กระบะเมาหนักฝ่าไฟแดง พุ่งชนร้านข้างทาง เจ็บ 12 ราย

24 พ.ย. 2568 – เมื่อเวลา 00.30 น. พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ “แก่นนคร 191” สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เกิดเหตุรถยนต์ชนกันก่อนจะเสียหลักพุ่งชนร้านอาหาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานงานร่วมหน่วยกู้ชีพ รพ.ขอนแก่น มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ และหน่วยงานต่างๆ เข้าให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะสีขาว หมายเลขทะเบียน 2ฒฮ-505 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนขึ้นมาบนร้านโดยมีลูกค้าที่นั่งรับประทานอาหารอยู่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 12 ราย นำส่ง รพ.เป็นการเร่งด่วน

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้าร้าน และบริเวณสี่แยกเตียวฮง หรือสี่แยก ถ.หน้าเมืองตัดกับ ถ.ศรีจันทร์ เขตเทศบาลนครขอนแก่นพบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวขับมาบนถนนศรีจันทร์ มุ่งหน้าศาลหลักเมืองขอนแก่น เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ ฝ่าสัญญาณไฟแดง และพุ่งชนกับรถยนต์เก๋ง โตโยต้าวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน ขน-3495 ขอนแก่น ที่ขับตามสัญญาณไฟเขียวปกติ ก่อนที่รถยนต์กระบะจะเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านศรีจันทร์นมสด ที่มีลูกค้านั่งอยู่หน้าร้านจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและสิ่งของกระจัดกระจาย

ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ ต้องนำเครื่องตัดถ่าง ไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บบนรถเก๋งอีก 2 ราย หลังรถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า ก่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาลขอนแก่น ขณะที่คนขับรถยนต์กระบะ พยายามจะหลบหนี โดยมีพนักงานร้านศรีจันทร์นมสดได้ถ่ายรูปไว้ได้ เป็นชายวัยกลางคนสวมกางเกงขาสั้นสีแดงไม่สวมเสื้อ ซึ่งอาศัยช่วงชุลมุนเพื่อหลบหนี แต่สุดท้ายถูกตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ควบคุมตัวได้ถนนศรีจันทร์ หน้าทางเจ้าโรงแรมโฆษะขอนแก่น ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร

นายบุญโชค เลิศชัยยะวัฒน์ อายุ 27 ปี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งรับประทานที่ร้านดังกล่าวที่บริเวณโต๊ะหน้าร้าน จากนั้นเห็นรถยยนต์กระบะขับฝ่าสัญญาณไฟแดง แล้วพุ่งชนกับรถเก๋งที่ขับมาตามสัญญาณไฟเขียว แล้วรถก็พุ่งผ่านหน้าตนเอง แล้วไปชนกับลูกค้าที่กำลังนั่งรับประทานอยู่ ตนเองก็ตกใจแล้วก่อนจะวิ่งไปตั้งหลัก แล้วรีบแจ้งห่วยกู้ชีพเพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือ

พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายคึกฤทธิ์ ปัญญา อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 ม. 2 ต.หนองเขาใหญ่ อ.ปลาปาก จ.นครพนม คนขับรถกระบะ มาทำการสอบสวน และทำการวัดปริมาณแอลกอฮอล์ โดยวัดได้ 199 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยนายคึกฤทธิ์ให้การว่า ได้ดื่มสุราที่บ้านเช่าที่บ้านโคกฟันโปง ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นได้ออกมาทำธุระกับเพื่อน และกำลังจะขับรถเพื่อกลับบ้านพัก แต่ประสบอุบัติเหตุเสียก่อน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่รอด‘กรมการท่องเที่ยว’บุกจับกองถ่ายหนังจีนเถื่อนไร้อนุญาตถ่ายในไทย

‘กรมการท่องเที่ยว’ คุมเข้มหลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจแกลเลอรี่ย่านหางดง พบกองถ่ายภาพยนตร์จีน ‘The Puppet’ยังไม่ได้รับอนุญาตถ่ายทำในไทย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ โทษปรับสูงสุด 1 ล้านบาท เตรียมสอบเพิ่มต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย ย้ำเอาจริงคุ้มครองมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

ด่วน'ซุปเปอร์บอน'บาดเจ็บ ถอนไฟต์ป้องกันแชมป์'หลิว เมิงหยาง' ศึกThe Inner Circleศุกร์22พ.ค.

“ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) แจ้งถอนชกในศึกป้องกันบัลลังก์กับ “หลิว เมิงหยาง” หลังได้รับบาดเจ็บกะทันหัน หลังจากที่เคยถูกวางคิวให้ขึ้นเป็นคู่เอกรายการ The Inner Circle ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. นี้

ชาวนาเริ่มไถหว่านปลูกข้าว โอดแบกรับต้นทุนเพิ่มสูง วอนรัฐบาลแก้ให้ตรงจุด ชี้มาตรการสินเชื่อสร้างภาระหนี้ไม่จบสิ้น

ชาวนาในพื้นที่ ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น เริ่มไถหว่าน เตรียมปลูกข้าวนาปี ท่ามกลางความกังวลว่า การทำนาปีนี้อาจจะไม่เหมือนเดิม อันเนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันซึ่งเป็นตุ้นทุนหลัก ทำให้ต้องจ่ายค่าไถ ค่าหว่าน เพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยไร่ละ 50-100 บาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่

โฆษก ตร. ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปม 'โทน บางแค' ร้องบิ๊กตำรวจใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณี โทน บางแค ร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้อำนาจบังคับทวงหนี้ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว ทั้งกรณีที่ร้องทุกข์วันนี้ และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง