เชียงรายถกเครียดหลังผลวิจัยพบสารหนูในเล็บ-เส้นผม ผวจ.สั่งตรวจซ้ำใช้กลุ่มตัวอย่างมากขึ้น-ผู้เชี่ยวชาญชี้ยังไม่ควรเล่นน้ำกก-ดับฝันแผนเล่นน้ำสงกรานต์ เผยนักวิจัยเปิดเผยข้อมูลถูกกดดันหนัก
26 กุมภาพันธ์ 2569 - นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัก (ผวจ.) เชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2/2569 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผวจ. พร้อมด้วย ดร.ศิริวรรณ กันติสินธุ์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง(มฟล.) ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ประมงจังหวัดเชียงราย ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนักวิชาการนักวิจัยจากหลายสถาบันการศึกษา ตัวแทนภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมทั้งในห้องประชุมและออนไลน์
ทั้งนี้ที่ประชุมได้หยิบยกกรณีที่มีการตรวจพบสารหนูสะสมในเล็บและเส้นผมของประชาชนริมแม่น้ำกก จำนวน 16 ราย จากกลุ่มตัวอย่าง 90 ราย ซึ่งพบค่าสูงกว่า 0.05 มก./กก. และบางรายมีอาการทางคลินิกที่ส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกและมีโทรศัพท์สอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก ขณะที่ภาคธุรกิจกังวลว่าจะกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะกิจกรรมล่องแพและร้านอาหารริมน้ำ
นายชูชีพ ผวจ.เชียงราย ระบุว่าจังหวัดจำเป็นต้องพูดความจริงบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ แต่ส่วนที่ยังไม่ชัดเจนต้องรอผลยืนยันจากห้องปฏิบัติการอ้างอิงเสียก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกเกินไปจนกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของจังหวัด ในเวทีแลกเปลี่ยน มีการตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานการตรวจวัด เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีเกณฑ์ชัดเจนว่าปริมาณสารหนูในเล็บและเส้นผมต้องไม่เกินเท่าใดจึงจะปลอดภัย นอกจากนี้ ผลตรวจผู้ที่มีสารเกิน 1 มก./กก. จำนวน 2 รายที่ อ.แม่อาย (ท่าตอน) ยังไม่สามารถบ่งชี้แหล่งที่มาของสารได้ชัดเจน จำเป็นต้องมีการสอบสวนโรคและจัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Mapping) เพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ทีมวิจัย มฟล. ตอบข้อซักถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างสารในร่างกายกับอาการทางคลินิกว่า ข้อมูลยังมีความไม่แน่นอนเนื่องจากขนาดกลุ่มตัวอย่างที่น้อย และมี "ปัจจัยรบกวน" สำคัญ เช่น สารกำจัดศัตรูพืชหรือสารเคมีจากแหล่งอื่น ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของค่าที่ตรวจพบ
ขณะที่ตัวแทนภาคประชาสังคมและสื่อมวลชนได้สะท้อนปัญหาถึงวิธีการสื่อสารความเสี่ยงและการตอบโต้สถานการณ์ที่ยังขาดความพร้อม ทั้งในด้านเครื่องมือ โดยเฉพาะศูนย์ตรวจสารโลหะหนักที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะจัดตั้งในพื้นที่ได้เมื่อไหร่ งบประมาณ และกระบวนการเฝ้าระวังแบบรอบด้านที่ยังทำงานแยกส่วนกัน การตรวจตะกอนดิน ห่วงโซ่อาหาร และสุขภาพประชาชนยังไม่มีแผนการที่ชัดเจนพอจะลดความกังวลได้ ขณะที่ต้นเหตุปัญหา เช่น ทำเหมืองแร่ในพื้นที่รอยต่อชายแดน ซึ่งมีความต้องการแร่แรร์เอิร์ทสูง และราคาทองคำพุ่งสูง ยังคงเป็นปัจจัยความรุนแรงปัญหายังไม่บรรเทาที่ทำให้การแก้ไขผลกระทบระยะยาวเป็นไปได้ยาก
ในที่ประชุมมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการสัมผัสน้ำหรือการลงเล่นน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำโขง ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่จะมีการทำแพเปียกซึ่งนายอาวีระ ภัคมาตร์ ผอ.สคพ.ที่ 1 (กรมควบคุมมลพิษ) กล่าวว่า แม้การปนเปื้อนแม่น้ำสาย ไม่เหมาะที่จะลงสัมผัสน้ำ ส่วนการปนเปื้อนในแม่น้ำกกแม้จะไม่เกินมาตรฐานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แต่ก็ยังเห็นว่าไม่ควรลงน้ำ หากลงดำผุดดำว่าย อาจทำให้น้ำเข้าสู่ร่างกาย และในตะกอนที่ฟุ้ง หากคนมีบาดแผลก็จะเข้าสู่ร่างกายได้ แต่การพักผ่อนนั่งดื่มกินอยู่ริมน้ำสามารถทำได้
