‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “ทวงประเทศไทยคืนมา”
ประเดิม 10 กันยายน นัดหมายรวมตัวมวลชนที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับ กลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็น ทุนจีน ยิว อินเดีย รัสเซีย
ในการแถลงเมื่อวันที่ 7 กันยายน ‘สนธิ’ บอกว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหมายให้เกิดความรุนแรง แต่ต้องการใช้พลังของประชาชนกดดันรัฐบาลและผู้มีอำนาจหยุดการกระทำที่ประชาชนเห็นว่าไม่ถูกต้อง
เรื่องที่ไม่ถูกต้องของ ‘สนธิ’ คือ หลายเรื่องที่เป็นประเด็นและปัญหาของประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งเกิดในช่วงที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย บริหารประเทศ
อาทิ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฮั้ว สว. ซึ่ง ‘สนธิ’ ชวนจับตาวันที่ 14 กันยายน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีคำวินิจฉัย พร้อมระบุว่า หากกระบวนการตรวจสอบเดินหน้าไปในลักษณะที่มีการตัดตอนบุคคลบางกลุ่ม หรือดำเนินคดีเฉพาะผู้ที่อยู่ระดับล่าง โดยไม่สาวไปถึงผู้ที่มีอำนาจหรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง อาจทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยต่อกระบวนการยุติธรรมและความเป็นอิสระขององค์กรที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังมีเรื่องโครงการ Thai Ai Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของโครงการ กับงบประมาณมหาศาลจำนวน 1.6 พันล้านบาท ที่ต้องเสียไป
‘สนธิ’ ย้ำว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ต้องการขับไล่รัฐบาลให้พ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องการกดดันให้รัฐบาลหยุดพฤติกรรมที่สร้างความเสียหาย และหันมาทำเพื่อประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดี การเคลื่อนไหวในช่วงเดือนกันยายนของ ‘สนธิ’ ถูกจับตามองว่า ต้องการล้อกับสถานการณ์การเมือง ซึ่งจะมีการตัดสินคดีความสำคัญคือ คดีฮั้ว สว.
คดีนี้หลายฝ่ายจับจ้องว่า หากสุดท้าย กกต.ปล่อยผี หรือโดนแค่ตัวเล็กตัวน้อย อาจจะเป็น ‘หัวเชื้อ’ ในการเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลในอนาคตได้
ขณะเดียวกัน ‘สนธิ’ ย่อมรู้ดีว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบ ‘ม็อบ’ ในยุคนี้ เป็นเรื่องที่จุดติดยาก จึงเลือกวิธีการเคลื่อนไหวแบบนี้ไปก่อนเพื่อ ‘ขยายแนวร่วม’ รวมคนที่ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล
จะเห็นว่า มีอดีตแกนนำทั้งม็อบสีเหลืองและม็อบสีแดง ปรากฏตัวในวันแถลงของ ‘สนธิ’
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า การจุดม็อบในยุคนี้เป็นเรื่องยาก ด้วยปัจจัยทั้งความเบื่อหน่ายของประชาชน ทั้งรูปแบบการแสดงความไม่เห็นด้วยที่ทำได้ในโซเชียล ซึ่งมีพลังไม่ต่างกัน หากแต่ ‘รัฐบาลอนุทิน’ ไม่สามารถประมาทได้ หากวันหนึ่งแนวร่วมไม่เอารัฐบาลขยายตัวมากขึ้นกว่านี้
การเคลื่อนไหวเรื่อยๆ สะสมกำลังเรื่อยๆ เพื่อรอ ‘เงื่อนไข’ และ ‘ฟางเส้นสุดท้าย’ เป็นสิ่งที่ต้องระวัง
และวันนี้วันที่การเคลื่อนไหวยังไม่ได้ถูกยกระดับเป็นม็อบ ‘รัฐบาลอนุทิน’ สามารถเลือกจะ ‘ตัดไฟต้นลม’ ให้การเคลื่อนไหวหยุดแค่การยื่นหนังสือ
หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ทำได้เลยตั้งแต่วันนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจริงใจแก้ปัญหา ไม่ได้เป็นอย่างที่ ‘สนธิ’ ครหา โดยเฉพาะเรื่อง ‘ทุนเทาข้ามชาติ’
