22 พฤษภาคม 2568 - จากกรณี 4 คนร้ายใช้รถ จยย. 2 คันเป็นพาหนะใช้อาวุธสงครามกราดยิงเจ้าหน้าที่ อส. ปฏิบัติหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลดอนทราย (ชคต.ดอนทราย) จำนวน 5 นาย ขณะกำลังวิ่งออกกำลังกายบนถนนภายในหมู่บ้านระเวง ม.3 ต.ดอนทราย อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ใกล้ฐานปฏิบัติการณ์ชุดคุ้มครองตำบลไม้แก่น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ อส.เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียใจให้กับครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงานของอส.ทั้งหมด
โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้พี่น้องชาวไทยพุทธได้รวมตัวและขอไปเข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ อส. ชุดคุ้มครองตำบลดอนทรายที่ได้รับบาดเจ็บ โดยได้ขอให้ศูนย์สันติวิธีเป็นผู้ใหญ่ที่รายงานให้กับ ทางพลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ทราบ จากนั้นแม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้สั่งการไปศูนย์สันติวิธีให้ดำเนินการพากลุ่มชาวไทยพุทธเข้าเยี่ยมและให้กำลังเจ้าหน้าที่ อส.จากเหตุดังกล่าว
วันนี้ ที่โรงพยาบาลปัตตานี กลุ่มพี่น้องชาวไทยพุทธปัตตานี 10 คน ซึ่งเป็นตัวแทนคนพุทธทั้งหมดของจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์สันติวิธี ได้เข้าเยี่ยมและกำลังใจ ม.ต.ดาห์รี แลเมาะ ซึ่งอาการล่าสุดรู้สึกตัวดี มีแผลฉีกขาดที่น่องซ้าย ส่วน อส.อ.มูรีดัน อาบู ล่าสุดมีอาการรู้สึกตัวดี มีแผลฉีกขาดที่หน้าท้องด้านขวา และด้านหลังข้างบั้นเอวขวาเป็นแผล
โดยบรรยากาศการเข้าเยี่ยมนั้น เต็มไปด้วยความซาบซึ้งของพี่น้องชาวไทยพุทธที่มีให้กับเจ้าหน้าที่ อส. ทั้ง 2 นายที่ทำหน้าที่ปกป้องประชาชนจนได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งยังสูญเสียเพื่อนที่เป็นเจ้าหน้าที่ด้วยกันอีก 2 ราย จากเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้พี่น้องชาวไทยพุทธบางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และได้ระบายความรู้สึกออกมาให้กับเจ้าหน้าที่ อส. และครอบครัวให้ฟัง ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ อส.และครอบครัว ถึงกับซาบซึ้งและขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมในวันนี้ พร้อมมีการสวมกอดและส่งกำลังใจ
นางเพ็ญพิมล แก้วแกมเพชร กล่าวว่าขอเป็นกำลังใจและ ขอแสดงความเสียใจกับเพื่อนที่เสียชีวิต ซึ่งน้องทำดีที่สุดแล้ว ขอบคุณมากที่เป็นด่านหน้าคอยคุ้มครองความปลอดภัยให้กับพวกเรามาโดยตลอด ตนไม่อยากจะแบ่งพุทธ มุสลิม แต่อยากมองว่าคนในพื้นที่มีความเป็นห่วงทุกคนทั้งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร อส. และชาวบ้าน ขอบคุณอีกครั้งที่เสียสละให้กับพวกเรา
นางจุทารัตน์ พฤกษวรรณ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่อยากให้สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย ต้องเข้าใจว่าคนที่สูญเสียมีลูกทั้งนั้น โดยเฉพาะ อส.ทั้ง 2 คนที่เสียชีวิต ต่างก็มีลูกรวมแล้ว 6 คน ที่ต้องเป็นเด็กกำพร้าพ่อ พวกเขากว่าจะเลี้ยงให้โตได้ต้องใช้เวลา พวกคุณไม่ใช่อยากจะยิงใครก็ยิง อยากจะฆ่าใครก็ฆ่า อยากจะให้พวกคุณคิดดีๆ เพราะพวกคุณเองต่างก็มีครอบครัว บางรายที่พวกคุณยิงบาดเจ็บที่ขา ทำให้เขาใช้ชีวิตไม่ได้ ก็ขอร้องว่าให้หยุดก่อเหตุได้แล้ว
ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจกับ อส.ที่เสียชีวิตไป 2 คน เพราะภรรยาเขาไม่สามารถใช้ชีวิตได้หากสามีจากไปแล้ว ซึ่งจากนี้ไป ถ้าภรรยาเขาอยากจะเลี้ยงลูก เขาต้องมีความแข็งแรงและมีงานทำ ก็อยากให้รัฐเข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ
ปัตตานีอุกอาจ! 4 คนร้าย ใช้อาวุธสงครามถล่มรถ ตร.เสียชีวิต 1 นาย
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.25 น. พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผู้กำกับการ สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณสี่แย
'บิ๊กดุลย์' พบเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เคลียร์ใจลดเงื่อนไขความขัดแย้ง
“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบ”เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี
วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว
เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ
'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า
"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”