อย่างไรก็ตาม ผวจ.เชียงราย ได้สั่งการในที่ประชุม 4 ประเด็นว่า การยืนยันผลเร่งด่วน โดยให้ทีมวิจัย มฟล. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างซ้ำทั้งในสิ่งแวดล้อมและชีวภาพ (ปัสสาวะ/เส้นผม) ตามมาตรฐาน SOP และรายงานผลภายใน 2 สัปดาห์ ดำเนินตั้งศูนย์ประสานงาน ให้สำนักงานจังหวัดเป็นศูนย์กลางข้อมูล เชื่อมโยงแล็บและหน่วยงานปกครองเพื่อลดความซ้ำซ้อน ยกระดับห้องปฏิบัติการ ผลักดัน มฟล. และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นแล็บอ้างอิงในพื้นที่ เพื่อความรวดเร็วในการวิเคราะห์สารโลหะหนัก
ด้านการเฝ้าระวังเชิงรุก ให้เครือข่ายโรงพยาบาลเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประเมินผลกระทบสุขภาพ นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังมอบหมายให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดจัดทำสื่อ 2 รูปแบบ ทั้งข้อมูลวิชาการสำหรับผู้เชี่ยวชาญ และอินโฟกราฟิกที่เข้าใจง่ายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
"เรายอมรับว่าหน่วยงานรัฐยังทำงานช้าและไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งต้องหาทางแก้ไข ข้อมูลวิจัยบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างศึกษาอาจทำให้สังคมตื่นตระหนก จึงจำเป็นต้องเร่งชี้แจงและบูรณาการทุกภาคส่วนมาร่วมกันรับมือวิกฤตนี้" นายชูชีพ กล่าว
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะนัดประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาผลการตรวจซ้ำและอนุมัติงบประมาณขับเคลื่อนงานต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ข่าวการตรวจพบสารหนูในเล็บและเส้นผมซึ่งเป็นสัญญาณของการสะสมของสารหนูในร่างกายเผยแพร่สู่สาธารณชน ปรากฏว่าทางผู้บริหารของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและผู้บริหารในจังหวัดเชียงรายได้เรียกคณะนักวิจัยไปตำหนิ เนื่องจากเกรงว่าทำให้เกิดความตื่นตระหนกโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวซึ่งทางจังหวัดเชียงรายและอีกหลายพื้นที่ริมแม่น้ำกกเตรียมจัดงานวันสงกรานต์ริมแม่น้ำหลังจากเมื่อปีที่แล้วไม่มีนักท่องเที่ยวจนทำให้ผู้ประกอบการแพริมน้ำขาดทุนไปตามๆกัน อย่างไรก็ตามนักวิชาการและประชาชนจำนวนไม่น้อยต่างให้กำลังใจนักวิชาการกลุ่มนี้ที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม สามารถนำข้อเท็จจริงมาเปิดเผยแก่สาธารระ เนื่องจากที่ผ่านมีความพยายามห้ามปรามนักวิชาการท้องถิ่นหลายกลุ่มไม่ให้เผยแพร่ผลการตรวจต่างๆสู่สาธารณชน ทั้งๆที่ปัจจุบันสารโลหะหนักได้แพร่กระจายเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารแล้ว


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' แจมเป่าขลุ่ยวงผู้สูงอายุ บอก 'ฮั้ว สว' ของจริง
“อนุทิน” บินเชียงราย แจมเป่าขลุ่ย วงดนตรีไทยที่สนามบิน ปล่อยมุก “ฮั้ว สว ของจริง เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย”
มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ คนเชียงรายเผชิญทุกข์หนัก พบสารพิษเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก ค่าฝุ่นสูงลิ่ว
มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ “คนเชียงราย” เผชิญทุกข์หนัก-คพ.รายงานสถานการณ์ในแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขงยังพบสารโลหะหนักเกินมาตฐานหลายพื้นที่-ออกประกาศเตือนพื้นที่ อ.แม่สาย-อ.เชียงของ ค่าฝุ่นสูงลิ่วจนเป็นอันตราย
'สว.มณีรัฐ' จี้ สธ. เร่งออกมาตรการรับรองสวัสดิภาพคนหน้างาน หลังวิกฤตรพ.เชียงรายฯ
น.ส.มณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงกรณีบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคร
'ธีระศักดิ์' สว.ป้ายแดง แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด
'ธีระศักดิ์' เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่
พชภ. หวั่นสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก รุนแรงขยายวงกว้างเกินรับมือ
มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการกำกับทิศด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 18 คน ลงพื้นที่หมู่บ้านแควัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญสถาน
7 ชุมชนลุ่มน้ำกก ถกแผนรับมืออุทกภัย ชี้ระบบเตือนภัย Cell Broadcast ยังล่าช้า รวมศูนย์เกินไป
ขมวดแผนรับมืออุทกภัยน้ำกก ชูโมเดลความร่วมมือลุ่มน้ำข้ามพรมแดน-จัดทำแผนที่ชุมชน “เสี่ยง” เผย “สารพิษ” ปนเปื้อนแม่น้ำโขงเป็นภัยเงียบจี้รัฐเร่งแก้

