ภท.ร้ายกว่าทักษิณ ‘สนธิ’ลงถนน10กย.บุกสถานทูตอิสราเอลปลุกคนไทยร่วม

"สนธิ-คปท." ปลุกม็อบเอาประเทศไทยของเราคืนมา นัดรวมพล 10 ก.ย.ยื่นหนังสือสถานทูตอิสราเอล ฟาดหนัก "ระบอบสีน้ำเงิน" ร้ายกว่า "ระบอบทักษิณ" ชี้ประเทศไทยมีแต่ทรุดภายใต้พวกเครือข่ายเดียวกัน “เจ้าสัว-หนู-ชินวัตร” เปิดแผลรัฐบาลบริหารแผ่นดินล้มเหลว ไอ้โม่งเขมือบน้ำมันจับได้กี่โมง ทุบชนักติดหลัง "เขากระโดง-โกงสอบท้องถิ่น-ฮั้่ว สว." ดักทางหนูตีปี๊บเนรเทศต่างชาติแค่ลดกระแสกดดัน จีน-ยิว-รัสเซียเทาเกลื่อนเมือง ไม่หวั่นโดนปรามาสม็อบน้ำหมาก พร้อมปลุกประชาชนเข้าร่วม ขณะที่ "จตุพร" รับหมดยุคม็อบสีเสื้อ ชี้ลงถนน ปชช.แค่ตัวเปิด มท.เร่งสกัดไฟ สุสานยิวโผล่ว่อน "อนุทิน" เมิน "สนธิ" บอกไม่ได้ฟัง

เมื่อวันจันทร์ ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดแถลงข่าวเตรียมเคลื่อนไหวภาคประชาชน "เอาประเทศไทยของเราคืนมา" โดยการแถลงข่าวครั้งนี้มีนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมด้วย

ในช่วงแรกนายสินธิได้เล่าถึงประวัติศาสตร์ว่า เมื่อ 21 ปีที่แล้วในห้องแถลงข่าวนี้ ได้ประกาศตัวจะนำมวลชนเพื่อต่อสู้กับระบอบทักษิณ หลังจากนั้นก็เกิดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จากการชุมนุมเรียกร้องทุกๆ อย่าง เพื่อให้เครือข่ายระบอบทักษิณสิ้นลุดลง รวมถึงการชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล ทั้งหมดเกือบ 200 วัน กระทั่งทักษิณถูกรัฐประหาร

นายสนธิกล่าวต่ออีกว่า คำถามที่ตนตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมคนที่ร่วมกันปฏิบัติการแล้วไม่เห็นด้วยกับการทำงานของทักษิณและระบอบทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับการเล่นงานพรรคส้ม ตั้งแต่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาจนกระทั่งคนปัจจุบัน  แต่กลับเห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำ

 “ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ต่างไปจากกับระบอบทักษิณ  ซึ่งรู้กันว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน มิหนำซ้ำยังร้ายแรงกว่า หลายคนที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ก็บอกว่าให้เลือกพรรคภูมิใจไทยตามยุทธศาสตร์ ใช้วจีค่อนข้างจะได้ผลกับคนที่ด้อยปัญญา 'ไม่เลือกเราเขามาแน่' เมื่อเลือกเขามาแล้ว ผมก็มีความรู้สึกว่าประเทศไทยไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว มันแย่ลงไปกว่าเดิม ทำไมถึงแย่ลงไปกว่าเดิม อาจเป็นเพราะระบบการเมืองไทยเป็นระบบที่ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้ว่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทักษิณ แพทองธาร อนุทิน หรือคนโน้นคนนี้ เจ้าสัวต่างๆ ทุกอย่างเป็นเครือข่ายเดียวกัน ทุกคนรู้จักกัน” นายสนธิระบุ

จากนั้นนายสินธิได้โชว์ภาพถ่ายของนักการเมือง เจ้าสัวที่ถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมบอกว่ากลุ่มคนที่ถ่ายรูปสมัยทักษิณ แท้ที่จริงพวกนี้เป็นพวกเดียวกันหมด ไม่มีอะไรต่างกัน จะต่างกันตรงที่พรรคภูมิใจไทยฉลาดแล้วเจ้าเล่ห์พอที่ชูจะออกมาปกป้องสถาบันกษัตริย์ ทำให้คนหลายคนเข้าใจว่าการปกป้องสถาบันกษัตริย์แบบนี้คือสิ่งที่ประเทศไทยต้องการ แต่หารู้ไม่ว่านี้คือเล่ห์กลของพรรคภูมิใจไทย ที่จะดึงคะแนนเสียงเพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล ถ้าไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยแล้วสถาบันกษัตริย์จะเป็นอันตราย นั้นคือที่มาของการได้เสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นเมื่อบ้านใหญ่ใช้เงินซื้อเสียง คนที่กุมบ้านใหญ่อีกทีที่จะมีตำแหน่งแห่งที่บ้านใหญ่ได้มีตำแหน่งจะเป็นคนชี้นิ้ว

ถามหาไอ้โม่งตุนน้ำมัน

นายสนธิระบุว่า มีเรื่องบางเรื่องที่คิดว่าเกิดขึ้นมานานแล้ว หลายอย่างตั้งแต่นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยมารักษาการเป็นรัฐบาล จากความโง่เขลาเบาปัญญาของพรรคประชาชนที่สนับสนุน กระทั่งมาเลือกตั้งครั้งใหม่เบ็ดเสร็จน่าจะ 8-9 เดือนในการบริหารประเทศมา การบริหารประเทศทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากทุกหัวระแหง

“กลุ่มประชาชนของอนุทินที่เป็นเจ้าของประเทศคือกลุ่มที่คดโกงกักตุนน้ำมัน จนวันนี้ยังไม่รู้จะจับไอ้โม่งได้กี่โมง เพราะตัวการที่แท้จริงอยู่ในรัฐบาลอนุทินนั้นเอง น้ำท่วมที่หาดใหญ่มีการเยียวยามาจะปีแล้วแต่ยังเยียวยาไม่จบ ยังมีคนอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับ ยังไม่นับกับเรื่องรวมต่างๆ อีกมากมาย การฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ใช้นโยบายของรัฐเป็นตัวนำมีให้เห็นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มีวงเงินหมุนเวียนค่าคอมมิชชันประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท มีความพยายามตัดทอนผู้ที่เกี่ยวข้องระดับสูง” นายสนธิระบุ 

นายสนธิระบุอีกว่า จากหลักฐานที่ตนมีอยู่ นายอนุทินเกี่ยวข้องในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการในการดำเนินการยกเลิกการประมูลการออกข้อสอบและติดตามผลการสอบของมหาวิทยาลัยบูรพาที่ได้รับสัมปทานไป เพราะมีเงื่อนไขที่ดีกว่าแล้วค่อยยกเลิก แล้วมอบสัมปทานให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หลักฐานที่ตนมีอยู่นายอนุทิน เป็นประธาน มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ซึ่งตอนนี้คนที่ตกเป็นจำเลยตำแหน่งสูงสุดเป็นอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและข้าราชการอื่นๆ แต่ไม่ถึงนักการเมืองเลย หรือแม้กระทั่งสนามบินขนงพระ อ.ปากช่อง ตนก็มีหลักฐานว่ามีลายเซ็นของนายอนุทิน เอาที่ของรัฐมาทำเป็นสนามบินเพื่อให้มีการบริการเชิงพาณิชย์

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นเรื่องราวที่รัฐบาลชุดนี้ให้คำตอบไม่ได้ มีการตรวจสอบการเลือกตั้งคราวที่แล้วโดยข้อกล่าวหา มีการกล่าวหามีการฮั้ว สว.เพื่อให้ได้ สว.ในสายของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเป็น สว.ในสายจำนวนมาก มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนของดีเอสไอ มีหลายคณะทั้งคณะที่ 26 คณะที่ 36 คณะ 26 สอบสวนร่วมกับคณะทำงานของ กตต.ก็พบว่ามีหลักฐานมีเชื่อมโยงไปยังผู้บริหารระดับสูงในพรรคภูมิใจไทย มีทั้งคลิปวิดีโอ เสียงที่บันทึก และพยานที่ยืนยันได้ว่ามีการจ่ายเงิน แม้กระทั่งการอ้างข้อความในไลน์เกี่ยวพันกับผู้ให้ราชสำนักเอามาอ้างอิง

