หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่ BM21 ของฝั่งกัมพูชาตกใส่ห่างจากบ้านไม่ถึง 100 เมตร ทำกระจกหน้าต่างแตกรอบบ้าน ต้นยางเสียหายเกือบ 30 ต้น คนที่อพยพหนีเริ่มกลับเข้าไปใช้ชีวิตในหมู่บ้านท่ามกลางภาวะจิตตก ยังเอาเสื้อผ้าของใช้จำเป็นไว้ในกระเป๋าเตรียมอพยพตลอดเวลา จนท.เร่งสำรวจความเสียหาย และเตรียมจัดทีมแพทย์เยียวยาสภาพจิตใจ
9 สิงหาคม 2568 - ชาวบ้านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในตำบลโคกว่าน อำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ที่โดนกัมพูชายิงกระสุนจรวด BM-21ตกใส่กลางสวนยางพารา ห่างจากบ้านเรือนประชาชนไม่ถึง 100 เมตร เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 25 ก.ค.68 ส่งผลให้บ้านของประชาชนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กระจกหน้าต่างแตกเสียหายรอบบ้าน ต้นยางพาราเสียหายเกือบ 30 ต้น หลังมีการเจรจาหยุดยิง ประชาชนที่อพยพไปอยู่ตามศูนย์พักพิงและบ้านญาติ เริ่มกลับเข้าไปใช้ชีวิตในบ้านเรือนของตัวเอง ท่ามกลางภาวะจิตตกหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่ากัมพูชาจะหยุดยิงตามข้อตกลงจริงหรือไม่ บางคนยังเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้จำเป็นไว้ในกระเป๋า เพื่อเตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา หากเกิดการสู้รบขึ้นอีก
ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต.โคกว่าน และผู้นำชุมชน ก็เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และสอบถามความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของชาวบ้าน พบว่าขณะนี้ประชาชนกลับเข้ามาในหมู่บ้านแล้วกว่าร้อยละ 80 ส่วนที่เหลือยังอยู่บ้านญาติที่ต่างอำเภอ และต่างจังหวัด เพราะยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ ส่วนคนที่กลับมาใช้ชีวิตในหมู่บ้านแล้ว ส่วนมากก็ยังวิตกกังวลไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะหยุดยิงจริง
นางคณิฐา เรียมแสน เจ้าของบ้าน ที่อยู่ใกล้จุดจรวด BM-21ตกใส่สวนยางห่างจากบ้านประมาณ 50–60 เมตร ได้พาทีมข่าวเดินดูสภาพความเสียหายของกระจกหน้าต่างที่แตกรอบบ้านเกือบทุกบาน พร้อมกับเล่าให้ฟังว่าถือเป็นเหตุการณ์เฉียดตายที่สร้างความวิตกกังวล ตอนนั้นต้องพาแม่สามี และลูกชายอพยพไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัด ส่วนสามีเฝ้าบ้านและสัตว์เลี้ยงที่บ้าน หลังมีการเจรจาหยุดยิง ก็เลยพาย่าและลูกชายกลับมาบ้าน เพราะต้องทำมาหากินและลูกชายก็ต้องไปโรงเรียน แต่ยอมรับว่ายังไม่มั่นใจในสถานการณ์ จึงยังเก็บเสื้อผ้าและข้าวของจำเป็นไว้ในกระเป๋า และในรถ เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา ส่วนความเสียหายก็อยากให้ภาครัฐเยียวยา ซึ่งเบื้องต้นก็มีเจ้าหน้าที่มาสำรวจแล้ว
ด้านนางวรรณา ดวงมาลา รองนายก อบต.โคกว่าน บอกว่า วันที่จรวด BM -21 ตกกลางสวนยางใกล้บ้านเรือนประชาชน ก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยอพยพออกจากหมู่บ้านทันที หลังเหตุการณสงบชาวบ้านก็เริ่มทยอยกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน และทำมาหากินแล้ว ซึ่งเบื้องต้นทาง อบต.ก็ได้เข้ามาสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานทางอำเภอ และจังหวัด แล้ว เพื่อรอรับการช่วยเหลือจากรัฐ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องสภาพจิตใจ เพราะจากการสำรวจพบว่ามีประชาชนหลายคนมีภาวะจิตตกหวาดระแวง เข้าข่ายซึมเศร้า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังกังวงว่าจะไม่สงบจริง ซึ่งจะได้จัดทีมแพทย์เข้ามาดูแลเยียวยาสภาพจิตใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หวิดวัดร้าง! เจ้าอาวาส 7 พรรษา- ลูกวัด โดนจับยาบ้า
บุรีรัมย์ยกเลิก จัดงานธรรมสัญจร กะทันหัน หลังเจ้าอาวาสและพระลูกวัด ถูกจับยาบ้า ชาวบ้านช็อก รับไม่ได้ เพราะศรัทธาโดยเฉพาะเจ้าอาวาสบวช 7 ถึง 7 พรรษา ผญบ.เตรียมหารือเจ้าคณะอำเภอ หวั่นวัดร้าง
ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3
วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ
ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ
“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื
รักจนวาระสุดท้าย 'ตา-ยาย' จากไปวันเดียวกัน หลังครองคู่ดูแลกันมาตลอดชีวิต
สะเทือนใจลูกหลาน คู่ชีวิตวัย 70 และ 69 ปี ชาวบุรีรัมย์ ล้มป่วยทั้งคู่ “ตา” อาการทรุดแต่เหมือนรอ “ยาย” กลับจากโรงพยาบาล เมื่อได้นอนเคียง
จับสึกเจ้าอาวาสพร้อมลูกวัด ซิ่งเก๋งฝ่าไฟแดงขนยาบ้า ยึดของกลางเกือบ 200 เม็ด
ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วม ตชด. ทหาร และฝ่ายปกครอง จับสึกเจ้าอาวาสวัดกับพระลูกวัดใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้าร่วม 200 เม็ด หลังไปซื้อมาจากพระอีกรูปที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ขณะเจ้าอาวาสที่ถูกจับบ่นเสียดาย และห่วงอยู่ไม่ทันจัดงานบุญที่วัด 20 ก.ย.นี้ เผยทั้งวัดมีพระ 4 รูป ถูกจับ 3 รูป เหลือ 1 รูป
'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ
ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ

