แรงงานได้เฮ! ครม. เห็นชอบปฏิญญา Abu Dhabi Dialogue ยกระดับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล

รัฐบาล ยกระดับคุ้มครองแรงงานไทยในต่างแดน ครม. ไฟเขียวปฏิญญา Abu Dhabi Dialogue หนุนจ้างงานเป็นธรรม พัฒนาทักษะ รับตลาดแรงงานโลก

30 มิถุนายน 2569 - ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างปฏิญญาร่วมของการประชุมระดับรัฐมนตรี Abu Dhabi Dialogue ครั้งที่ 8 (Abu Dhabi Dialogue Eighth Ministerial Declaration) เพื่อใช้เป็นกรอบความร่วมมือของประเทศสมาชิกในการยกระดับการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับบริบทของตลาดแรงงานโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากร

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างปฏิญญาฉบับดังกล่าวให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศอย่างปลอดภัย เป็นระเบียบ และถูกกฎหมาย ควบคู่กับการยกระดับการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงานข้ามชาติในทุกช่วงของการจ้างงาน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง การจัดหางานที่โปร่งใสและเป็นธรรม การคุ้มครองแรงงานระหว่างการทำงานในประเทศปลายทาง ตลอดจนการสนับสนุนการเดินทางกลับและการกลับคืนสู่ตลาดแรงงานของประเทศต้นทางอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต โดยเฉพาะทักษะด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และทักษะที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมใหม่ รวมถึงการส่งเสริมการยอมรับคุณวุฒิและทักษะวิชาชีพระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสในการจ้างงาน ยกระดับรายได้ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของแรงงานในตลาดแรงงานโลก

พร้อมกันนี้ ร่างปฏิญญายังสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการแรงงาน การพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิก การลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการจัดหางาน การส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรม ตลอดจนการคุ้มครองแรงงานทุกกลุ่ม รวมถึงแรงงานหญิง เยาวชน และแรงงานในรูปแบบการจ้างงานใหม่ เพื่อให้ได้รับการดูแลและการคุ้มครองอย่างเหมาะสมและเท่าเทียม

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การเข้าร่วมร่างปฏิญญาครั้งนี้ จะช่วยให้ประเทศไทยมีบทบาทในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านแรงงานในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งส่งเสริมให้แรงงานไทยได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล มีโอกาสพัฒนาทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และเข้าถึงการจ้างงานที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทยและสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม. ไฟเขียวลดค่าโอน จดจำนองบ้าน-ที่ดิน เหลือ 0.01% ถึง 30 มิ.ย.70

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 2569 ลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์ และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือร้อยละ 0.01 เพื่อส่งเสริมการซื้ออสังหาริมทรัพย์มือหนึ่งและมือสอง บรรเทาภาระประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

ดัดหลังนักกินหัวคิวทำบัตรแรงงานต่างด้าว 'จุลพันธ์' เร่งแก้ปัญหาคิวยาว จ่อเปิดจดทะเบียนใหม่อีกระลอก

ดัดหลังนักกินหัวคิวทำบัตรแรงงานต่างด้าว หลังฉวยโอกาสงาบผลประโยชน์จากความชักช้าของระบบ e-WorkPermit “จุลพันธุ์” เตรียมขึ้นทะเบียนใหม่อีกระลอกหลังพบหลุดจากระบบจำนวนมาก

เช็กรายชื่อ! ครม. อนุมัติแต่งตั้งหลายตำแหน่ง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) กำกับการบริหารราชการ สั่ง และปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน

​ด่วน! ครม.สลับ 'ผู้ว่าฯเซมเบ้' นั่งรองปลัดมท. ขยับ 'โชตินรินทร์' นั่งผวจ.ภูเก็ต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำ

ครม. อนุมัติลงนาม MOC ส่งแรงงานไทยไปญี่ปุ่น ภายใต้ระบบจ้างงานเพื่อพัฒนาทักษะ

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างบันทึกความร่วมมือโครงการการจ้างงานเพื่อการพัฒนาทักษะ (MOC) ระหว่างกระทรวงแรงงานไทยและหน่วยงานภาครัฐของประเทศญี่ปุ่น พร้อมอนุมัติให้ปลัดกระทรวงแรงงานและอธิบดีกรมการจัดหางานเป็นผู้ลงนาม ซึ่งการจัดทำ MOC ครั้งนี้ เป็นการรองรับนโยบายนำเข้าแรงงานใหม่ของญี่ปุ่น

ครม. เห็นชอบแผนยกระดับ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน 'ไทย-เวียดนาม' ปี 69-74

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) เพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย - เวียดนาม ปี 2569 -2574 ทั้งนี้ หากมีการแก้ไขร่างแผนปฏิบัติการฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญหรือขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทยขออนุมัติให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีก