จาก 'ศรีสุวรรณ' ถึง 'สมชัย' มาตรฐานต่อต้านการใช้ความรุนแรง!

เหตุการณ์บริเวณหน้า สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์ หลังการเผชิญหน้าระหว่าง นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม กับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนจบลงด้วยภาพนายสมชัยเสียหลักล้มลงไปพร้อมกับจักรยาน

เหตุเกิดขณะนายสมชัยปั่นจักรยานมายัง สน.ทองหล่อ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ เมื่อมาถึงบริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจ ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ก่อนเกิดเหตุที่นายสมชัยระบุว่าถูกผลักบริเวณแขนจนเสียหลักล้มลงพร้อมจักรยาน ขณะที่นายณัฐวุฒิชี้แจงภายหลังว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้าย และอ้างว่าเกิดจากความตกใจเมื่อแฮนด์จักรยานมาถูกตัว ส่วนข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาในทางคดีต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม

สำหรับพฤติกรรมที่ปรากฏต่อสาธารณะ นายณัฐวุฒิถูกวิพากษ์วิจารณ์และประณามอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมอารมณ์และการใช้กำลัง ไม่ว่าจะมีความขัดแย้งกับนายสมชัยมาก่อนเพียงใด ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะใช้กำลังกับคู่กรณี หากการกระทำเข้าข่ายความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีและรับผิดตามกฎหมาย เรื่องนี้ไม่มีข้อยกเว้น และไม่มีเหตุผลใดที่จะนำมาแก้ต่างให้

หลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป เสียงประณามนายณัฐวุฒิปรากฏขึ้นอย่างกว้างขวาง หลายคนพูดถึงเรื่องวุฒิภาวะและการควบคุมอารมณ์ ขณะที่อีกไม่น้อยเขียนข้อความในทำนองว่า แม้จะไม่เห็นด้วยกับบทบาทหรือการเคลื่อนไหวของนายสมชัยในหลายเรื่อง บางเรื่องอาจถึงขั้นรำคาญหรือหมั่นไส้ แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง

หลักการนี้ถูกต้อง ไม่มีอะไรต้องโต้แย้ง

เพียงแต่คำว่า “ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง” ทำให้อดนึกถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งไม่ได้ เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อน นายศรีสุวรรณ จรรยา เคยถูกทำร้ายต่อหน้าสื่อ และปฏิกิริยาจากคนบางส่วนบนโลกออนไลน์ในเวลานั้นต่างออกไปมาก

วันที่ 18 ตุลาคม 2565 นายศรีสุวรรณเดินทางไปร้องเรียนกรณีการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนของ “โน้ส” อุดม แต้พานิช ระหว่างกำลังให้สัมภาษณ์สื่อ มีผู้ปรี่เข้าไปทำร้ายร่างกาย ทั้งชกและเตะต่อหน้ากล้อง ก่อนผู้ที่อยู่บริเวณนั้นจะเข้าห้ามปราม

ภาพที่ปรากฏชัดว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย แต่คนจำนวนหนึ่งในโลกออนไลน์กลับแสดงความสะใจ มีทั้งเสียงเชียร์ ชื่นชม และให้กำลังใจผู้ที่ลงมือ

หลังเกิดเหตุยังมีผู้โทรศัพท์เข้าไปพูดคุยและให้กำลังใจผู้ก่อเหตุ บางรายสอบถามเลขบัญชีเพื่อจะโอนเงินช่วยเหลือ หากต้องมีค่าใช้จ่ายจากการถูกดำเนินคดี ปฏิกิริยาในเวลานั้นจึงมีมากกว่าการกดถูกใจหรือเขียนข้อความสะใจ เพราะคนที่ใช้กำลังกับผู้อื่นได้รับทั้งเสียงเชียร์ กำลังใจ และความช่วยเหลือจากคนบางส่วน

ส่วนหนึ่งของความรู้สึกเหล่านั้นมาจากความไม่พอใจต่อบทบาทการยื่นเรื่องร้องเรียนของนายศรีสุวรรณ ในช่วงเวลานั้นเจ้าตัวยื่นเรื่องเกี่ยวกับบุคคลทางการเมืองและประเด็นสาธารณะอยู่บ่อยครั้ง จนถูกมองว่าเป็น “นักร้อง” และสร้างความรำคาญให้คนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อเรื่องที่ร้องเรียนไปเกี่ยวข้องกับนักการเมือง บุคคลสาธารณะ หรือฝ่ายการเมืองที่ตนเองสนับสนุน

จะไม่ชอบนายศรีสุวรรณเพราะเหตุนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าร้องมาก ร้องน้อย ร้องถูกหรือร้องผิดก็ทำได้ แต่ความไม่พอใจต่อบทบาทของคนคนหนึ่ง ไม่ควรเลยไปถึงขั้นทำให้การถูกชกถูกเตะกลายเป็นภาพที่น่าสะใจ หรือทำให้คนลงมือกลายเป็นฝ่ายที่ได้รับเสียงเชียร์

นายศรีสุวรรณถูกทำร้ายอีกครั้งในวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 หลังเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย ก่อนถูกชายคนหนึ่งเข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บบริเวณปาก และมีการแจ้งความดำเนินคดีตามมา

เท่ากับว่า ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี นายศรีสุวรรณถูกทำร้ายถึง 2 ครั้ง ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่บทบาทการร้องเรียนของเจ้าตัวสร้างความไม่พอใจในหมู่คนบางกลุ่ม โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือฝ่ายการเมืองซึ่งมีผู้สนับสนุนจำนวนมาก

เมื่อความชอบทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง การถกเถียงว่าเรื่องที่นายศรีสุวรรณร้องมีเหตุผลหรือไม่ บางครั้งกลับกลายเป็นความรู้สึกต่อตัวผู้ร้องเสียเอง และเมื่อเจ้าตัวถูกทำร้าย ความรู้สึกเหล่านั้นก็ปรากฏออกมาเป็นความสะใจ

มาถึงเหตุหน้า สน.ทองหล่อในปี 2569 สังคมออนไลน์พูดถึงเรื่องการไม่ใช้ความรุนแรงกันอีกครั้ง นายณัฐวุฒิถูกประณามอย่างหนัก และมีการตั้งคำถามว่า ในฐานะนักกฎหมายและผู้มีการศึกษา เหตุใดจึงไม่ควบคุมอารมณ์และแสดงวุฒิภาวะให้มากกว่านี้

คำถามนี้ตั้งได้เต็มที่ นายณัฐวุฒิต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง หากเข้าข่ายความผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีเหตุผลต้องช่วยหาข้อแก้ตัวให้

แต่คำถามเรื่องวุฒิภาวะไม่ควรทำให้เกิดมาตรฐานอีกแบบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวว่า เพราะนายณัฐวุฒิเป็นนักกฎหมายและมีการศึกษา จึงต้องถูกประณามหนัก ส่วนคนที่ทำร้ายนายศรีสุวรรณเป็นชาวบ้านธรรมดา จึงพอเข้าใจหรือเห็นใจได้

ความเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่ได้ทำให้หมัดเบาลง และไม่ได้ทำให้การทำร้ายผู้อื่นกลายเป็นเรื่องที่เชียร์กันได้

ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน นักกฎหมาย นักวิชาการ นักการเมือง หรือนายกรัฐมนตรี หากใช้กำลังกับผู้อื่นก็ต้องถูกประณาม หากเข้าข่ายความผิดก็ต้องรับผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน เรื่องวุฒิการศึกษา อาชีพ หรือตำแหน่งอาจทำให้สังคมคาดหวังจากแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ไม่ควรทำให้หลักเรื่องการไม่ใช้ความรุนแรงมีหลายมาตรฐาน

วันนี้มีคนจำนวนมากประณามการใช้กำลังในเหตุหน้า สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว ส่วนเหตุการณ์ที่นายศรีสุวรรณถูกทำร้ายถึง 2 ครั้ง แม้จะผ่านมาหลายปี ไม่มีใครกำลังเรียกร้องให้ย้อนกลับไปแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ในอดีต เพียงแต่ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในเวลานั้นยังเป็นภาพเปรียบเทียบที่ชัดว่า เมื่อผู้ถูกกระทำเป็นคนที่ตนไม่ชอบ คนบางส่วนเคยมองความรุนแรงต่างออกไปอย่างไร