 “แต่พอรัฐบาลเข้ามาบริหารก็เปลี่ยน รมว.ยุติธรรมตามธรรมเนียมให้กลายเป็น พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตคือผู้การ จ.บุรีรัมย์ สิ่งแรกที่เข้ามาคือการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ทำเรื่องฮั้ว สว.ให้ออกจากดีเอสไอไปประจำที่กระทรวงยุติธรรม ที่ดินขนงพระ การฮั้ว สว.รวมทั้งคดีแตงโม อยู่ในการดูแลของ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หรือ ผอ.ยักษ์ มีการขอร้องมาตลอดให้ยุติสรุปง่ายคือการใช้อำนาจรัฐเพื่อบิดบังทุกเรื่อง” นายสนธิระบุ

อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวอีกว่า เรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศข้องใจและข้องใจมาถึงทุกวันนี้ และไม่มีใครตอบคำถามได้ว่าคดีเขากระโดง ที่ศาลฎีกาพิพากษาแน่ชัดแล้วว่าเป็นของประเทศไทย เป็นของรัฐ ที่เขากระโดงไม่ใช่เป็นของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง แต่ไม่มีใครดำเนินการต่อไป ทำให้นายอนุทินต้องนั่งตำแหน่ง รมว.มหาดไทย มาวันนี้ก็ขอกระทรวงมหาดไทย คือสารเริ่มต้นแห่งการชั่วร้ายของความไม่มีศีลธรรม ความขี้ขลาดตาขาว ไม่ยอมเสียสละเพื่อประชาชน กระทรวงมหาดไทยคือคนที่เกี่ยวข้องกับสนามบินขนงพระ กระทรวงมหาดไทยคือกรมที่ดินที่ออกมาตรการต่างๆ เพื่อให้คดีเขากระโดงบิดเบือนและบิดเพี้ยนไป แต่บิดเรื่องนี้บิดไม่ได้แต่ต้องทำอย่างไรให้ยื้อต่อไปเรื่อยๆ

ไม่หวั่นโดนเรียกม็อบน้ำหมาก

นายสนธิกล่าวต่อว่า อธิปไตยของชาติปล่อยให้ต่างชาติเข้ามายึดพื้นที่ โดยที่รัฐปิดตาข้างหนึ่งไม่ว่าจะเป็นยิวเทา จีนเทา เขมรเทา พม่าเทา รัสเซียเทาและอินเดียเทา พอโดนสื่อมวลชนสังฆกรรมร่วมเปิดโปง ให้จัดการนอมินีให้แก้กฎหมายจึงส่งคนไปจัดการนอมินี นอกจากจัดการไม่ได้แล้ว เพราะโทษจำคุกน้อย ศาลลงโทษก็ให้รอลง นายอนุทินทนต่อการกดดันไม่ไหว ชาวยิวขู่ฆ่าชาวฝรั่งเศส ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือนแต่รอลงอาญา 2 ปี กระทั่งวันที่ 21 ส.ค.จึงเซ็นเนรเทศชาวยิว เพราะผมกำลังชูเรื่องยิวเทา นายอนุทินจึงตัดไฟตั้งแต่ต้นลมให้ไอโอทั้งหลายบอกว่าทำแล้วนี้ จีนเทา ภาคตะวันออกแถวบ่อวิน มีขยะแถวบ่อวิน มีน้ำเสียที่มาจากโรงงานของจีนเทา

"นี้คือความล้มเหลวของการเมืองท้องถิ่น นี้ยังไม่รวมพาสปอร์ต TH-AI ผลาญงบ 1,621 ล้านบาท งบตัวนี้มีคนซ่องสุมเข้าไปประมูลเป็นพวกเดียวกันที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยมาตลอด ยังไม่รวมใช้ ป.ป.ช.ฟอกขาวนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้วว่าผิด แล้วส่งต่อให้ ป.ป.ช.แต่กลับบอกว่าไม่ผิด สูตรสำเร็จฮั้ว สว.เมื่อเป็นคนของตัวเองก็เอา สว.มาเลือก กกต.-ป.ป.ช. นี้คือดีลลับที่เคยพูดเก็บสำนวน 5 เดือนไม่ส่งไป ดีลลับที่บอกว่าถ้าจะแช่เรื่องของ ป.ป.ช.ไว้ ถ้าคดีต่างที่เกี่ยวกับทุจริตท้องถิ่นส่งไปที่ ป.ป.ช.จะมีการตัดตอนไม่ให้ถึงผู้ใหญ่"

