อธิบดีกรมการปกครองลงพื้นที่บุรีรัมย์ ติดตามสถานการณ์ตามแผนรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง เยี่ยมให้กำลัง ปชช. ที่ได้รับผลกระทบเหตุสู้รบและผู้ปฏิบัติงานชายแดน พร้อมหนุนงบสร้างหลุมหลบภัย หอกระจายข่าวตามที่ขอให้เพียงพอ ทั้งให้จังหวัดชายแดนใช้งบทดลองราชการ 100 ล้านจ่ายตอบแทน ชรบ.ที่ขาดรายได้ ส่วนค่าตอบแทนรายเดือนพร้อมรับไปเป็นการบ้าน
27 สิงหาคม 2568 - นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง และคณะ ได้เดินทางมาติดตามสถานการณ์ตามแผนรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่โรงเรียนบ้านโคกกระชาย ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายคำเคลื่อน พณชัย ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ นายเอกวัฒน์ พวงประโคน นายอำเภอบ้านกรวด หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือ อส. ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. และประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด ร่วมให้การต้อนรับ และได้มีการบรรยายสรุปสถานการณ์ชายแดนพื้นที่ อ.บ้านกรวด
จากนั้นอธิบดีกรมการปกครอง และคณะ ได้กล่าวพบปะเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานในพื้นที่ชายแดน อ.บ้านกรวด พร้อมมอบเครื่องแบบชุด ชรบ.ให้กับ ชรบ.จำนวน 50 ชุด ชมการสาธิตการจำลองสถานการณ์ การเข้าหลุมหลบภัยของนักเรียน ก่อนจะเดินทางไปเยี่ยมบ้านและมอบถุงยังชีพ เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของ นายแดง ครุฑทรัมย์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านโคกกระชาย หมู่ที่ 10 ต.สายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ได้รับผลกระทบจากกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา ยิงตกลงมาใกล้กับบ้านพัก ทำให้บ้านพังได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง ซึ่งขณะนี้ได้มีบริษัทภาคเอกชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ให้แล้ว โดยเป็นบ้านปูนชั้นเดียวขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่มีคุณสมบัติพิเศษกว่าบ้านพักอาศัยทั่วไปคือ สามารถป้องกันแรงกระแทกและสะเก็ดระเบิดได้ดีกว่าบ้านทั่วไป
สำหรับ อ.บ้านกรวด มีหมู่บ้านจำนวน 115 หมู่บ้าน 9 ตำบล เป็นอำเภอที่มีพื้นที่แนวชายแดนติดกับ อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา โดยมีความยาวตลอดแนวชายแดน 26 กม. จากเหตุการณ์สู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ 24-28 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบและความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ อ.บ้านกรวด โดยมีกระสุนปืนใหญ่ และจรวด BM21 ของกัมพูชา ยิงตกลงมาในพื้นที่ 4 ตำบล คือ ต.บ้านกรวด ต.สายตะกู ต.จันทบเพชร และ ต.ปราสาท จำนวน 263 ลูก มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 3 ราย วัวตาย 3 ตัว วัวบาดเจ็บ 1 ตัว หมูตาย 5 ตัว กระชังปลา 2 กระชัง บ้านเรือนราษฎร 15 หลัง รถยนต์ 3 คัน พืชผลทางการเกษตร เช่น นาข้าว ไร่มันสำปะหลัง สวนยางพารา และสวนยูคาลิปตัส เสียหายรวมจำนวน 68 ไร่
ทั้งนี้ จ.บุรีรัมย์ ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ในทั้งประชาชนและเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบเรียบร้อยแล้ว และได้มีการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือครบทุกหลังคาเรือน จำนวน 24,330 ชุด ซึ่งหลังจากประชาชนได้เดินทางกลับภูมลำเนาแล้ว ก็ยังมีการวิตกกังวลและไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ ทาง อ.บ้านกรวด จึงได้เร่งสร้างหลุมหลบภัยส่วนกลางของหมู่บ้าน และสร้างหลุมหลบภัยส่วนบุคคลเพิ่มเติมขึ้นอีก ทำให้ขณะนี้มีหลุมหลบภัยรวมทั้งสิ้น 969 หลุม ในจำนวนนี้เป็นหลุมหลบภัยส่วนกลาง 110 หลุม และหลุมหลบภัยส่วนบุคคลอีก 759 หลุม เพื่อเป็นการรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การลงพื้นที่มาชายแดนอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ครั้งนี้ เอาความห่วงใยเอากำลังใจจากรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยแล้วก็จากหน่วยปฏิบัติกระทรวง มาส่งให้กับผู้ปฏิบัติงาน ดูแล ทุกหน่วยงานที่ทำหน้าที่พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังในพื้นที่อย่างทุ่มเทเข้มแข็ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน นอกจากความห่วงใยก็มาบอดว่ารัฐบาลเติมอะไรบ้าง ยามสถานการณ์ใช้อะไรไปแล้วมันขาดอะไรทางกรมการปกครองก็เสนอขอรัฐบาล และเมื่อวานรัฐบาลก็ได้ประชุม ครม.แล้วก็ได้อนุมัติตามที่กรมการปกครองเสนอขอ 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือหลุมหลบภัย ซึ่งจะเติมให้เต็มทั้ง 4 จังหวัดชายแดนอีสานใต้ และ 3 จังหวัดภาคตะวันออกที่ติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา ก็จะเติมให้เต็มตามที่จังหวัดขอ
