กนอ. จับมือ BEDO ยกระดับการพัฒนานิคมฯเติบโตควบคู่ธรรมชาติ

กนอ. จับมือ BEDO ขับเคลื่อนแนวคิด ‘Nature Positive’ ยกระดับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเติบโตควบคู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อม MOU พัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างสมดุล

4 ก.ย. 2569 – นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (BEDO) ภายใต้แนวคิด “Nature Positive สู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างสมดุล” โดยมี นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. และนายธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO เข้าร่วมพิธี ว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงอุตสาหกรรม ในการนำมิติด้านทรัพยากรธรรมชาติมาผสานเข้ากับการพัฒนาและบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งปัจจุบันการพัฒนาเศรษฐกิจและการดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องเลือกอีกต่อไป เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ ขณะเดียวกันกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ส่งผลต่อพื้นที่และชุมชน การพัฒนาที่ดีจึงต้องสร้างความมั่นคงให้กับฐานทรัพยากรของประเทศไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งระบุว่า แนวคิด Nature Positive มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่ใช่เพียงการลดผลกระทบ แต่เป็นการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยความร่วมมือระหว่าง BEDO ซึ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ และ กนอ. ซึ่งบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม จะช่วยนำมิติธรรมชาติเข้ามาพิจารณานับตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและการบริหารจัดการ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างมีความรับผิดชอบ และมีความหวังว่าความร่วมมือนี้จะนำไปสู่ “ต้นแบบของนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล” เปลี่ยนความท้าทายด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนในระยะยาว

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ. มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นฐานการผลิตและการลงทุนของประเทศ ควบคู่กับการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม บริบทโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเด็นสิ่งแวดล้อมไม่ได้จำกัดเพียงการควบคุมหรือลดผลกระทบอีกต่อไป แต่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจกับธรรมชาติ

ในมุมมองของ กนอ. การพัฒนาอุตสาหกรรมและการดูแลธรรมชาติสามารถเดินไปด้วยกันได้ หากมีการออกแบบและบริหารจัดการโดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพตั้งแต่ต้น ซึ่งจะช่วยยกระดับนิคมอุตสาหกรรมให้สร้างคุณค่าทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดยความร่วมมือระหว่าง กนอ.และ BEDO เนื่องจาก กนอ. มีองค์ความรู้ กลไก และประสบการณ์บริหารจัดการพื้นที่ พร้อมทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและภาคส่วนต่าง ๆ

ขณะที่ BEDO มีความเชี่ยวชาญโดยตรงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ การผสานจุดแข็งนี้จะช่วยผลักดันแนวคิด Biodiversity และ Nature Positive ให้สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง โดยจะเน้นการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ เรียนรู้จากข้อมูลและการปฏิบัติจริงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน การลงนามในวันนี้จึงเป็น “จุดเริ่มต้น” ในการนำองค์ความรู้ของ BEDO มาผสานกับประสบการณ์ของ กนอ. เพื่อขับเคลื่อนรูปธรรมตั้งแต่การพัฒนาองค์ความรู้ การเรียนรู้จากพื้นที่จริง ไปจนถึงการทดลองประยุกต์ใช้

“มุ่งหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับนิคมอุตสาหกรรมไทย ให้เป็นมากกว่าพื้นที่รองรับการลงทุน แต่เป็นพื้นที่ที่ภาคอุตสาหกรรมสามารถเติบโตควบคู่กับการดูแลและสร้างคุณค่าให้แก่ธรรมชาติได้อย่างสมดุลและยั่งยืน”นายสุเมธ กล่าว

นายธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) กล่าวว่า  ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งนำแนวคิด Nature Positive (ธรรมชาติเชิงบวก) มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการดูแล ฟื้นฟู และสร้างความสมดุล โดยให้เรื่องธรรมชาติเป็นมากกว่าการอนุรักษ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศในทุกมิติ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างมีคุณค่า ยั่งยืน และเชื่อมโยงสู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่

ทั้งนี้ BEDO มองว่าทรัพยากรธรรมชาติไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในพื้นที่อนุรักษ์เท่านั้น แต่ควรถูกนำมาพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผน การบริหารจัดการ และการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนรวมถึงภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่ที่มีความเชื่อมโยงทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และระบบนิเวศ การประยุกต์ใช้แนวคิด Nature Positive จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือดูแลสิ่งแวดล้อม แต่หมายถึงการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับระบบนิเวศ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำแนวคิดเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและ Nature Positive มาประยุกต์ใช้ในการวางแผน การบริหารจัดการ และการดำเนินงานภายในนิคมอุตสาหกรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน  โดยกรอบความร่วมมือสำคัญภายใต้ MOU ระยะเวลา 3 ปี ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้วยการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการและองค์ประกอบด้านความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศเพื่อใช้ในการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม 

การพัฒนาเครื่องมือและพื้นที่นำร่องด้วยการร่วมกันสร้างแนวทางและรูปแบบการดำเนินงานด้าน Nature Positive ที่เหมาะสมกับบริบทของภาคอุตสาหกรรม พร้อมนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่นำร่องเพื่อขยายผลในวงกว้าง  และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ออกมาเป็นรูปธรรม  ซึ่งการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง กนอ. และ BEDO ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยในการมุ่งสู่การพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เพิ่มเพื่อน