หนุ่มเมียนมา เคยถูกจับลักทรัพย์ เปลี่ยนชื่อย่องกลับมาไทยแต่ไม่รอด

เหลี่ยมจัดประวัติเพียบหวังตบตาตม. หนุ่มเมียนมา เคยถูกจับลักทรัพย์ ไปเปลี่ยนชื่อย่องกลับมาไทยใหม่แต่ไม่รอด

19 มีนาคม 2568 - ที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.ปกฉัตร ชัยสุกวัฒน์ ผกก.ตม.สมุทรสาคร ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภานุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สมุทรสาคร เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสาร แรงงานต่างด้าวที่มาขอให้ตรวจออกเอกสารต่างๆตลอดจนการตรวจอัตลักษญ์บุคคลนั้น

ปรากฎว่าในวันนี้ได้มี MR.MIN TUN หรือ MR.MIN YUN อายุ 37 ปี สัญชาติเมียนมา ได้มาติดต่อขอรับการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลที่ ตม.จว.สมุทรสาคร ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติจากระบบ Biometrics พบว่า มีประวัติเพียบ อาทิเช่นเคยถูกจับกุมดำเนินคดี ในข้อหา “ลักทรัพย์” ถูกบันทึกเป็นบุคคลต้องห้ามมีให้เข้ามาในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12(7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ตั้งแต่ปี 2565 ไม่อยู่ในเงื่อนไขการผ่อนผัน ตาม มติ ครม.

ซึ่งระบบ Biometrics ของ สตม. เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ข้อมูลชีวภาพของบุคคล เช่น ลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของผู้เดินทางเข้าหรือออกจากประเทศ ระบบนี้ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการตรวจสอบตัวตนและป้องกันการใช้เอกสารปลอมในการเดินทางข้ามพรมแดน โดยเคสนี้ผู้ต้องหามีการเปลี่ยนชื่อตนเองเพื่อมาขอขึ้นทะเบียนอัตลักษณ์ใหม่ แต่เมื่อตรวจสอบลายนิ้วมือแล้วพบว่ามีประวัติบุคคลต้องห้ามเข้าในราชอาณาจักร จึงได้ทำการจับกุม ในข้อหา “เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่ง พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

และขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพหลอกลวงว่าจะสามารถขึ้นทะเบียนบุคคลต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ผ่านการตรวจสอบประวัติ หากประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต่อหน้าต่อตา! รวบชายวัย 50 แจกแบงค์พันว่อนชุมชน อ้างเก็บเงินฌาปนกิจสงเคราะห์

ชุดเคลื่อนที่เร็วบุกรวบชายต้องสงสัย ถือแบงค์ 1,000 เป็นปึกวิ่งเข้าวิ่งออกตามบ้าน อ้างตามเก็บเงินเงินฌาปนกิจสงเคราะห์

กระตุกไทย 'เมียนมา' อยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ เร่งสร้างบทบาทลดความขัดแย้ง

“ปณิธาน” ชี้ เมียนมาคือพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ไทยควรเป็นตัวกลางหยุดยิง นักวิจัยย้ำเร่งสร้างบทบาทเชิงรุกเหตุอยู่ในเรดาห์มหาอำนาจ อาจกลายเป็นพันธมิตรสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคในระยะยาว

ฉากทัศน์และความเป็นไปได้หากศาลโลกตัดสิน ‘เมียนมา’ คดี ‘โรฮิงญา’

นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง คดีโรฮิงญาในศาลโลกมีน้ำหนักพอเอาผิดรัฐบาลทหารเมียนมาได้ แต่การบังคับใช้คำตัดสินยังติดข้อจำกัด ชี้แรงกดดันอาจตกอยู่ที่อาเซียนและไทย ขณะการค้า-การลงทุนเสี่ยงกระทบ หากถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ

สลด! หนุ่มเมียนมาเมาทะเลาะเมีย ดิ่งตึกชั้น 6 ดับ

เมื่อเวลา 00.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีคนพลัดตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิต บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ภายในซอยพุฒสี ตำบลแพรกษา