ยังจำได้มิรู้ลืม ‘พระพันปี’ พระราชทานสร้อยคอและเหรียญทองคำ

28 ต.ค. 2568-นางสุกี สายบุตร อายุ 61 ปี อดีตประธานสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอำเภอกระสัง บ้านบุ หมู่ที่ 11 ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเคยได้เข้าเฝ้า และเคยได้รับพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานใบประกาศเกียรติคุณ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ประเภทผ้าไหมมัดหมี่ สมาชิกเก่า จาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งทรงดำรงพระยศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนารถ องค์ประธานมูลนิส่งเสริมศิลปาชีพ ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2542  

อดีตประธานสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้ถือโอกาสเผยถึงความประทับใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนภาคภูมิใจ และยังจำภาพบรรยากาศในวันนั้นที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมกับเงินขวัญถุง จำนวน 55,000 บาท และพระองค์ยังทรงสวมสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท กับเหรียญพระราชทาน ภปร. สก. เนื้อทองคำ ปี 2535 หนัก 1 บาท ให้ตนด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง และยังทรงมีพระราชดำรัสตรัสถาม กับตนเองได้อย่างแม่นยำ ถึงแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมากว่า 20 ปีแล้วก็ตาม

สร้อยคอทองคำกับเหรียญพระราชทาน ตนยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ถึงแม้ทองคำในตอนนี้จะมีราคาสูงก็ตาม และเคยได้มีคนมาขอซื้อให้ราคาเป็นล้านตนก็ไม่ยอมขาย โดยสร้อยคอทองคำตนได้เก็บไว้ ส่วนเหรียญพระราชทานได้มอบให้บุตรชายคนโต ส่วนเงินขวัญถุงพระราชทานได้นำใช้จ่ายเป็นทุนการศึกษาให้บุตรทั้ง 3 คน และลงทุนทำธุรกิจในครอบครัว

โดยพระราชดำรัสตรัสถามของพระองค์ในวันนั้น ที่ตนจำได้แม่นว่า ‘ลูกถ้าได้เงินจากแม่ไปลูกจะทำอย่างไร’ ซึ่งตนก็ตอบไปว่า หนูจะแบ่งเป็น 5 ส่วน คือ แบ่งให้พ่อแม่ และจะส่งลูกเรียนหนังสือ ทำบุญและไว้ลงทุน’ ซึ่งภาพในวันนั้นตนปลื้มปิติเป็นอย่างมาก พอพูดถึงเรื่องนี้ทีไร และขับรถผ่านสถานที่โครงการส่งเสริมศิลปาชีพอำเภอกระสัง น้ำตาก็จะไหลทุกที ยิ่งตนเองได้รับรางวัลจากพระหัตถ์พระองค์ท่านแล้วด้วย  

พระสุรเสียงของพระองค์ ยังกึกก้องอยู่ในสมองจนถึงทุกวันนี้ และพระองค์ยังตรัสด้วยว่าดีแล้วลูก ถ้าลูกทำได้ แม่จะปลื้มมาก จากนั้นพระองค์ได้ยื่นพระหัตถ์มาลูบหัวตนทำให้ขนลุกจนบอกไม่ถูก เมื่อเข้าเฝ้าเสร็จแล้วขณะที่ตนเดินออกมาก็มีบรรดานายทหารต่างๆ ได้พูดกับตนเองว่า สร้อยคอทองคำกับเหรียญพระราชทาน ที่พระองค์พระราชทานให้แลกกับรถเก๋งเอาไหม ตนก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่าไม่ ทำให้นายทหารคณะนั้นหัวเราะพร้อมกับพูดว่า โหวพี่นี่รักพระราชินีจริงๆ ซึ่งตนก็ตอบว่ารักตนรักมาก

อดีตประธานสมาชิกโครงการส่งเสริมศิลปาชีพอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ กล่าวด้วยว่า และทันทีที่ทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ตนถึงกับทำอะไรบอกอะไรไม่ถูก มันจุกแน่นในอกไปหมดเลย และจะขอตั้งใจทำความดีถวายพระองค์ท่านตลอดไป มันเหมือนชีวิตไม่มีอะไร มันปลิวไปหมดเลย เหมือนเราสิ้นไม่มีอะไรติดตัวเลย จะเป็นลม จากนั้นเปิดโทรศัพท์ดูภาพครั้งที่ตนได้เข้าเฝ้า ก็น้ำตาร่วงตลอด มันพูดไม่ออก มันจุกในอก

ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้อยู่เป็นสมาชิกในโครงการศิลปาชีพ เนื่องด้วยครอบครัวตนได้ย้ายไปอยู่ที่กรุงเทพฯ และได้ทำสมความตั้งใจไว้คือ ส่งลูกๆทั้ง 3 คน ได้เรียนสูงๆ จบปริญญาโท แล้ว 2 คน รวมถึงจะเรียนต่อปริญญาเอก และก็มีหน้าที่การงานที่มั่นคงกันทั้ง 3 คน ขอให้ลูกตั้งใจแม่คนนี้ก็จะสู้ ถึงแม้ครอบครัวจะยากจน และตัวแม่เองเรียนจบแค่ ป.4 ก็ปลื้มมาก 

‘ที่จับกี่ทอผ้าก็นึกถึงคำสอนของพระองค์มาตลอดคะ ถึงท่านจะเสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่ลูกคนนี้ก็ยังจำคำพูดที่แม่สอนไว้ที่พระตำหนักภูพาน ว่าให้ลูกทำความดีตลอดไป ลูกก็ตั้งใจทำมาโดยตลอด และขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้’.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รักจนวาระสุดท้าย 'ตา-ยาย' จากไปวันเดียวกัน หลังครองคู่ดูแลกันมาตลอดชีวิต

สะเทือนใจลูกหลาน คู่ชีวิตวัย 70 และ 69 ปี ชาวบุรีรัมย์ ล้มป่วยทั้งคู่ “ตา” อาการทรุดแต่เหมือนรอ “ยาย” กลับจากโรงพยาบาล เมื่อได้นอนเคียง

จับสึกเจ้าอาวาสพร้อมลูกวัด ซิ่งเก๋งฝ่าไฟแดงขนยาบ้า ยึดของกลางเกือบ 200 เม็ด

ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังร่วม ตชด. ทหาร และฝ่ายปกครอง จับสึกเจ้าอาวาสวัดกับพระลูกวัดใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้าร่วม 200 เม็ด หลังไปซื้อมาจากพระอีกรูปที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ขณะเจ้าอาวาสที่ถูกจับบ่นเสียดาย และห่วงอยู่ไม่ทันจัดงานบุญที่วัด 20 ก.ย.นี้ เผยทั้งวัดมีพระ 4 รูป ถูกจับ 3 รูป เหลือ 1 รูป

'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ

ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ

“โสภณ” ชูพลังการเรียนรู้ตลอดชีวิต สกร.บุรีรัมย์ “สร้างคน สร้างโอกาส พัฒนาอาชีพที่ยั่งยืน” ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันที่ 12 ก.ย.2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมทางวิชาการสรุปผลการดำเนินงาน ภายใต้แนวคิด “สร้างคน สร้างโอกาส พัฒนา ////////////////////

เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี