ยึดไม้สัก 54 ท่อน แปรรูปอีก 29 แผ่น ลักลอบตัดกลางที่ดิน สปก.พิษณุโลก

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดไม้สักท่อน 54 ท่อน สักแปรรูปอีก 29 แผ่น เกลื่อน กลางที่ดิน สปก.4-01 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง พบเป็นต้นสักความโตกว่า 1 เมตร เกิดก่อนประกาศเขต สปก. ผิดตามข้อหา พรบ.ป่าไม้ 2484 ยึดไม้สักเป็นของกลางนำส่งคดี สภ.แก่งโสภา

3 มี.ค.2565 - นายปรีชา พรมมะกุล หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.8 (น้ำยาง) นายธีรพล กาญจนโกมล หัวหน้าสายตรวจ สบอ.11 ร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดไม้สัก ได้ที่หมู่บ้านน้อยม่วงหอม ม.11 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลกนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ตาม ปจว.ข้อ 1 คดีที่ 20/65 ยึดทรัพย์ที่ 11/65 ลว.3 มี.ค.65 โดยของกลาง คือ ไม้สักท่อน 54 ท่อน ปริมาตร 13.31 ลบ.ม. ไม้สักแปรรูป 29 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 3.59 ลบ.ม. องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)ใช้รถจอหนังชักลากไว้ที่หน่วยฯ พล.8 (น้ำยาง)

สืบเนื่องจากนายศักดิ์ปรินทร์ สุรารักษ์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.1(วังทอง) และ สายตรวจฯ สบอ.11 สายที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.8 (น้ำยาง) กรมป่าไม้ ได้รับแจ้งว่า มีผู้ลักลอบการตัดไม้ จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเหตุเกิดบริเวณป่าด้านทิศตะวันตก หมู่บ้านน้อยม่วงหอม ม.11 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิด ตรวจสอบพบ อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และ ทราบชื่อว่านาง ร. เป็นเจ้าของไม้ จึงได้ตรวจยึดไม้สักท่อน 54 ท่อน และไม้สักแปรรูป 29 แผ่น

เพราะ แม้ว่าจะมีประกาศกระทรวงทรัพยากรฯ เรื่อง กำหนดที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ทำประโยชน์ตามประเภทหนังสือแสดงสิทธิเพื่อให้ไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินไม่เป็นไม้หวงห้าม พ.ศ.2563 ตามข้อ 2. ให้ที่ดินที่ได้รับ สปก.4-01 เป็นที่ดินซึ่งไม้ที่ปลูกขึ้นในที่ดินดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นไม้หวงห้ามฯ ประกาศ ณ วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2563 แต่พฤติการณ์แห่งคดี มีพยานบุคคลยืนยันว่าไม้สักที่ตรวจยึดเป็นไม้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง แสดงพื้นที่ชั้นปี พ.ศ.2539-2543 แสดงให้เห็นว่าพิกัดตอไม้สักที่ถูกตัด 21 ตอ เป็นไม้สักที่มีและเกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีขนาดความโต เกิน 100 เซ็นติเมตรขึ้นไป และไม้สักเกิดขึ้นก่อนที่จะมีบุคคลใดเข้าไปจับจองและเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ จึงทำบันทึกตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งโสภา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ข้อหา พรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ฐาน ทำไม้ เจาะ หรือสับ กระทำการใดๆ แก่ไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 48 มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 69 มีไม้หวงห้าม ยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่มีรูปรอยดาวตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงขั้นหอบเสื่อหมอนมุ้งนอนหน้าปั้ม จองคิวเติม 'ดีเซล' รถเกี่ยวข้าว

ถานการณ์น้ำมันดีเซลในพิษณุโลกยังไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้น้ำมัน บางปั้มประชาชนมารอต่อคิวกันจำนวนมาก

พิษณุโลกคิวน้ำมันยาว 5 กม. ชาวบ้านแห่รอปั้ม PT ข้ามคืน

วิกฤตน้ำมันลามหนัก พิษณุโลกต่อคิวยาวเหยียดหน้าปั้ม PT กว่า 5 กิโลเมตร บางคนมารอตั้งแต่ 2 ทุ่ม หวั่นกระทบฤดูเก็บเกี่ยว วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา

ดีเซลขาดแคลนกระทบหนัก! ชาวนา-รถเกี่ยวข้าว ต่อคิวในปั๊มน้ำมันวันละ 4-5 ชม.

ทั้งชาวนาและเจ้าของรถเกี่ยวข้าว ต่างโอดครวญ ดีเซลขาดแคลน กำลังกระทบหนัก ต้องนำทางมารอเติมที่ปั๊ม วันละ 4-5 ชั่วโมง ได้ครั้งละ 500 บาทเท่านั้น ข้าวกำลังตั้งท้อง ถ้าขาดน้ำก็จะตาย ไม่ออกรวง ส่วนเจ้าของรถเกี่ยว ต้องเสียเวลามารอ เติมน้ำมัน นาน และได้ไม่คุ้ม ในแต่ละวันต้องดีเลประมาณ 100 ลิตร แต่เจ้าของรถเกี่ยวต้องมาตระเวนซื้อน้ำมันได้วันละ 500 บาท

ชาวพิษณุโลก รอเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ามืด แต่เจอปัญหา 'ดีเซล' หมดเกือบทุกปั๊ม บางแห่งจำกัดให้ครั้งละ 300 บาท

ชาวเมืองพิษณุโลกแห่นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมาตระเวนหาเติมน้ำมันตั้งแต่เช้ามืด ส่วนใหญ่แล้วจะหมด บางปั๊มหมดทั้งดีเซลและเบนซิน และยังไม่ทราบเวลารถมาเติมให้แน่นอน บางแห่ง จำกัดการเติม คันละ 300 บาทเท่านั้น

ปั๊มน้ำมันพิษณุโลก เจอปัญหาโควตา 'ดีเซล' หมด ไม่มีน้ำมันเติมให้ประชาชนถึงสิ้นเดือนนี้

พิษณุโลก สถานีบริการน้ำมันเริ่มประสบปัญหาโควตาน้ำมันดีเซลหมด ไม่มีน้ำมันเติมให้ประชาชนถึงสิ้นเดือน ลุกลามถึงน้ำมันเบนซินเร็ว ๆ นี้

รองนายกฯ “สุชาติ” สั่งกรมอุทยานฯ เอาผิดถึงที่สุด หลังจับกุมชาวเวียดนาม 3 ราย ลอบเข้าป่าตัดไม้กฤษณาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพชรบูรณ์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังได้รับรายงานกรณีเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชายชาวเวียดนาม 3 คน ลักลอบเข้ามาในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพื่อเก็บหาไม้กฤษณา ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์