
ฝุ่นพิษเล่นเหนือหนัก! พบผู้ป่วยปอดอักเสบเฉียบพลัน ภาวะเม็ดเลือดขาวสูง แพทย์ มช. เตือน PM2.5 ทำปอดอักเสบรุนแรง คนไข้ทรุดไว เสี่ยงหายใจล้มเหลว
18 เมษายน 2569 - จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และมลพิษทางอากาศในพื้นที่ภาคเหนือยังคงอยู่ในระดับน่ากังวลและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ล่าสุดอาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤต และภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เผยว่า พบผู้ป่วยอาการรุนแรงที่มีแนวโน้มทรุดลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนผลกระทบของมลพิษทางอากาศที่ชัดเจนมากขึ้น
โดย รศ.นพ.อติคุณ ลิ้มสุคนธ์ อาจารย์ประจำหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เผยว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก สามารถแทรกซึมลึกเข้าสู่ถุงลมปอดและเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ก่อให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ และเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญที่ทำให้โรคปอดเดิมกำเริบอย่างรุนแรง ทั้งนี้พบเคสนักท่องเที่ยวหญิงชาวต่างชาติอำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ส่งตัวมารักษาต่อที่จังหวัดเชียงใหม่ อายุ 19 ปี ไม่มีโรคประจำตัว สุขภาพดีและไม่สูบบุหรี่ หลังสัมผัสหมอกควันและฝุ่น PM2.5 เพียงระยะเวลาสั้น ๆ ผู้ป่วยมีอาการไอ เหนื่อยและทรุดลงอย่างรวดเร็ว จนต้องเข้ารับการรักษาด้วยออกซิเจนแบบ High Flow พร้อมให้ยาปฏิชีวนะและสเตียรอยด์ ภายหลังอาการดีขึ้นและสามารถกลับบ้านได้ เมื่อติดตามผลพบว่า เอกซเรย์ปอดกลับมาเป็นปกติ แต่ตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวชนิด Eosinophils สูงขึ้น สอดคล้องกับภาวะ Acute Eosinophilic Pneumonia ซึ่งเป็นปอดอักเสบเฉียบพลันจากการตอบสนองต่อควันพิษหรือมลพิษในปริมาณมากภายในระยะเวลาสั้น
รศ.นพ.อติคุณ ระบุว่า เคสลักษณะนี้มักเกิดในคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่ หรือไม่ได้สัมผัสควันเป็นประจำและมีความเป็นไปได้สูงว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสูดควันพิษในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่สัมพันธ์กับการได้รับฝุ่น PM2.5 และควันไฟในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่ยังได้กลิ่นควันในอากาศชัดเจน ซึ่งสะท้อนระดับมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง
นอกจากนี้มีกรณีตัวอย่างที่พบเป็นผู้ป่วยที่มีภาวะโปรตีนสะสมผิดปกติในปอด ต้องเข้ารับการล้างปอดเป็นประจำปีละ 1–2 ครั้ง ต่อเนื่องมากกว่า 5–6 ปี โดยก่อนหน้านี้สามารถควบคุมอาการได้ดี อย่างไรก็ตามในช่วงที่มลพิษทางอากาศสูง ผู้ป่วยกลับมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งล้างปอดไปไม่ถึง 2 เดือน จนเกิดภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและผลการล้างปอดพบว่าน้ำมีลักษณะ “แดงปนเลือด” จากเดิมที่เป็นสีขาวขุ่น สะท้อนถึงการอักเสบและความเสียหายของเนื้อปอดในระดับรุนแรง
จึงต้องเน้นย้ำว่า ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคปอด หอบหืด ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศที่มีมลพิษสูง ลดกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น เช่น N95 รวมถึงติดตามค่าคุณภาพอากาศอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอมาก แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรืออาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะปอดอักเสบรุนแรงหรือหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภรรยาควาญช้างร้องผู้การฯ เชียงใหม่ เร่งเอาผิด 5 ตชด. ปมอุ้มทำร้ายสามีสาหัส
ภรรยาควาญช้างชาวกะเหรี่ยง พร้อม สส.พรรคประชาชน ยื่นร้องผู้การฯ เชียงใหม่ ขอความเป็นธรรม หลังสามีถูกกล่าวหาว่าถู
'บิ๊กราญ' ส่ง 'พล.ต.ท.นพศิลป์' บุกเชียงใหม่ ลุยค้น 18 จุด ทลายแก๊งนอมินี ยึดทรัพย์กว่า 633 ล้าน
‘บิ๊กราญ’ สั่งลุยต่อเนื่อง ‘พล.ต.ท.นพศิลป์’ สนธิกำลังกว่า 250 นาย บุกค้น 18 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าความเสียหาย 633 ล้านบาท
‘ซาบีดา’ เช็กพร้อมเชียงใหม่ ก่อน ICOMOS ประเมินมรดกโลก
“ซาบีดา” ลุยเชียงใหม่ ตรวจความพร้อม “นครหลวงล้านนา” เดินหน้าขึ้นทะเบียนมรดกโลก ก่อน ICOMOS เข้าตรวจประเมินทางเทคนิค ต้นเดือนสิงหาคม นี้
แผ่นดินไหวเขย่า 'เชียงใหม่' ขนาด 2.2 ลึก 10 กม.
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 02.13 น. เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.2 ลึก 10 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ที่ต.เวียงแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่
เอาแล้ว! เชียงใหม่กังวลภูมิทัศน์เมืองฉุดมรดกโลก หวั่นไม่พร้อมรับประเมิน ICOMOS
สภาเมืองเจียงใหม่ส่งสัญญาณห่วงความพร้อมเสนอ “เชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา” เป็นมรดกโลก หลังพบปัญหาภูมิทัศน์เมืองเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะป้ายโฆษณาและป้ายสถานประกอบกา