ปัญหาวันนี้คือ สังคมมองว่า รัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา หรือแก้แบบลูบหน้าปะจมูก อย่างกรณีชาวอิสราเอล ที่ก่อนหน้านี้คนเข้าใจว่า มากระจุกอยู่ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานีแค่นั้น แต่วันนี้ลุกลามไปทั่วประเทศ ล่าสุดมีสุสานฝังศพยิวที่ จ.ฉะเชิงเทราอีก
แม้ ‘อนุทิน’ จะจัดการ เนรเทศต่างชาติ ที่มีปัญหาเพื่อแสดงความเด็ดขาด หากแต่สิ่งที่สังคมคาดหวังคือ การกวาดล้างอย่างจริงจังในทุกพื้นที่
ขณะที่เรื่อง คดีฮั้ว สว. ซึ่ง กกต.จะวินิจฉัยและลงมติในวันที่ 14 กันยายนนี้ คำวินิจฉัยของ กกต.จะเป็นตัวชี้ขาดอารมณ์สังคมได้พอสมควร
หากออกมาเป็นไปตามข่าวลือคือ มีการฟ้องเพียงตัวเล็กตัวน้อย ในขณะที่บางคนที่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงตามที่มีการเผยแพร่กันก่อนหน้านี้กลับหลุดรอด ไม่ปล่อยให้ไปต่อสู้กันที่ศาลฎีกา ซึ่งมีเครดิตมากกว่า อาจจะยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวของ ‘สนธิ’ หรือกลุ่มอื่นๆ ร้อนแรงขึ้นมาได้
ปัญหาที่ ‘สนธิ’ ว่ามา หากรัฐบาลชิงกวาดล้างครั้งใหญ่ก่อน ‘หัวเชื้อ’ เหล่านี้ก็จบ
และไม่ใช่กวาดล้างเพราะกลัว ‘สนธิ’ หากแต่เป็นการแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจริงจังกับการแก้ไขปัญหา ไม่ได้เป็นอย่างที่อดีตแกนนำพันธมิตรฯ พยายามปลุกระดม
เป็นการเคลียร์ตัวเองในสังคมด้วย!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตาไทยผงาดเวที‘IMF-WB’ คว้าโอกาส‘ศักยภาพ-ดึงทุนโลก’
ประเทศไทยเตรียมผงาดสู่สายตานานาชาติอีกครั้ง ในการหวนกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี “สภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569” หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ในรอบ 35 ปี หลังไทยเคยจัดการประชุมมาแล้วเมื่อปี 2534 ในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน
บ้านสร้างสวน‘หนู’ฟัน‘นอภ.’
เดือด! “อนุทิน” ซัดแหลก “นายอำเภอบ้านสร้าง” เกียร์ว่างไม่ช่วยน้ำท่วม
รองโฆษกฯ บอกวิจารณ์รัฐบาลได้เต็มที่ แต่อย่านำภาพนายกฯตรวจโรงครัว มาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด
รองโฆษกรัฐบาลโต้ "ภคมน" ปมแก้น้ำท่วม ขออย่านำภาพตรวจโรงครัวภูมิใจไทยมาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด ยืนยันนายกฯ บัญชาการผ่าน บกปภ.ช. ต่อเนื่อง สั่งระบายน้ำข้ามจังหวัด เร่งเยียวยา ฟื้นฟู และเตรียมรับฝนระลอกใหม่
'อนุทิน' ถึงสิงคโปร์ 'ลอว์เรนซ์ หว่อง' เลี้ยงน้ำชาต้อนรับก่อนขึ้นเวที Forbes
ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงสิงคโปร์ในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุม Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 24 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผู้นำภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้บริหารระดับสูงจากทั่วโลก
แนวร่วม-แนวรบ เขย่า"ภาษีบาป" จากปุระชัย ถึงอนุทิน
ยังมีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ตามมา กับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย-พรรคภูมิใจไทย-รัฐบาลสีน้ำเงิน รุกคืบ
'อนุทิน' ตรวจโรงครัวภูมิใจไทย เผยพรรคยังไม่ได้หารือปม สส.สุชาดา
"อนุทิน" ตรวจโรงครัวภูมิใจไทย ชิมไก่ทอด เมนูเด็ด กำชับตักข้าว-กับข้าว ใส่ไม่ยั้ง เอาให้อิ่ม ก่อนสวมบทพ่อครัวลงมือผัดกะเพราไก่ ขอแม่ครัวเติมซีอิ๊วดำเพิ่ม ขณะชาวบ้านปรี่ยกนิ้วโป้งชมเปราะ บอกทำดีมาก ขอให้ทำต่อ ดีกว่าไม่ทำ

