‘พรรคส้ม’ ไล่ขยี้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ‘เกมแรง’ ทวงคืนสถานะ ‘ผู้นำ’

1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เหมือนกับว่า ‘พรรคประชาชน’ จะขยับเขยื้อนทางการเมืองมากขึ้น และกลับไปใช้วิธี ‘เดินแรง’ ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของตนเองในอดีต

โดยเฉพาะการกลับไปดึงทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเพื่อนำมาสู่ข้อถกเถียงทางการเมือง เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม ที่เพจพรรคประชาชนโพสต์ถึงภาพคณะองคมนตรี ที่เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 โดยชี้ว่าเป็นสถานการณ์ที่อาจเสี่ยงละเมิดหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ก่อนที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน จะออกมาขยายความว่า ไม่ควรนำตัวแทนหรือสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการตัดสินใจนโยบายสาธารณะโดยตรง เพราะทุกการตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดและรับชอบ หากเกิดการตัดสินใจใดๆ ที่ผิดพลาด อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ถัดจากนั้นไม่กี่วัน ในวันครบรอบรัฐประหาร 22 พฤษภาคม โพสต์เฟซบุ๊กระบุ จากรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 สู่การเมือง ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ โดยพยายามอธิบายว่า ภายใต้ระบอบดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภาไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย แต่กำลังทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ทำลายหลักที่ยึดถือให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ทำลายหลักที่รัฐต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง

2 ประเด็นดังกล่าวในเวลาที่ไม่ห่างกันมากนัก ทำให้พวกเขากลับไปเป็นผู้กำหนดประเด็นทางการเมืองในห้วง 1-2 สัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันยังทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเขาในครั้งนี้ เข้าไปเป็นคดีในองค์กรอิสระอีกครั้ง

มีการนำเรื่องที่พรรคประชาชนโพสต์ถึงองคมนตรียื่นให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยุบพรรค เพราะมองว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีการร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิดจากกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง

ขณะที่ประเด็น ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ จากโพสต์ของนายณัฐพงษ์ ทำให้หลายฝ่ายที่ถูกพาดพิงว่า เป็นส่วนหนึ่งของระบอบดังกล่าว โดยเฉพาะ ‘วุฒิสภา’ ออกมาตอบโต้ พร้อมกับเรียกร้องให้หัวหน้าพรรคสีส้มขอโทษภายใน 3 วัน รวมถึงจะดำเนินการทางกฎหมาย

ขณะเดียวกัน หลายคนในองคาพยพของพรรคประชาชน ทั้งที่ยังเป็นสมาชิกอยู่ ทั้งที่เป็นอดีตแกนนำ ต่างเคลื่อนไหวในลักษณะขยี้พรรคสีน้ำเงินต่อเนื่องและรายวัน

บางส่วนมองว่า เป็นเพราะพวกเขาอยู่ใน สภาวะ ‘หลังพิงฝา’ มีคดีสำคัญที่เดิมพันชีวิตทางการเมืองอยู่ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั่นคือ กรณีที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูล ในประเด็นร่วมกันเสนอกฎหมายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตกันอีกว่า แล้วเหตุใดเพิ่งจะมาเคลื่อนไหวหนัก ทั้งที่เรื่องดังกล่าวมีมาสักระยะหนึ่งแล้ว และตอนนั้นไม่ได้ ‘เดินแรง’ เหมือนทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม หากมองความเป็นไปของ ‘พรรคสีส้ม’ ตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 2 เข้ามาบริหารประเทศ ต้องยอมรับว่า บทบาทของพวกเขาดร็อปลงไปเยอะมาก หากเทียบกับตอนเป็นพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล หรือแม้แต่ตอนเป็นพรรคประชาชนในรัฐบาลชุดก่อน

เรื่องการตรวจสอบรัฐบาล อันเป็นจุดเด่นของพรรคประชาชน ถูกบดบังโดยพรรคอื่น สูญเสียการเป็น ‘ผู้นำ’ เรื่องนี้ไปให้กับ ‘พรรคประชาธิปัตย์’