นายสนธิกล่าวอีกว่า ป.ป.ช.มีหน้าที่รับเรื่องมาแล้วสืบเสาะ ในอดีต ป.ป.ช.จะสืบเสาะเจาะต่อไปไม่สิ้นสุดเพียงข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ส่งมา เขาจะเจาะต่อไปว่าใครเกี่ยวข้อง ถ้าอธิบดีส่วนปกครองท้องถิ่นมันผิดก็เอาให้จบแค่นั้น อย่าเจาะต่อไปว่าสารตั้งต้นมีการตั้งกรรมการว่ามีนายอนุทินและปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้สั่งการ นี้คือการแลกเปลี่ยนกัน ป.ป.ช.ก็ไว้ใจไม่ได้ กกต.ที่จะมีมติวันที่ 14 ก.ย.นี้ ก็จะมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ตัดตอนแล้วส่งผู้ต้องหาฮั้ว สว.เพียงไม่กี่คนเพื่อตัดตอนผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องฮั้ว สว. เพื่อเอา สว.เป็นของพวกตัวเอง ให้ สว.เลือกองค์กรอิสระจะได้ครอบงำองค์กรอิสระ เช่น กกต.และ ป.ป.ช. ตลอดจนศาลรัฐธรรมนูญ ในอนาคตเมื่อคนในศาลรัฐธรรมนูญหมดอายุไป ใครอยากได้เสียง สว.ต้องแวะไปที่ จ.บุรีรัมย์

 “ตอนนี้อายุ 79 ปีแล้ว ได้บอกกับลูกหลาน เพื่อนร่วมงานว่า ถ้าจะต้องตายในระหว่างการเรียกร้องให้ประเทศไทยคืนมาเป็นของเรา ผมยอมตาย ไม่กลัว หลายคนด้วยค่าเป็นม็อบน้ำหมาก บอกพรรคพวกใจเย็นๆ ถ้าศรัทธาไม่ต้องกลัว จงเชื่อมั่น 21 ปีที่แล้วที่ตรงนี้พูดเรื่องทักษิณ มีคนถามว่าจะมีคนมาร่วมเหรอ ผมบอกว่าแม้มีผมคนเดียวก็จะสู้ วันที่ 10 ก.ย.นี้ เวลา 09.30 น.จะไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอล  ถนนสุขุมวิท จะรับไม่รับผมไม่แคร์ แต่จะออกแถลงการณ์  และจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ จะเรียกประชาชนที่เห็นด้วยกับเราไม่ว่าจะเป็นที่อีสาน ภาคตะวันออก ภาคใต้ ให้เขามารับทราบสิ่งที่เราสู้อยู่เขาเห็นด้วยไหม ว่าผมกำลังเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของคนไทย และผมไม่ต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้แต่ให้อยู่ไม่เป็นสุข" นายสนธิกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงรูปแบบการเคลื่อนไหว จะเป็นการปักหลักชุมนุมระยะยาวเหมือนในช่วงการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทักษิณหรือไม่ นายสนธิกล่าวว่า คิดว่าไม่น่าจะมีการปักหลักพักค้าง แต่พลังของการชุมนุมจะมีความเข้มข้นและมีขนาดใหญ่ โดยตนได้วางแผนร่วมกับนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” และนายพิชิต ไชยมงคล หรือ “ตั้ม” ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยจะเริ่มต้นการเคลื่อนไหวในวันที่ 10 กันยายนนี้ และจับตาดูท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 กันยายน

 “ถ้า กกต.ตัดตอนตามที่เขาคาดหวังไว้ด้วยคะแนน 5 ต่อ 2 ก็ได้เห็นดีกันแน่ภายในอาทิตย์นั้น ไม่ต้องกังวล  รัฐบาลชุดนี้เชิญทำงานตามสบาย เพราะจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะมันมีเรื่องให้ต้องลุกขึ้นมาประท้วงอยู่ตลอด” นายสนธิกล่าว

เมื่อถามว่า มีฟางเส้นสุดท้ายหรือไม่หากรัฐบาลยังไม่แก้ไขปัญหาต่างๆ นายสนธิกล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายแล้ว เพราะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตนมองว่าเป็นความไม่ถูกต้องมากกว่า 20 ประเด็น

ภายหลังการแถลงข่าว นายพิชิต แกนนำ คปท. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ปัจจุบันเป็นบททดสอบหนึ่งที่เราจำเป็นต้อง "ใส่รองเท้าผ้าใบ พร้อมใจถึงๆ"  เดินบนถนนภาคประชาชนตรวจสอบรัฐบาลกันต่อไป จุดยืนเราไม่เคยเปลี่ยนในเรื่องนี้ คปท.จึงเข้าร่วมในเชิงยุทธศาสตร์ ตามประเด็นที่ คปท.ทำมาตลอด กับเส้นทางที่คุณสนธิกำลังจะเดิน

ตู่ชี้หมดยุคม็อบสีเสื้อ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า การทวงคืนประเทศไทยนั้น เห็นว่าในสถานการณ์แบบนี้ถ้าจะชุมนุมแบบม็อบสีเสื้อที่ผ่านมาคงไม่ง่าย หากวันนี้เป็นประเด็นลงถนนไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอล หรือไปหน้าทำเนียบรัฐบาล ย่อมเป็นขั้นตอนตามปกติการแสดงออกของภาคประชาชน พวกทุนเทาที่เป็นปัญหาชาติในขณะนี้ รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้กวาดล้างใหญ่ ถ้ารัฐบาลไม่กวาดล้างกระแสสาธารณะนี้จะถูกลากเข้าไปก่อหวอดในทางความรู้สึกกันได้ และข้อมูลที่ทางคณะคุณสนธินำมาเผยแพร่ก็จะเป็นประโยชน์

 “ภาคประชาชนชุมนุมกันทุกครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นเพียงตัวเปิดเกม ส่วนตัวปิดเกมไม่ว่าจะเป็นตุลาการภิวัตน์หรือทหารปฏิวัติ ท้ายที่สุดประชาชนก็เป็นแค่บานประตูเปิดเท่านั้นเอง แต่เรื่องพวกทุนเทาๆ ทั้งหลายต้องยอมรับความจริงว่า มันเป็นปัญหาเกิดขึ้นภายในชาติจริงๆ และเป็นเรื่องต้องชำระสะสางกันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ดังนั้นรัฐบาลต้องกวาดล้างใหญ่ถ้าไม่ทำปัญหาจะลุกลาม” นายจตุพรระบุ

วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2354/2569 เรื่องเนรเทศนายเควิน ดิมิโน (Mr. Kevin Dimino) สัญชาติฝรั่งเศส ออกไปนอกราชอาณาจักร เนื่องจากมีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา รวมถึงในหมู่นักท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ทั้งยังมีพฤติกรรมคึกคะนองอันอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่นอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย อนึ่ง หากนายเควิน ดิมิโน ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ หรือขอมิให้ส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักร

ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสนธิออกแถลงการณ์เคลื่อนไหวทางการเมือง “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ว่า การชุมนุม การมีความเห็นแตกต่างเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้

'หนู' เมินบอกไม่ฟัง 'สนธิ' 

นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมาที่เป็นประเด็นคลาสสิกในทุกครั้ง จนบางคนบอกว่ารัฐบาลกำลังมีผลงาน  จะมี 2 เรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประจำ คือ เรื่องเขากระโดง และเรื่องฮั้ว สว. ซึ่งเรื่องเขากระโดงตอนนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ดำเนินการฟ้องศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น 24 คดี เป็นพื้นที่ 108 แปลง ซึ่งเป็นแปลงใหญ่ทั้งสิ้น ส่วนแปลงที่ยังไม่ฟ้องคือประเภท น.ส.3 เป็นที่แปลงเล็กยิบย่อย โดยใน 108 แปลงเป็นเนื้อที่ประมาณ 800 ไร่ ซึ่งศาลจะนัดครั้งต่อไปในวันที่ 22 ก.ย.นี้ ถ้าต้องการติดตามก็สามารถติดตามได้ ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มีการประวิงเวลา หรือเอื้อในกรณีรัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแล เราทำมาอย่างเต็มที่

ส่วนประเด็นเรื่องฮั้ว สว. นายสิริพงศ์กล่าวว่า การวินิจฉัยต่างๆ เป็นอำนาจของ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ  หน้าที่ของเราเมื่อถูกกล่าวหาก็มีหน้าที่ชี้แจงเพิ่มเติมในกรณีที่ กกต.ขอข้อมูล เรายังไม่ได้มีโอกาส ซึ่งบางคนหรือตนที่เป็นผู้ถูกกล่าวหายังไม่ถูกเรียกเข้าไปให้ถ้อยคำอะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในส่วนของรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าผลจะตัดสินอย่างไรในทุกๆ คดี เราพร้อมที่จะยอมรับหมด ทั้งเรื่องการสอบท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนายอนุทิน มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 62 สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้คือ ให้อำนาจหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเต็มที่ในการไปตามจับ ซึ่งท่านจะเห็นว่ามีตัวเล่น ตัวแปรใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา และมีพยานหลักฐานเพิ่มขึ้นทุกวัน ยืนยันว่าไม่มีการตัดตอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการลงถนนของนายสนธิหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า การที่จะมีการชุมนุมต่างๆ เป็นสิทธิ มีความกังวลเพียงอย่างเดียวคือ กังวลที่พี่น้องประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่ตนใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบข้อมูลในอีกมุมหนึ่ง

