สลด! ลูก ตชด. ป่วยจิตเวช พลาดลื่นจมน้ำโขง พ่อทำใจไม่ได้

14 มี.ค. 2568 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.พยุง ศรีโฮง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีคนขับเรือสำราญพาราไดร์ครูซ 2 พบศพชายไม่ทราบสัญชาติ ลอยมาตามลำน้ำโขง บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช จึงประสานตำรวจสายตรวจ กู้ภัย VR ลำโขงเฟรนชิพ และกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม

ตรวจสอบพบว่าศพดังกล่าวลอยไม่ห่างจากตลิ่งมากนัก โดยมีเรือสำราญพาราไดร์ครูซแล่นตามไปห่างๆ และในเรือมีผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวรวมอยู่ด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่มาแล้วเรือพาราไดร์ครูซ 2 ก็แล่นออกไป ในขณะนั้นศพนิรนามยังไม่มีท่าทีจะลอยเข้าหาฝั่ง บังเอิญมีเรือหาปลาของชาวประมงล่านผ่านมา จึงอาสาลากศพไปยังศาลาแสงสิงแก้วหน้าวัดพระอินทร์แปลง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำศพขึ้นจากแม่น้ำโขง พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม ชันสูตรพลิกศพ

ระหว่างนั้นผู้ที่มายืนดูศพดังกล่าว ต่างสวมบทเป็นนักสืบจำเป็น เพื่อติดตามหาญาติ กระทั่งพบว่ามีการลงโพสต์ในเฟซบุ๊ก ตามหาชายคนหนึ่งชื่อนายแทน ที่หายตัวไปจากบ้านพักในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 (ตชด.236) ตั้งอยู่หลังโรงพยาบาลนครพนม เมื่อเวลาประมาณตีสามของวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันมี ดต.ประเมศ ปาปะไพ อายุ 53 ปี สังกัด ตชด.236 ได้เดินทางมาดูศพพร้อมกับเพื่อนตำรวจด้วยกัน แต่ไม่กล้าที่จะไปเปิดผ้าคลุมดูหน้าศพ เนื่องจากหากเป็นลูกชายที่หายตัวไปจริง เกรงจะทำใจไม่ได้ จึงให้เพื่อนตำรวจไปดูแทน และน่าจะเป็นลูกชายของตน เพราะมีลักษณะตรงกัน เช่นระเบิดใบหูตามสไตล์วัยรุ่น หน้าอกและหลังสักลาย

ดต.ประเมศ ได้ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนว่า ลูกชายชื่อจริง นายลัญจกร ปาปะไพ อายุ 30 ปี ตนมีลูกชายคนหญิงคน นายแทนเป็นลูกคนโต ก่อนหน้านี้ลูกชายเคยมีครอบครัวและมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ต่อมามีเรื่องระหองระแหงกัน เมียจึงขอหย่าและหอบลูกสาวไปด้วย ทำให้นายแทนคิดมากถึงขั้นเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมสุงสิงกับใคร นานวันเข้ากลายเป็นโรคซึมเศร้า ลุกลามไปถึงขั้นป่วยจิตเวช ต้องไปพบแพทย์เพื่อรับยามาทานประจำทุกเดือน

แลวันที่ 12 มี.ค. ลูกชายจะต้องไปรับยาจิตเวชที่ รพ.จิตเวชนครพนมฯ ปรากฏว่าเวลาประมาณตีสาม ได้หายออกจากบ้านพักในกองร้อย ตชด.236 รุ่งเช้าจึงรู้ว่าลูกชายหายไป สอบถามจากคนรู้จักเห็นนายแทนลูกชาย เดินผ่านหน้าโรงพยาบาลถึงสี่แยกประปา เดินมุ่งหน้าไปยังถนนสุนทรวิจิตร บริเวณริมแม่น้ำโขง จากนั้นไม่มีใครเห็นอีกเลย จึงไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองนครพนม พร้อมให้ญาติลงโพสต์ให้โซเชียลช่วยตามหาอีกแรง กระทั่งคนขับเรือสำราญมาเจอเป็นศพลอยน้ำ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายอาจจะเดินไปเล่นที่ริมแม่น้ำโขง เกิดพลาดลื่นไถลตกลงไป โดยไม่มีใครเห็น เพราะเป็นช่วงเช้ามืด ประกอบกับน้ำโขงลดตลิ่งจึงมีความสูงชัน และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้จมน้ำเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะที่แพทย์กำลังชันสูตรพลิกศพนายแทน เพื่อหาร่องรอยบาดแผลว่าก่อนเสียชีวิต ถูกทำร้ายร่างกายหรือไม่ ซึ่งดาบประเมศยังทำใจรับการสูญเสียไม่ได้ จึงยืนบังเสาปูนดูการทำงานของแพทย์อยู่ห่างๆ นับเป็นภาพที่เศร้าสลดใจยิ่งนัก ทุกคนต่างเข้าใจในหัวอกผู้เป็นพ่อ จึงเข้าไปปลอบใจอยู่ตลอดเวลา และไม่ติดใจในสาเหตุการตายของลูกชาย ได้ขอนำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตชด. แจงปมค้างจ่ายเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย-กัมพูชา ทำเรื่องของบแล้วยังอยู่ระหว่างพิจารณา

บช.ตชด. ชี้แจงค้างเบี้ยเลี้ยงกำลังพลชายแดนไทย–กัมพูชา หลังโฆษกพรรค ปชป.เผชิญปัญหาเบี้ยเลี้ยงไม้ออก เผยจัดสรรงบให้แล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 อยู่ระหว่างเบิกจ่ายให้กำลังพล ส่วนห้วงเดือน พ.ค.-ก.ค.69อยู่ระหว่างสำนักงบประมาณพิจารณา

น้ำโขงวิกฤต ระดับน้ำเพิ่มสูง เอ่อทะลักท่วมบ้าน ขนย้ายสัตว์เลี้ยง-กระสอบข้าว หนีจ้าละหวั่น

สถานการณ์อุทกภัยจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมาก เกิดน้ำไหลหลากในหลายพื้นที่ของ จ.นครพนม โดยมีรายงานว่า ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน ซึ่งเป็นจุดลำน้ำสงครามไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง มีระดับน้ำสูงขึ้นเกิดจากน้ำโขงหนุน ไม่สามารถไหลลงได้ จึงเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ชาวบ้านได้เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ และสุกรไปอยู่ที่อื่นเป็นการชั่วคราว บางบ้านต้องขนกระสอบข้าวเปลือกหนีน้ำ

โฆษก ตร.ออกโรงอธิบายเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกผิดกฎหมายหรือไม่!

โฆษกตํารวจแห่งชาติแจงหลักกฎหมายปมเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกเสียชีวิต ชี้ต้องสอบสวนทุกกรณี เผย ม.68 ป้องกันตัวได้หากมีภยันตรายใกล้ถึงและทำไปพอสมควรแก่เหตุ แต่หากภัยสิ้นสุดแล้วยังใช้กำลังอาจเข้าข่ายเกินสมควรแก่เหตุ