พรรคสีฟ้า’ ที่มี สส.อยู่เพียง 25 เสียง เป็นพรรคอันดับ 3 ในซีกฝ่ายค้าน กลับทำผลงานด้านการตรวจสอบได้โดดเด่นกว่า กลายเป็นผู้นำในการตรวจสอบรัฐบาล หรือดำเนินการอะไรก่อน ‘พรรคสีส้ม’ แทบจะทุกเรื่อง

พรรคประชาธิปัตย์คือ สิงห์ปืนไว ชิงลงมือทำก่อนหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแอ็กชันยื่นให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ส่งศาลฎีกาตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. จากกรณีมีมติยกคำร้องคดีหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม  

หรือเรื่องการจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล หรือแม้แต่เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขณะที่บทบาทในสภาผู้แทนราษฎร สส.หลายคนของพรรคประชาธิปัตย์ทำผลงานได้ดี เป็นชิ้นเป็นอันมากกว่าพรรครุ่นหลาน

หลายฝ่ายถึงขั้นมองว่า การกลับเข้าสภาในฐานะฝ่ายค้านของ ‘ค่ายสีฟ้า’ ครั้งนี้ อาจจะทำให้พวกเขากลับมาโตขึ้นได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคที่อยู่เฉยไม่ได้ย่อมต้องเป็น ‘ค่ายสีส้ม’ ที่กำลังสูญเสียการเป็นผู้นำ และทางถนัดที่สุดและง่ายต่อการเข้าถึงคือ ‘เดินแรง’ ในเรื่องที่ถนัดเคยปลุกติด อย่างเช่น การเปิดประเด็นองคมนตรี หรือเล่นกับโครงสร้างใหญ่ของประเทศ
การฉายภาพ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ เหมือนกับตอนเปิดฉากใส่ ‘ทหาร’ ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือทำให้ระบอบดังกล่าวน่ากลัวเหมือนกับ ‘ระบอบทักษิณ’

พวกเขาเคยจุดติดเรื่องเหล่านี้ และทำให้กลับมาอยู่ในความสนใจของคนได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติ สส.ปชน. โหวตส่งตัว 'ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว' ให้ดีเอสไอสอบคดีเว็บพนัน

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการและรองโฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ที่ประชุม สส. พรรคประชาชนมีมติอนุญาตตามที่สภาผู้แทนราษฎรขออนุญาตเรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบปากคำ ในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น โดยมีเหตุผล ดังนี้

สส.ศรีสะเกษ ถามพรรคส้ม ภูมิใจไทยผิดข้อตกลง MOA ตรงไหน

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยกรณีการเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 3 ก.ย.68 ที่พรรคประชาชน

'เท้ง' แถลงโต้ สว. ขู่ฟ้องวิจารณ์สีน้ำเงินกินรวบประเทศ ลั่นอยากได้ระบอบการปกครองที่ดีกว่านี้

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสส.พรรคภูมิใจไทย โต้กลับเรื่องระบอบสีน้ำเงินว่าเป็นเพียงการสร้างวาทกรรม และเป็นการสร้างความแตกแยก ว่า ตนมองว่าโจทย์สำคัญ ของประเทศขณะนี้ต้องมีระบบการตรวจสอบการถ่วงดุลที่ดี

สภาสูงลั่นพร้อมโหวตรับร่างแก้ไข รธน.ทุกพรรค

'พิสิษฐ์' เชื่อ สว.พร้อมโหวตรับร่างแก้ไข รธน.ของทุกพรรค เหตุ ปรับแก้ทีหลังได้ ชี้ สูตร ส.ส.ร.ของ ปชน. เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลฯ ยํ้า ให้เลือกตั้งโดยตรงไม่ได้

'สว.พิสิษฐ์' ไม่คาดหวัง 'ณัฐพงษ์' ขอโทษ! จ่อฟ้องปมกล่าวหาฉ้อฉล

'สว.พิสิษฐ์' ไม่คาดหวัง 'ณัฐพงษ์' ขอโทษ ปม 'ระบอบสีน้ำเงิน' ท้าเคลียร์ให้ชัดหมายถึงใคร ยันไทยมีระบอบเดียว ชี้ไม่ใช่ศึก สส.-สว. แต่เป็นความเห็นส่วนตัว 'เท้ง' จ่อถกฝ่ายกฎหมายเอาผิดปมกล่าวหา 'ฉ้อฉล'