ขอนแก่น ตั้งรางวัลจับ 2,000 บาท แจ้งเบาะแส 3 โจรแสบทำทีจำนำโทรศัพท์ก่อนฉกลำโพงแบรนด์ดังหลบหนีลอยนวล
20 พฤศจิกายน 2568 - เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานส่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านรับฝาก-ขายสินค้ามือสอง ซึ่งบันทึกเหตุการณ์คนร้ายจำนวน 3 คน ก่อเหตุลักลอบขโมยลำโพงบลูทูธแบรนด์ดังภายในร้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะคนร้ายลงมือได้อย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้เจ้าของร้านประกาศตั้งรางวัลนำจับจำนวน 2,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
พร้อมข้อความระบุว่า “บี เอ โมบาย” เลขที่ 180/6 ถนนศรีจันทร์ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยภาพกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นชาย 3 คน ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้าเวฟสีดำ หมายเลขทะเบียน ขรธ 447 ขอนแก่น มาจอดหน้าร้าน ก่อนทั้งหมดจะลงจากรถและเดินเข้ามาภายในร้าน ชายคนแรก สวมเสื้อแขนยาวสีเขียว กางเกงขายาวสีดำ มีหนวด ได้เดินเข้าไปภายในร้านพร้อมนำโทรศัพท์มือถือให้เจ้าของร้านประเมินราคาจำนำ
จากนั้นไม่นาน ชายอีก 2 คนที่มาด้วยกันได้เดินตามเข้ามา พร้อมนำโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องมาให้ร้านตรวจเช็คราคาเช่นกัน จังหวะที่เจ้าของร้านกำลังตรวจสอบโทรศัพท์อยู่นั้น ชายคนแรกได้เดินไปดูสินค้ามือสองบริเวณด้านหลังร้าน ก่อนหยิบลำโพงบลูทูธยี่ห้อฟินเดอร์ มูลค่า 10,900 บาท แล้วซุกซ่อนไว้ในเสื้อ ก่อนเดินออกจากร้านและนำลำโพงไปซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จากนั้นจึงกลับเข้ามาในร้านอีกครั้ง ก่อนทั้งหมดจะเดินออกจากร้านและหลบหนีไปพร้อมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว"
ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้พบกับนายรัฐพัฒน์ มัสนี อายุ 33 ปี เจ้าของร้านบี เอ โมบาย ซึ่งได้เดินพาดุจุดที่คนร้ายก่อเหตุตามคลิปภาพที่ปรากฎ
นายรัฐพัฒน์ กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุนั้นอยู่ภายในร้านตามปกติ โดยรับจำนำโทรศัพท์มือถือจากคนร้ายเพียง 1 เครื่อง คือรุ่น Redmi A5 ในราคา 500 บาท หลังคนร้ายทั้ง 3 ออกไปก็ยังไม่เอะใจ จนกระทั่งปิดร้านและตรวจสอบสินค้าในร้านดู พบว่าลำโพงบลูทูธ และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จึงพบว่าคนร้ายเป็นชายในกลุ่มเดียวกันที่นำโทรศัพท์มาจำนำและได้ลอบหยิบลำโพงไปอย่างแนบเนียน
"ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายทันที พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 2,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมคนร้าย ซึ่งสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 099-143-6174 หรือแจ้งตำรวจจับกุม และคนที่รับซื้อสินค้าที่ถูกโจรกรรมไป หากพบว่าเป็นทรัพย์สินจากคดีนี้ จะเข้าข่ายความผิดฐานรับซื้อของโจรและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม' เปิดเสน่ห์เมืองภูเขา ชวนชิมอาหารพื้นถิ่น ฟังดนตรี สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชุมชน
จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อำเภอภูผาม่าน เทศบาลตำบลภูผาม่าน บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดงาน “มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม” ณ หนองสมอ ตำบลโนนคอม อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมนำเสนอเสน่ห์ด้านอาหาร ดนตรี และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอภูผาม่านสู่สายตานักท่องเที่ยว
คู่อริโหด! ขี่ จยย. ไล่ตามประกบ ก่อนจ่อยิงหนุ่มภูเก็ตดับกลางถนน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ถลาง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนริมอุโมงค์ทางลอดแยกสนามบินตัดใหม่ ขาออก
รวบยกแก๊ง! ปลอมโฉนดที่ดิน ตุ๋นเหยื่อสูญ 25 ล้านบาท
พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายเป็นผู้สูงอายุ โดยมีอายุ 69 ปี เจ้าของโรงานแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร
'แก๊งแขกขาว' อาละวาดพัทยา ลวงฉกเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติ
นาย Ravi Kant อายุ 43 ปี สัญชาติอินเดีย เดินทางเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.กิตติพัศ ขจรพงค์ชัยกุล สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
เทศบาลขอนแก่น ยันวัดป่าอดุลยารามไม่อยู่ในข่ายชำระภาษีที่ดิน เพราะใช้ประโยชน์ทางศาสนา
นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรี นครขอนแก่น เปิดเผยว่า ตามเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่ดิน 21-3-61 ตรว.ในปี 2533 กรรมสิทธิ์ในที่ดินเป็นของนายเฮียง พิมพ์ศรี การใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นที่ใช้ประโยชน์ของวัดป่าอดุลยาราม เป็นการใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนาไม่อยู่ในข่ายต้องชำระภาษีบำรุงท้องที่
ชาวขอนแก่นแจ้งจับ 'ป้าดา' นำกลุ่มบุคคลปิดประตูเข้า-ออก วัดป่าอดุลยาราม
ชาวขอนแก่นเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษ "ป้าดา" และกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุปิดประตูวัดป่าอดุลยาราม หลังมีคำพูดอ้างถึง “ผู้ใหญ่เบื้องบน” และ “ฎีกาของในหลวง” ขอให้ตำรวจตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 พร้อมท้าให้นำเอกสารที่กล่าวอ้างออกมาแสดง