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีพบสุสานชาวต่างชาติใน อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ว่าจากการตรวจสอบพบว่าได้ขออนุญาตตั้งแต่ปี 64 และได้อนุญาตไปในปีเดียวกัน แต่เมื่อปี 66 ใบอนุญาตได้หมดอายุ เขาก็มีเจตนารมณ์จะมายื่นขอต่อใบอนุญาต นาทีนี้ถือว่าไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นสุสานหรืออะไรก็แล้วแต่

เมื่อถามถึง กรณีสุสานชาวยิวในพื้นที่เจริญกรุง ที่มีกระแสข่าวว่าไม่มีใบอนุญาตให้ตั้งสุสานมาเป็นเวลา 30 ปี จะตรวจสอบอย่างไร นายพลพีร์กล่าวว่า ที่เจริญกรุงหลังจากที่เราไปดู หากไม่ถูกต้องจะถูกดำเนินคดีต่อไป คาดว่าไม่น่าเกิน 1-2 วันน่าจะทราบ

ด้านนายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเนรเทศชาวฝรั่งเศส  ซึ่งเป็นชาวต่างชาติรายที่ 2 โดยนายกฯ พยักหน้ารับก่อนกล่าวว่า “กฎหมายมีแล้วก็ต้องใช้” เมื่อถามว่ารายแรกที่เป็นชาวอิสราเอลได้มีการยื่นอุทธรณ์มาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาต้องยื่นอุทธรณ์กับนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงหนังสืออุทธรณ์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยังไม่เห็น เมื่อถามว่าใบอนุญาตในการตั้งสุสานชาวต่างชาติในประเทศไทยนั้นสามารถทำได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ให้ถามรายละเอียดกับ รมช.มหาดไทย

ต่อมาเวลา 14.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีได้ฟังนายสนธิแถลงหรือไม่ว่า "ไม่ได้ฟังครับ"

เมื่อถามว่า นายสนธิระบุว่าหลังวันที่ 14 กันยายนจะยกระดับหากประเด็นการฮั้ว สว.มีความเคลื่อนไหว นายกฯ ที่กำลังเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าได้หันมาพยักหน้า พร้อมกล่าวว่า "อ๋อครับ" เมื่อถามอีกว่านายสนธิได้ท้าให้นายกฯ ดีเบตผ่านทางโซเชียล นายกฯ พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า "ครับ"

จากนั้นนายกฯเดินเข้าไปในตึกไทยคู่ฟ้า โดยผู้สื่อข่าวพยายามถามอีกว่านายกฯ ไม่ตอบคำถามหรือ แต่นายกฯ ไม่ได้หันมาตอบและเดินเข้าตึกไปทันที.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วัดใจ 'อนุทิน' ชิง ‘ตัดไฟต้นลม’ ปิดทาง เติมพลัง 'ม็อบสนธิ’

‘สนธิ ลิ้มทองกุล’ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายใต้แนวคิด “ทวงประเทศไทยคืนมา”

เปิดชื่อ3มือโปร ดาต้าเซ็นเตอร์ เสริมทีม21คน

นายกฯ ไม่อยากให้ไทยแค่ตั้งโรงงาน "ดาต้าเซ็นเตอร์" แต่อยากดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง เห็นบริษัทไทยเข้าไปอยู่ในซัพพลายเชน เปิดโฉม 3 ผู้ทรงคุณวุฒิ “โชติ-สุพจน์-ธีร”

กังขางบลงทุนไม่ถึง20%

สภาถกงบ 70 วันแรกเรียบร้อย “อนุทิน” บอกเป็นการเมืองสร้างสรรค์ “ไหม” ลั่นหากไม่มีการปรับแก้ไขพรรคส้มคงต้องโหวตคว่ำ