8 มีนาคม 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่เมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ได้เกิดพายุฝนฤดูร้อนตกลงมาอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดพายุงวงช้าง บ้านเรือนประชาชนนับสิบหลังคาเรือน ภายในชุมชนหนองคาง เขตเทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ถูกลมพายุพัดได้รับความเสียหายกว่า 10 หลัง
โดยนายแก้วคงวงศ์ นายอำเภอชะอำ พร้อมด้วย นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นำสมาชิกสภาเทศบาลเมืองชะอำ ผู้นำชุมชน อส.กองร้อยที่ 3 อำเภอชะอำ และเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดเหตุบริเวณชุมชนหนองคาง
จากการตรวจสอบพบบ้านเรือนของประชาชน จำนวน 15 หลัง ถูกลมพายุงวงช้างหลังเกิดฝนตกหนัก พัดหลังคาพังเสียหาย โดยบ้านที่เสียหายหนัก คือบ้านเลขที่ 1218/6 ถ.บ้านหนองคาง ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี บ้านของนางอุไรวรรณ ไม้แก้ว อายุ 83ปี และนายบุญช่วย สาลี อายุ 85 ปี สองสามีภรรยา
จากการตรวจสอบพบหลังคาบ้านและกระเบื้อง ถูกลมพายุงวงช้างพัดหายไปทั้งหลัง ข้าวของภายในบ้านพังแตกกระจัดกระจายเต็มบ้าน บริเวณหน้าบ้านยังมีห้องนอนของนายบุญช่วย ถูกลมพายุพัดหลังคาและฝาผนังหายไปทั้งห้อง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นายบุญช่วย สาลี อายุ 8 5ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนและยาย นอนอยู่บริเวณหน้าบ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นได้มีพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีพายุงวงช้างพัดเข้ามาในบ้านอย่างรุนแรง หอบหลังคาห้องนอน และหลังคาบ้านหายไปต่อหน้าต่อตา ตนจึงบอกให้ยายนอนหมอบกับพื้นและตนก็นอนหมอบลงกับพื้น ก่อนที่หลังคาบ้านและกระเบื้องจะปลิวตกลงมาเกลื่อนกระจัดกระจายเต็มบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ขณะที่ด้าน นายแก้ว คงวงศ์ นายอำเภอชะอำ ได้นำเจ้าหน้าที่ อส. ประธานชุมชน และชาวบ้าน ช่วยกันเก็บกวาดเศษซากหลังคาบ้านที่ถูกพายุหอบขึ้นไปตกบนสะพานจุดกลับรถข้ามทางรถไฟ สูงประมาณ 8-10 เมตร เพื่อเปิดช่องการจราจรให้แก่ชาวบ้านได้ใช้ถนน
นายแก้ว คงวงษ์ นายอำเภอชะอำ กล่าวว่า ได้เกิดพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในชุมชน ทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนของชาวบ้านประมาณ 14 หลังคาเรือน โดยเสียหายหนักทั้งหลังประมาณ 2-3 หลังคาเรือน โดยเบื้องต้นได้ประสานกับเทศบาลเมืองชะอำให้สำรวจข้อมูลบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และให้ความช่วยเหลือแก่ชาวบ้านตามขั้นตอน พร้อมกันนี้ได้ประสานกำลังจากตำรวจตระเวนชายแดนค่ายพระราม 6 ขอกำลังพลลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเก็บกวาดบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้กลับเข้าไปอาศัย และประสานเจ้าหน้าที่ เรื่อง อาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ประสบภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตาเป็นพิเศษ 10 ต.ค. ฝนหนักขยายวงกว้าง อุตุฯ ประกาศ ฉ.2 เตือนรับมืออากาศแปรปรวน
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 2 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 9 - 13 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆตามช่วงเวลาดังนี้
กรมอุตุฯ ออกประกาศเตือน 9-13 ต.ค. รับมืออากาศแปรปรวนทั้งฝนกระหน่ำ-ลูกเห็บตก
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
อุตุฯ เตือน 51 จังหวัด ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง รับมือน้ำท่วม
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่
ประกาศอุตุฯ ฉบับ 2 เตือนอากาศแปรปรวนฝนตกหนัก 4-7 ต.ค.
นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 40 จังหวัด ทะเลคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น
ประกาศฉบับสุดท้าย! อุตุฯ เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก
นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 18 (234/2569) โดยมีใจความว่า