อย่างที่สองก็คือ หอกระจายข่าวซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในยามเกิดสถานการณ์ ทั้งกรณีสร้างใหม่ให้ถี่ขึ้น หมู่บ้านไหนไม่เพียงพอให้ทำเพิ่ม หมู่บ้านไหนเสียให้ซ่อมให้ใช้การได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทั้งสองส่วนจะรีบอนุมัติงบให้แต่ละอำเภอดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนเรื่องค่าตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย ในส่วนของกำนัน ผญบ.มีอยู่แล้ว ที่ห่วงก็คือ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพราะเป็นบุคคลที่อาสาเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้หมู่บ้าน ก็ต้องหาเงินดูแลให้เพราะเขาขาดรายได้แน่นอน ซึ่งตอนแรกจะของบกลางให้แต่เกรงจะล่าช้า จึงได้ให้แต่ละจังหวัดที่ติดชายแดนใช้งบทดลองราชการที่รัฐบาลเพิ่มให้จังหวัดชายแดนใช้ได้จังหวัดละ 100 ล้านบาท สามารถเบิกใช้ได้เลย และหากจังหวัดไหนไม่เพียงพอก็จะเติมเพิ่มให้อีก
ส่วนเงินค่าตอบแทนรายเดือนสำหรับ ชรบ.ก็รับไปเป็นการบ้านเพื่อเสนอรัฐบาลพิจารณาในส่วนตรงนี้อีกครั้ง ส่วน อส. และ ชรบ.ที่จะทำหน้าที่พิทักษ์ดูแลพื้นที่ส่วนหลัง จากข้อมูลพบว่าบางอำเภอมีตามกรอบ แต่บางอำเภอยังไม่เต็มกรอบก็จะเร่งไปเพิ่มให้เต็มกรอบ สำหรับแผนการอพยพแต่ละพื้นที่ก็มีการซักซ้อมกันอยู่แล้ว ก็ให้แต่ละพื้นที่ไปถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาหากยังติดขัดหรือบกพร่องตรงไหน ก็กำชับให้ดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพและปลอดภัยมากที่สุด
หลังจากนั้น อธิบดีกรมการปกครองและคณะ ได้เดินทางไปราชการต่อในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี ต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยายวัย 72 ขายลูกชิ้น เก็บของเก่าเลี้ยงชีพถูกตัดสิทธิบัตรคนจน หอบสังขารไปต่อคิวอุทธรณ์
ประชาชน เกษตรกรและผู้สูงอายุจากหลายอำเภอที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 แห่ยื่นคำร้องขออุทธรณ์สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ เนืองแน่นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยคนที่ยื่นอุทธรณ์ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์
ยืดอุทธรณ์ 'บัตรคนจน' ถึง 20 ก.ย. มท. ตั้งศูนย์รับร้องทุกอำเภอ
มท. เดินหน้าแก้ปัญหาบัตรสวัสดิการฯ ชงข้อมูลให้คลังแก้ไขก่อนเสนอ ครม. ทบทวนสิทธิ์คนจน พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. ตั้ง One Stop Service ทุกอำเภอ ตรวจเข้มสวมชื่อเปิดบริษัท- รับจ้าง-บัญชีม้า
บุรีรัมย์จัดงานแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ชูลวดลายผสมผสานศิลปะลายไทยกับขอมประยุกต์
บุรีรัมย์ เตรียมจัดงานสืบสานงานประเพณีแห่เทียนพรรษา อ.ประโคนชัย ประจำปี 2569 ‘หลอมเทียนรวมใจ ประโคนชัยเทียนศิลป์ เยือนถิ่นชุมชนคนทำเทียน’ ชูลวดลายที่ผสมผสานงานศิลปะลายไทยกับลายขอมประยุกต์ ของช่างฝีมือในท้องถิ่น เพื่ออนุรักษ์สืบสานประเพณีท้องถิ่น และประชาสัมพันธ์ฝีมือ ช่างแกะสลักต้นเทียนพรรษาของแต่ละคุ้มวัด รวมถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
หญิงวัย 65 ปล่อยโฮหน้าธนาคาร ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เผยเสียใจทั้งที่ยากจน ไม่มีรถ มีแค่ที่ดินพออยู่อาศัย
ป้าวัย 65 ชาว อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปล่อยโฮหน้า ธกส. หลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ คุณสมบัติไม่ผ่านทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ วอนภาครัฐตรวจสอบใหม่ยันฐานะยากจนจริง หวังได้บัตรคนจนช่วยต่อลมหายใจ
คูเวตเริ่มระอุ! สถานทูตฯ ขอคนไทยติดตามข่าวสารใกล้ชิด หลีกเลี่ยงเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง
สถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต แจ้งข่าวสารประจำวัน หลังกองบัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพคูเวตออกแถลงการณ์ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้สกัดกั้นวัตถุที่เป็นภัยคุกคาม
แม่ค้าตลาดเทศบาลบุรีรัมย์ บ่นอุบคนซื้อน้อยผิดคาด แม้ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เริ่มรอบใหม่
ร้านค้าในตลาดสดเทศบาลนครบุรีรัมย์ โอดสั่งของมาเพิ่มไว้ขายรองรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส รอบเดือนใหม่ แต่ผิดคาดคนซื้อเบาบาง คาด ปชช.อาจไม่มีเงินเติมเข้าแอปเป๋าตัง ซ้ำราคาของแพงขึ้น ขณะร้านค้าต้องแบกรับต้นทุนค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรหดหาย ทั้งยังถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลหามาตรการลดราคาน้ำมัน และสินค้า

