คนไทใหญ่ประกาศชัดไม่ใช่พม่า ในเวทีเสวนา “รู้จักเพื่อนบ้านและเครือญาติของเรา” ระบุเคยปกครองระบบเจ้าฟ้า-มีวัฒนธรรมของตัวเอง นักวิชาการชี้ปัญหาในรัฐฉานซับซ้อนแนะกลุ่มชาติพันธุ์ควรหาวิธีคุยกัน
26 ก.พ.2568 - ที่พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) จ.เชียงราย เครือข่ายภาคประสาสังคม นักวิชาการ และสื่อมวลชนได้ร่วมกันจัดเวทีเสวนา “รู้จักเพื่อนบ้านและเครือญาติของเรา” ตอน 1 กรณีไทใหญ่ โดยนอกจากเวทีเสวนายังมีการจัดศีลปการแสดงไทใหญ่ รวมถึงมีอาหารไทใหญ่แจกจ่าย มีผู้ร่วมงานประมาณ 120 คน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ผศ.ดร.พลวัฒน์ ประพัฒน์ทอง ผู้อำนวยการสำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวเริ่มงานว่า เราทำงานวิจัยลุ่มแม่น้ำโขงมา 27 ปี มฟล. ตั้งขึ้นเพื่อการนี้ เป้าหมายของพิพิธภัณฑ์คืออยากให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆฟื้นคืนชีวิต หลังจากการถูกสลายให้เป็นแรงงานข้ามชาติ ไร้ถิ่นฐาน ไร้รัฐ อยากให้ฟื้นมีชีวิตพร้อมก้าวไปข้างหน้ากับทุนวัฒนธรรม เราพร้อมร่วมขับเคลื่อนให้ทุกคนแสดงตัวตนนำทุนวัฒนธรรมไปดำเนินชีวิตได้
“ตอนนี้สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องเรียนรู้ว่าเปลี่ยนอย่างไรบ้าง จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ในมฟล.มีนักศึกษาพม่าเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆปีนี้มีกว่า 1 พันคน” ผศ.ดร.พลวัฒน์ กล่าว
เจ้าคืนใส ใจเย็น ผู้อาวุโสชาวไทใหญ่ กล่าวปาฐกถาว่าตนเองได้เข้ามาในประเทศไทยรวมแล้วเป็นเวลา 29 ปี ทำงานกู้ชาติไทใหญ่และร่วมงานกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของไทย รัฐฉานเกิดความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ความใกล้ชิด “เครือไท” ไต (ไทใหญ่) กับไทย มีพื้นฐานร่วมกัน คำพูดภาษาก็ใกล้เคียงกัน แต่เมื่ออยู่คนละประเทศ มีศูนย์กลางอำนาจต่างกัน ทำให้มีคำที่ต่างกัน เช่น คำพม่า คำสันสกฤติ แต่ก็เป็นเครือไท เชื้อสายเดียวกัน
เจ้าคืนใสกล่าวว่า ในแง่ของพื้นเพทางประวัติศาสตร์ เขตแดนรัฐชาติเพิ่งเกิดขึ้น พี่น้องเคยข้ามแดนข้ามภูเขาไปมาไม่ต้องมีเอกสาร ไม่ต้องมีพาสปอร์ด ประวัติศาสตร์ล้านนาและรัฐฉานใกล้ชิดกันมาโดยตลอด มีการแต่งงานของเจ้าฟ้าทั้งสองฝั่ง มีคำที่ว่าตราบใดที่สายน้ำสาละวินยังคงไหลไม่เหือดแห้ง ตราบใดที่เขาควายยังโค้ง สองฝั่งก็ย่อมเป็นสายเครือญาติกัน สงครามไทยพม่าตลอดมา 4 ครั้ง ไทใหญ่มีอุดมการณ์ร่วมกับไทยตลอดมา สุดท้ายแล้วนั้นในการมองไปสู่อนาคต การอยู่รอดของประชาชนทั้งสองฝั่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
ขณะที่ในเวทีเสวนา นายเครือเดือน ตุงคำ ตัวแทนชุมชนไทใหญ่บ้านเทอดไท อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย สมัยก่อนเราไปมาหาสู่ แต่เมื่ออังกฤษเข้ามาได้เอาสันปันน้ำบนภูเขาสูงเป็นเส้นแบ่งแยกประเทศ ทำให้พี่น้องต้องแยกอยู่ฝั่งพม่าและฝั่งไทย
“เราอยู่กันโดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล เพราะมีภาษาที่คล้ายกัน สมัยก่อนเราไม่รู้ว่าเขตแดนตรงไหนเป็นไทยหรือพม่า ปัญหาทุกวันนี้คือเมื่อกองกำลังกลุ่มขุนส่าวางอาวุธเมื่อปี1996 มีกองกำลังทหารราว 4 หมื่นคน แต่สหรัฐฯต้องการดำเนินคดีกับขุนส่าและไทยปิดเส้นทางลำส่งเสบียง ขณะที่ในกองทัพเมืองไตก็มีทหารแยกออก ทำให้ขุนส่งถึงทางตันและมอบอาวุธให้พม่า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทหารว้าได้เจรจากับกองทัพพม่าและเอากองกำลังเข้ามาไว้แนวตะเข็บชายแดนไทย ขณะที่ทางการไทยมีนโยบายรัฐกันชน ให้อยู่สงบ ชาวไทใหญ่ทุกคนรักประเทศไทย ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรที่สู้รบกับพม่าและช่วยให้เจ้าฟ้าไทยน้อยได้เมืองแสนหวีคืนมา