สำหรับคนที่ยึดหลักไม่ใช้ความรุนแรงมาโดยตลอด ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายถูกกระทำ ก็ไม่มีอะไรให้ตั้งคำถาม คำถามมีเฉพาะกับคนที่ครั้งนายศรีสุวรรณถูกทำร้ายเคยสะใจ เชียร์ ให้กำลังใจ หรือถึงขั้นเสนอช่วยเหลือเงินแก่ผู้ลงมือ

เรื่องเก่าย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ และคงไม่มีประโยชน์ที่จะเรียกร้องให้ใครกลับไปประณามเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน ประโยชน์ของการหยิบเรื่องนั้นขึ้นมาวันนี้ อยู่ที่การมองไปข้างหน้ามากกว่า

วันนี้ผู้ถูกกระทำคือนายสมชัย วันหน้าอาจเป็นนักการเมือง นักร้องเรียน นักเคลื่อนไหว หรือบุคคลสาธารณะที่คนจำนวนมากไม่ชอบก็ได้ หากถึงวันนั้นเสียงประณามกลับกลายเป็นเสียงสะใจ เพียงเพราะเปลี่ยนตัวผู้ถูกกระทำ เราก็จะกลับไปเจอภาพแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับนายศรีสุวรรณ

การเมืองจะเลือกข้างได้ จะชอบใคร ไม่ชอบใคร หรือรำคาญคนที่ออกมาร้องเรียนทุกเรื่องก็เป็นสิทธิ แต่ความไม่ชอบไม่ควรกลายเป็นใบอนุญาตให้ใครชก ผลัก เตะ หรือทำร้ายคนอื่นแล้วได้รับเสียงเชียร์

จาก “ศรีสุวรรณ” ถึง “สมชัย” จึงเหลือคำถามที่น่าจะฝากไว้ถึงเหตุการณ์ครั้งต่อไปมากกว่า

วันข้างหน้า หากคนที่ถูกทำร้ายเป็นคนที่เราไม่ชอบอย่างมาก มาตรฐานต่อต้านการใช้ความรุนแรงของคนไทยบางส่วนบนโลกออนไลน์ จะยังเหมือนวันนี้หรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว. ไม่เข้าเกณฑ์ล้มล้างการปกครอง-ไม่ใช่รัฐประหารเงียบ

นักกฎหมายมหาชนชี้ สว.สำรองกลุ่ม 11 ยื่น อสส.เป็นเพียงเทคนิคเปิดช่องอำนาจฟ้องตรงศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องใหม่ มองข้อเท็จจริงคดีฮั้ว สว.ไม่เข้าองค์ประกอบล้มล้างการปกครอง ซัดกลุ่มแพ้แล้วพาล อยากเป็น สว.ตัวจริง เชื่อโอกาสสูงศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องไว้วินิจฉัย

ดร.ณัฎฐ์ จ่อแจ้งความ ‘สมชัย-พริษฐ์กับพวก’ ปมบัตรบาร์โค้ด

ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมกล่าวโทษคดีอาญา “สมชัย-พริษฐ์กับพวก” รวม 6 คน ปมบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พร้อมยื่น ป.ป.ช.สอบ “ไอติม” กรณีมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่อาจตรวจย้อนรู้ประชาชนเลือกใคร

นักกฎหมายมหาชน ชี้ กกต.มีอำนาจจัดทำบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและบริหารจัดการเลือกตั้ง ยันไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครหรือพรรคใด ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดี 28 ก.ย.นี้

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'กล้าธรรม' ถอนตัวฝ่ายค้านมาถูกทาง หนุนรัฐบาลเพิ่มเสถียรภาพ

“ดร.ณัฐวุฒิ” นักกฎหมายมหาชน ชี้ “กล้าธรรม” ถอนตัวจากฝ่ายค้านสามารถทำได้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม มองการหันมาสนับสนุนรัฐบาลช่วยเพิ่มเสียงและเสถียรภาพทางการเมือง เชื่อส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุน

‘ศรี’ จี้ กกต.ถอนกัน 3 พยานคดีฮั้ว สว. เอาผิดให้การเท็จ เตือนเพิกเฉยเสี่ยง 157

“ศรีสุวรรณ” บุก กกต. ขอเพิกถอนการกันพยาน 3 ปากคดีฮั้ว สว. หลังกลับคำให้การจนเสียงข้างมากเห็นว่าไม่น่าเชื่อถือ จี้ดำเนินค