป็นช้างที่มีอายุมากไม่สามารถเข้าฝูงกับช้างหนุ่มได้ จึงถูกช้างหนุ่ม ขับไล่ออกจากฝูง และออกมาหากินในพื้นที่ของชาวบ้านในพื้นที่ชุมชน พืชสวนไร่นาของชาวบ้าน จนอาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งกับชาวบ้าน จึงมีโอกาสที่ชาวบ้านใช้ปืนยิงไล่ช้าง ซึ่งบาดแผลจากการถูกกระสุนปืนบางนัด ทำให้ช้างบาดเจ็บจนเกิดการอักเสบ ติดเชื้อเป็นหนอง
จากการตรวจสอบพบกระสุนฝังมาหลายปีแล้ว จึงทำให้อาการช้างที่มีอายุมากทรุดลงจนตาย จากการตรวจสอบลักษณะวิถีกระสุนปืน ไม่ใช่แนวทางของการล่าช้าง ลักษณะการล่าช้างจะต้องเป็นกระสุนปืน ขนาดใหญ่ เช่น กระสุนปืนคาร์บิล อาก้า M16 หรือปืนขนาดใหญ่ ที่ยิงเพียง 1- 2 นัดก็ล้มช้างได้
ด้านคดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะนำหัวกระสุนที่ผ่าพิสูจน์พบในตัวช้าง นำไปเปรียบเทียบกับปืนที่มีเคยมีการก่อเหตุ หรือมีฐานประวัติในพื้นที่เกิดเหตุ ถ้าพบว่าตรงกับปืนใครจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ถึงแม้ว่าจะเป็นการยิงไล่ช้างที่เข้ามาบุกรุกในพื้นที่ และทรัพย์สินของตนเองก็ตาม จะต้องมีข้อมูลมาแจ้งเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน แต่หากไม่มีก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย
นายอิทธิพล ไทยกมล หน.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าว่า ช้างป่าในพื้นที่ป่าละอู ห้วยสัตว์ใหญ่ และป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน มีจำนวนประมาณ 180 ตัว หากินอยู่ในพื้นที่บริเวณดังกล่าว พื้นที่มีการทำรั้วป้องกันช้าง มีเจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวน คอยขับไล่ช้าง พยายามที่จะป้องกันผลักดันช้างเข้าป่าเมื่อเช้าออกมาหากินในพื้นที่ชุมชน จึงขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว หากพบช้างออกมาหากินในพื้นที่พืชสวน ไร่นา บ้านเรือน ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปขับไล่ ไม่ควรขับไล่เอง หรือไม่ควรใช้อาวุธปืนยิงไล่ช้าง จนทำให้ช้างเกิดความเคยชิน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทย
รู้จัก 14 ผู้ประกอบการนวัตกรรมจากโครงการ ClimateX 2026 ที่กำลังเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ให้กลายเป็นเทคโนโลยีและโซลูชันที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
'กุลวลี' ปลดล็อกเยียวยาผู้รับผลกระทบช้างป่า! หั่นขั้นตอนเหลือ 30 วัน เร่งคลียร์ยอดค้าง 41 ล้าน
นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการฯ ประชุมหารือร่วมกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ ณ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า
ก.อุตฯ ปรับแผนตรวจโรงงานเชิงรุกสั่งฟัน 767 โรงงานทำผิดกฎหมาย
กระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับตรวจโรงงานเชิงรุกพบทำผิดกฎหมาย 767 ราย สั่งหยุดดำเนินการทันที 131 ราย ดำเนินคดีกว่า 391 ราย พร้อมเร่งยกระดับความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่การส่งเสริมการลงทุน
อุตฯ สั่ง กพร.ยกระดับดูแลเหมืองแร่ทั่วประเทศ ห่วงสารพิษแม่น้ำกกกระทบปชช.
“วราวุธ” ห่วงวิกฤตแม่น้ำกก สั่ง กพร. ยกระดับการกำกับดูแลเหมืองแร่ทั่วประเทศ จับมือ ทส.-กต. เร่งแก้ปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก หนุน ความร่วมมือ UNIDO แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน ‘บ้านเพื่อคนไทย’
การเคหะแห่งชาติ เร่งขับเคลื่อน ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ลุย พัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ฟื้นฟูเมือง ใช้ประโยชน์ Land Bank และ Sunk Cost เพิ่มมูลค่าองค์กร พร้อมขับเคลื่อนพลังงานสะอาด