“ชาวไทใหญ่ได้นำเอากระดูกของสมเด็จพระนเรศวรไว้ในสถูปเจดีย์ พวกเราเคารพท่านมาก เรามีความใกล้ชิด เคารพนับถือในหลวงทุกพระองค์ เราหนีสงครามมาพึ่งพา ชาวไทใหญ่อยู่ประเทศไหนก็จะช่วยประเทศนั้น เราอยากให้เข้าใจว่าไทใหญ่ไม่ใช่พม่า เราเคยมีเจ้าฟ้าปกครองแผ่นดินของเราเอง ” ลุงเครือเดือน กล่าว
นายสืบสกุล กิจนุกร อาจารย์ประจำสำนักวิชาการนวัตกรรมสังคม มฟล.และผู้ก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ จ.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานจากฝั่งพม่า 1.5 หมื่นคนเข้ามาทำงานในเชียงราย แต่ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้จดทะเบียน ขณะนี้ร้านอาหารใหญ่ๆในเมืองเชียงราย กุ๊กเป็นคนไตเกือบทั้งนั้น อย่างไรก็ตามเมื่อมีความขัดแย้งในประเทศพม่า ทำให้คนจากฝั่งพม่าข้ามแดนมาไทยทุกวัน โดยเฉพาะภายหลังรัฐประหารในพม่าเมื่อปี 2564
“เดิมเราคิดว่ามีแต่คนหนุ่มสาวเข้ามาไทยเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า แต่พบว่าปัจจุบันมีผู้สูงอายุเดินทางมาเยอะขึ้นเพราะความขัดแย้งในพม่ายังไม่จบง่ายๆ เป็นเรื่องที่พวกเขาน่ากังวล แต่ไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้เพราะไม่มีนายจ้าง ต้องอยู่หลบๆซ่อนๆ เป็นเรื่องที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่เพราะมีชายแดนติดกัน” นายสืบสกุล กล่าว
ดร.ศิรดา เขมานิฏฐาไท อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ภายหลังรัฐประหาร การสู้รบในประเทศพม่ามีความรุนแรงมากขึ้นซึ่งส่งผลต่อการย้ายถิ่นฐานของประชาชนทั้งในรัฐฉานและพื้นที่ต่างๆของพม่า เราเห็นความขัดแย้งการเมืองเชิงชาติพันธุ์ในพม่ามาโดยตลอดทั้งเรื่องนโยบายจากส่วนกลางที่ละเมิดสิทธิมนุยชนและการกดทับชาติพันธุ์ ทางการพม่าพยายามทำให้ทุกคนเป็นคนพม่าเหมือนเขาหมด จึงมีนโยบายต่างๆออกมาบังคับโดยตลอด ทำให้ชีวิตของทุกคนในพม่าได้รับผลกระทบ และการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลพม่าก็ไม่เคยได้ผล
ดร.ศิรดากล่าวว่า เมื่อมองที่รัฐฉานจะเห็นถึงความขัดแย้งที่ซับซ้อนมากเพราะมีความหลากหลายชาติพันธุ์ รวมทั้งความขัดแย้งในคนไทใหญ่ด้วยกันเองเพราะมี 2 กองกำลังทั้งกองทัพรัฐฉานเหนือและใต้
“ถ้าเราคิดถึงพม่าในอนาคต ฝ่ายต่อต้านมักนึกถึงคำว่าประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นโจทย์ที่สำคัญของรัฐฉานที่ต้องหาเวทีพูดคุยกันเพื่อให้รัฐฉานคุยกันให้ได้ หากไม่สงบคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนไต ทุกวันนี้ผลกระทบมาสู่ประชาชนไม่ใช่มาจากส่วนกลางเท่านั้น แต่เป็นการสู้รบในพื้นที่กันเองด้วย” ดร.ศิรดา กล่าว
นักวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ มช.กล่าวว่า รัฐฉานมีทรัพยากรมีค่ามากมายและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ดังนั้นผลประโยชน์ต่างๆเหล่านี้ควรตกถึงประชาชน ไม่ควรอยู่ในมือใครคนใดคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยาเสพติด สแกมเมอร์และคาสิโน ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขุดหลุมฝังตัว! ดร.เอนก สะท้อน 'กัมพูชา' จากอดีตขาขึ้น สู่ขาลงและการดิ้นรนในปัจจุบัน
เอนก ชี้เมื่อกงล้อแห่งกาลเวลาหมุนเปลี่ยนทิศ และ อยุธยาผงาดขึ้นมาแข่งอย่างน่าทึ่งนั้น ประวัติศาสตร์ของกัมพูชาก็พลันตกเข้าสู่ยุคขาลงอย่างหนักแล้ว
ปชป.จี้รัฐคุมเข้ม ‘ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ’ วงจรแย่งงานคนไทย
ปชป. จี้รัฐสแกนเข้ม “ทุนต่างชาติ-แรงงานข้ามชาติ” วงจรแย่งงานคนไทย-กดค่าจ้าง เตือนระวังทุนหนาฮุบธุรกิจท้องถิ่น ทำสูญเสียอัตลักษณ์วัฒนธรรม 16 สิงหาคม 2569 นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงประเด็นปัญหาผลกระทบจากกลุ่มทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันสังคมกำลังเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามอย่างหนักในประเด็นการเข้ามาของทุนต่างชาติและแรงงานข้ามชาติที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนในภาคบริการและการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งพบว่าในบางพื้นที่เริ่มเกิดสภาวะที่ผู้ให้บริการหรือพนักงานไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เนื่องจากทั้งพนักงานและผู้จัดการล้วนเป็นชาวต่างชาติ นำมาสู่คำถามสำคัญว่าคนต่างชาติกำลังเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยหรือไม่ นางสาววีร์ กล่าวต่อว่า หากมองในมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น ต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดงานบางประเภทคนไทยจึงไม่เลือกทำ ซึ่งมักมีคำกล่าวหาว่าคนไทยรักสบายหรือไม่ยอมรับงานค่าจ้างต่ำ แต่ในความเป็นจริง การที่คนไทยต้องการรายได้และสภาพการจ้างงานที่มีคุณภาพ ไม่ถือเป็นความผิด หากแต่ปัญหามักเกิดจากโครงสร้างค่าจ้าง สภาพการทำงาน และชั่วโมงการทำงานที่ไม่จูงใจเพียงพอ ขณะเดียวกัน มีกลุ่มนายจ้างบางส่วนทั้งไทยและต่างประเทศ เลือกที่จะใช้แรงงานข้ามชาติที่มีอำนาจต่อรองต่ำกว่า เพื่อจุดประสงค์ในการกดต้นทุน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม และยิ่งสร้างความเสียหายร้ายแรงเมื่อดำเนินการโดยนักลงทุนต่างชาติ เพราะทำให้ประเทศไทยและคนไทยไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ จากการลงทุนเหล่านั้นเลย . รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งมีกลไกตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างเข้มงวดใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การตรวจสอบที่มาของเงินทุน ต้องมั่นใจว่าทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจเป็นทุนใสสะอาด ไม่ใช่เงินทุนที่ผิดกฎหมาย หรือการใช้คนไทยเป็นนอมินีเพื่อบังหน้า 2. การคุ้มครองธุรกิจท้องถิ่น รัฐต้องมีกลไกช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนในพื้นที่สามารถแข่งขันได้ และได้รับอานิสงส์จากเงินทุน เทคโนโลยี รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ มากกว่าจะปล่อยให้ทุนขนาดใหญ่เข้ามาฮุบกิจการและครอบงำตลาด 3.การปกป้องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใส่ใจเรื่องการถูกกลืนกินทางวัฒนธรรม เร่งกำหนดมาตรการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์และสวัสดิภาพของคนในพื้นที่
'รมว.สุชาติ' สั่งด่วนกรมป่าไม้ ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบอุทกภัยจังหวัดเชียงราย พร้อมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์ทวีความรุนแรง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้กรมป่าไม้ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในจังหวัดเชียงราย
4นัดประวัติศาสตร์ สู่การตัดสินแชมป์โลก2026 'JAS–MONOMAX'ให้คนไทยดูฟรี
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เดินทางเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่สุด เมื่อเส้นทางลุ้นแชมป์เหลือเพียง 4 นัดสุดท้าย ตั้งแต่รอบรองชนะเลิศ นัดชิงอันดับ 3 จนถึงนัดชิงชนะเลิศ ที่จะตัดสินว่าชาติใดจะก้าวขึ้นครองบัลลังก์ลูกหนังโลก บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026™) แบบเอ็กซ์คลูซีฟใน
7 ชุมชนริมน้ำกก เตรียมรับมืออุทกภัย ร่วมซ้อมระบบเตือนภัยด้วยเสาวัดน้ำระดับน้ำ
7 ชุมชนริมน้ำกกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-จัดประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจเสาวัดระดับน้ำ-ชุมชนร่วมกันตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤต-นักวิชาการ มูลนิธิพชภ.เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนข้อมูล

