หัวใจรักชาติ!"หนุ่มเมืองชาละวัน" แห่สมัครเป็นทหารออนไลน์ ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ไม่หวั่น
15 ธันวาคม 2568 - พ.อ.คมจักร์ ชัยชนะ สัสดีจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ณ บริเวณชั้นล่างหอประชุมจังหวัดพิจิตร ศาลากลางจังหวัดพิจิตร อ.เมือง จ.พิจิตร ที่ได้ดำเนินการเมื่อวันวานที่ผ่านมา (วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. 68) ว่า จังหวัดพิจิตรมีชายไทยที่อายุระหว่าง 18-20 ปีบริบูรณ์ และกลุ่มที่เป็นทหารกองเกินอายุ 22-29 ปี ซึ่งเป็นผู้ผ่านการตรวจเลือกทหารแล้วแต่จับได้ใบดำ (ไม่ต้องเป็นทหาร) แต่มีความประสงค์อยากเป็นทหารรับใช้ชาติจึงได้สมัครในระบบออนไลน์
ดังนั้นจึงได้มีการเรียกให้มารายงานตัวและตรวจสภาพร่างกายเพื่อทำการตรวจเลือก โดยคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งฯ ซึ่งชายไทยชาวจังหวัดพิจิตรสมัครมาทั้งสิ้น 310 คน ผ่านการตรวจเลือกครั้งแรกไปแล้ว 115 คน และการตรวจเลือกฯเมื่อวันวานเป็นรอบที่สอง 38 คน และจะมีการตรวจเลือกรอบที่ 3-4 อีกครั้งในวันที่ 24-25 ม.ค.2569 เพื่อไปเป็นทหารกองประจำการผลัด 1 ที่จะต้องเป็นทหารในวันที่ 1 พ.ค. 69 ตามหน่วยที่ตนเองเลือก
สำหรับผู้ที่สมัครใจเป็นทหารในครั้งนี้สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในการเข้ารับราชการทหารกองประจำการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 1.มีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ที่เข้ารับราชการทหารกองประจำการประจำปี 2.มีสิทธิสอบเข้าเป็นนักเรียนทหารในสถานศึกษาสังกัด ทบ. , ทร. และ ทอ. ในโควต้าตามที่เหล่าทัพกำหนด
3.เมื่อรับราชการทหารกองประจำการครบกำหนด 2 ปี หากมีคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับสิทธิเพิ่มในการสอบบรรจุเข้ารับราชการทหารได้รับคะแนนเพิ่มร้อยละ 5 , สอบบรรจุเข้ารับราชการใน สป.กห. ได้คะแนนเพิ่มร้อยละ 10 และสิทธิอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมถึงมีสิทธิได้รับเงินเดือน-เบี้ยเลี้ยงประจำ-เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว รวมกันประมาณ 11,000 บาท/เดือน รวมถึงการได้รับโควต้าพิเศษในการสอบเข้าโรงเรียนนายสิบกองทัพบกร้อยยละ 30 ของโควต้าทหารกองประจำการ จึงทำให้มีชายไทยเลือดรักชาติสมัครใจในครั้งนี้กันอย่างคึกคักทั้งๆที่อยู่ในช่วงการสู่รบชายแดนไทย-กัมพูชา ก็มิได้ส่งผลให้ผู้ที่มีใจรักชาติหวั่นเกรงภัยอันตรายแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
'สีหศักดิ์' นั่งหัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลสากล ชาวแอฟริกาใต้-เยอรมันร่วมทีม
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต รองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)
นายกฯ สยบข่าวกัมพูชาขนรถถังประชิดชายแดน ยันไม่มีรายงานในที่ประชุม สมช.
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2569 โดยมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุม

