ขมวดแผนรับมืออุทกภัยน้ำกก ชูโมเดลความร่วมมือลุ่มน้ำข้ามพรมแดน-จัดทำแผนที่ชุมชน “เสี่ยง” เผย “สารพิษ” ปนเปื้อนแม่น้ำโขงเป็นภัยเงียบจี้รัฐเร่งแก้
31 มกราคม 2569 - ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย จังหวัดเชียงราย มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.)ร่วมกับเครือข่ายข้อมูลอุทกภัยแม่น้ำกก (ค.อ.ก.) จัดเวทีเสวนาสรุปผลดำเนินงาน 7 ชุมชนลุ่มน้ำกก เพื่อติดตามแผนงานการรับมืออุทกภัยและติดตามสถานการณ์ปนเปื้อนในแม่น้ำกกและโขงตอนบนจากการทำเหมืองแร่เถื่อนในรัฐฉานใต้ ประเทศพม่า โดยมีตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ นักวิชการ และเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วม
นางเตือนใจ ดีเทศน์ หรือ “ครูแดง” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.)และอดีตสมาชิกวุฒิสภา จ.เชียงราย กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการเติมกำลังใจให้กัน เราต้องขยายความร่วมมือจากพื้นที่ 4 แม่น้ำหลัก กก, อิง, โขง, สาย ไปสู่ลุ่มน้ำสาละวินและแม่น้ำโขงที่ภาคอีสาน เพื่อจับมือสู้ภัยพิบัติร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งบทบาทของสถาบันการศึกษา ที่เป็นพลังทางวิชาการสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ระบุว่าอุทกภัยและดินโคลนถล่มใน อ.แม่สาย และ อ.เมืองเชียงราย ในปี 2567 คือ “หายนะ” ที่รุนแรงกว่าอดีต สิ่งที่น่ากังวลกว่ามวลน้ำคือปัญหาสารพิษข้ามพรมแดนในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องใช้ทั้งเครือข่ายภาคประชาชนและองค์ความรู้วิชาการมาขับเคลื่อนร่วมกัน
นางจุฑามาศ ราชประสิทธิ์ เจ้าน้าที่อาวุโส พชภ. กล่าวว่า ในวิกฤตที่ผ่านมาระบบเตือนภัยตกอยู่ในภาวะหลับใหล ลุ่มน้ำกกซึ่งมีพื้นที่ครึ่งหนึ่งอยู่ในเมียนมา มีภูมิศาสตร์ที่ซับซ้อน ในช่วงน้ำหลากน้ำกกใช้เวลาเดินทางเพียง 8-10 ชั่วโมงจากต.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ ก็ถึงตัวเมืองเชียงราย แต่ในช่วงอุทกภัยในปี 2567 กลับไม่มีระบบพยากรณ์ล่วงหน้าและแผนอพยพที่ชัดเจน ข้อมูลส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในวงราชการ ไม่ถึงมือชาวบ้านและชุมชน
“เครือข่ายฯ ร่วมกับคุณโตโยต้า นักอนุรักษ์อาวุโสชาวญี่ปุ่น และสำนักอุทกวิทยาที่ 2 เชียงราย ได้ริเริ่มติดตั้งเสาวัดระดับน้ำชุมชนตลอดลำน้ำกก ให้อาสาสมัครอ่านค่าด้วยตนเอง เสริมจุดบอดของระบบรัฐ แม้ในช่วงแรกจะขาดงบประมาณ มีอุปสรรค แต่การทำประชาคมร่วมกับผู้นำชุมชนใน 7 พื้นที่เป้าหมาย ช่วยให้เกิดการทำงานเชิงรุกมากขึ้น แม้เสาวัดระดับน้ำบางจุดจะเสียหายในฤดูฝนปี 2568 แต่เราได้ซ่อมบำรุงและพัฒนาช่องทางสื่อสารให้ชุมชนเข้าถึงข้อมูลน้ำได้ทันที”เจ้าหน้าที่อาวุโส พชภ. กล่าว
นายโตโยต้า ทาเคโอ กล่าวว่า จุดเปลี่ยนของปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “จิตสำนึก” ของประชาชน เช่น กรณีที่ญี่ปุ่นมีการรวมตัวเก็บขยะจากแม่น้ำ มีกลุ่มสหกรณ์ประมงที่ดูแลแม่น้ำจนเกิดวัฒนธรรมการเคารพธรรมชาติ เราต้องเห็นว่าเป็นหน้าที่ของเราก่อน ไม่ใช่รอเพียงคำสั่งรัฐ นอกจากนี้ยังเตือนถึงภัยเงียบอย่างไมโครพลาสติก ที่สะสมในห่วงโซ่อาหารซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก
ผศ.อังกูร ว่องตระกูร ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.เชียงราย กล่าวว่า “โจทย์หิน” ของแม่น้ำกกคือต้นแม่น้ำอยู่ในพื้นที่จุดบอดในเมียนมา ทีมวิจัยจึงเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี ใช้ดาวเทียมและเรดาร์ โดยเฉพาะข้อมูลจากดาวเทียมญี่ปุ่น ทำให้วิเคราะห์ฝน ณ ต้นน้ำกกในเมียนมาได้แม่นยำขึ้น เช่น กรณีพายุยางิที่พบปริมาณฝนหนักในรอบ 200 ปี ทำให้แจ้งเตือนชุมชนได้ก่อนน้ำจะมาถึงไทย
ผู้ช่วยคณะบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทีมงานยังร่วมกับจังหวัดเชียงรายจัดทำเกณฑ์พื้นที่เสี่ยงภัย 5 โซนในเขตเมือง เตรียมแปลงเป็น Flood Mark และแผนที่โซนเสี่ยงรายหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านรู้พิกัดอพยพได้ด้วยตนเอง
“ระบบ Cell Broadcast ของรัฐยังมีความล่าช้าและรวมศูนย์เกินไป การเตือนภัยควรยึดจากระดับน้ำจริง มากกว่าแค่พยากรณ์ฝนเพื่อให้ชาวบ้านตัดสินใจได้แม่นยำ”ผศ.อังกูร กล่าว
ผศ. ดร.เสถียร ฉันทะ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย กล่าวว่าแผนรับมือน้ำท่วมปี 2568 ของรัฐยังขาดมิติชุมชน ซึ่ง 80% ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชน สอดคล้องกับตัวแทนจาก บ้านร่มไทย และ ปภ.ตำบลแม่ยาว ที่สะท้อนว่าระบบราชการล่าช้าจนชาวบ้านต้องวิเคราะห์น้ำและแจ้งข่าวกันเองผ่านโซเชียล โดยปัจจุบันเริ่มมีการสร้าง “นักสืบสายน้ำรุ่นเยาว์” เพื่อเตรียมความพร้อมในระยะยาว
ทั้งนี้น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิ พชภ.และ Rivers and Rights และ ผศ.เสถียร ให้ข้อมูลสำคัญเรื่องการปนเปื้อนโลหะหนัก จากการตรวจสอบจากภาพถ่ายดาวเทียมพบเหมืองแร่กว่า 2,445 แห่งเหนือแม่น้ำโขง ซึ่งผลตรวจจของกรมควบคุมมลพิษ 14 ครั้งยังพบการปนเปื้อนของโลหะหนักที่เป็นพิษอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแม่น้ำสายและแม่น้ำโขง พรมแดนไทยลาว ผลการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างประชากร 322 ราย พบว่า ทุกคนมีสารหนูในร่างกาย มีปัญหาสารหนู ปรอท แคดเมียม และตะกั่วที่สะสมในตะกอนดินและสัตว์น้ำ กลายเป็นความกังวลต่อสุขภาพและเกษตรกรรม เราไม่อยากให้ชาวบ้านตื่นตระหนก แต่ต้องตระหนักด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปเจรจานโยบายระดับชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สุชาติ รมว.ทส.' สั่งลุยแก้ปัญหาแม่น้ำกกเข้มข้น ย้ำดูแลใกล้ชิด เดินหน้าเป่าล้างบ่อบาดาลต่อเนื่อง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง
มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ คนเชียงรายเผชิญทุกข์หนัก พบสารพิษเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก ค่าฝุ่นสูงลิ่ว
มลพิษอื้อทั้งในน้ำ-อากาศ “คนเชียงราย” เผชิญทุกข์หนัก-คพ.รายงานสถานการณ์ในแม่น้ำกก-สาย-รวก-โขงยังพบสารโลหะหนักเกินมาตฐานหลายพื้นที่-ออกประกาศเตือนพื้นที่ อ.แม่สาย-อ.เชียงของ ค่าฝุ่นสูงลิ่วจนเป็นอันตราย
พชภ. หวั่นสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก รุนแรงขยายวงกว้างเกินรับมือ
มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการกำกับทิศด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 18 คน ลงพื้นที่หมู่บ้านแควัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญสถาน
เชียงรายถกเครียดสารปนเปื้อนแม่น้ำกก ผลวิจัยพบสารหนูในเล็บ-เส้นผม ผวจ.สั่งตรวจซ้ำ
เชียงรายถกเครียดหลังผลวิจัยพบสารหนูในเล็บ-เส้นผม ผวจ.สั่งตรวจซ้ำใช้กลุ่มตัวอย่างมากขึ้น-ผู้เชี่ยวชาญชี้ยังไม่ควรเล่นน้ำกก-ดับฝันแผนเล่นน้ำสงกรานต์ เผยนักวิจัยเปิดเผยข้อมูลถูกกดดันหนัก
เปิด 5 ประเด็นสำคัญ เชิญชวนผู้สมัคร สส.เชียงราย แสดงวิสัยทัศน์แก้ปัญหา
เชิญชวนผู้สมัคร สส.แสดงวิสัยทัศน์ 5 ประเด็นสำคัญของชาวเชียงราย สื่อมวลชน-แอดมินเพจหลายสำนักรวมตัวกันสร้างพื้นที่กลางส่งคำถามเพื่อหาคำตอบให้ประชาชนก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้ง ทั้งเรื่องแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ-การฟอกเงิน-เศรษฐกิจเมืองชายแดน-การซื้อเสียง-เมืองศิลปะ
สว.หนุนงานวิจัย ม.แม่ฟ้าหลวงแก้ปัญหาเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ-มลพิษข้ามแดน
คณะสว.หนุนงานวิจัย ม.แม่ฟ้าหลวง แก้ปัญหาเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ-มลพิษข้ามแดนลุ่มน้ำกก–แม่น้ำโขง ชี้ชัดมีสารเคมีตกค้างในระดับอันตราย

