'สนธิ' เตรียมลงถนน จับตา 14 ก.ย.ก่อนเคาะวัน

“สนธิ” เปิดแผนเคลื่อนไหว “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” วิจารณ์รัฐบาล “อนุทิน” ไล่ปมเขากระโดง-ฮั้ว สว.-ทุจริตท้องถิ่น เผยเตรียมแผนชุมนุมไว้แล้ว แต่ขอจับตา 14 ก.ย.ก่อน

7 กันยายน 2569 - ที่บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดแถลงเตรียมเคลื่อนไหวภาคประชาชน ภายใต้ชื่อ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” โดยมีนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ร่วมแถลงแนวทางการชุมนุม พร้อมระบุว่าได้วางแผนการเคลื่อนไหวไว้แล้ว แต่จะรอดูความเคลื่อนไหวในวันที่ 14 กันยายนนี้ก่อน

นายสนธิกล่าวย้อนถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อ 21 ปีก่อน ซึ่งเริ่มต้นจากสถานที่เดียวกัน โดยครั้งนั้นประกาศนำมวลชนต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ” ก่อนเกิดการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกล่าวถึงพัฒนาการทางการเมืองต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุค 3 ป. รัฐบาลพรรคเพื่อไทย มาจนถึงรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยในปัจจุบัน

นายสนธิระบุว่า เหตุที่ต้องย้อนถึงที่มาทางการเมือง เพราะต้องการตั้งคำถามว่า เหตุใดคนที่เคยไม่เห็นด้วยกับ “ระบอบทักษิณ” และต่อต้านแนวทางของพรรคประชาชน จึงยอมรับการทำงานของพรรคภูมิใจไทย พร้อมวิจารณ์ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่ตนเคยเรียกว่า “ระบอบทักษิณ” และกล่าวหาว่ามีความร้ายแรงกว่าในหลายด้าน

นายสนธิยังวิจารณ์การบริหารงานของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยยกหลายกรณีที่เห็นว่ายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทั้งปัญหาการกักตุนน้ำมัน การเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ การสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ตลอดจนกรณีที่ดินเขากระโดง

สำหรับกรณีสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่น นายสนธิกล่าวอ้างว่า มีเงินหมุนเวียนเกี่ยวกับค่าคอมมิชชันประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท และตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยกเลิกการประมูลการออกข้อสอบและติดตามผลสอบ พร้อมเรียกร้องให้การตรวจสอบสาวไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ไม่ใช่ยุติอยู่เพียงข้าราชการระดับสูง

นายสนธิยังกล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดง โดยตั้งคำถามถึงการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมวิจารณ์บทบาทของกระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดิน ซึ่งเห็นว่ายังไม่สามารถทำให้ข้อสงสัยของประชาชนต่อกรณีดังกล่าวหมดไป

ส่วนคดีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องฮั้วเลือก สว. นายสนธิกล่าวถึงการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต. พร้อมอ้างว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลระดับสูงในพรรคภูมิใจไทย และตั้งข้อสังเกตถึงการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ทำคดีดังกล่าว

นายสนธิอ้างด้วยว่า วันที่ 14 กันยายนนี้ กกต.จะมีการลงมติในคดีฮั้วเลือก สว. โดยคาดว่าจะมีมติ 5 ต่อ 2 ดำเนินการกับผู้ต้องหาเพียงบางส่วน ซึ่งตนมองว่าอาจเป็นการ “ตัดตอน” ไม่ให้การตรวจสอบไปถึงผู้เกี่ยวข้องระดับสูง ทั้งนี้ ข้อมูลเรื่องผลการลงมติดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างและคาดการณ์ของนายสนธิ

นอกจากนี้ นายสนธิยังกล่าวถึงปัญหากลุ่มทุนต่างชาติและกลุ่มที่เรียกว่า “ทุนเทา” ทั้งจีน รัสเซีย เมียนมา อินเดีย และอิสราเอล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงยกปัญหาสิ่งแวดล้อมจากโรงงานทุนจีนในพื้นที่ภาคตะวันออกขึ้นมาตั้งคำถามต่อการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทย

นายสนธิยังวิจารณ์นโยบายส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ โดยตั้งคำถามถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ตลอดจนผลกระทบจากการใช้ไฟฟ้า น้ำ และทรัพยากร พร้อมเห็นว่ารัฐบาลควรมีกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน

สำหรับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายสนธิกล่าวถึงการใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 และ MOU 2543 พร้อมวิจารณ์ท่าทีของรัฐบาล โดยเห็นว่าประเด็นเกี่ยวกับอธิปไตยและเขตแดนต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนต่อประชาชน

ส่วนความเคลื่อนไหวในระยะใกล้ นายสนธิประกาศว่า วันที่ 10 กันยายน เวลา 09.30 น. จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ถนนสุขุมวิท เพื่อแสดงจุดยืนต่อปัญหาที่ตนเรียกว่า “ยิวเทา” พร้อมระบุว่าจะเดินสายไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อสื่อสารแนวทางการเคลื่อนไหวกับประชาชน

นายสนธิกล่าวว่า ปัจจุบันตนอายุ 79 ปี และพร้อมเดินหน้าเคลื่อนไหว โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อล้มรัฐบาล แต่ต้องการใช้แรงกดดันให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ตนและกลุ่มเห็นว่ายังไม่ได้รับการจัดการ

“ตนไม่ต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ แต่ให้อยู่ไม่เป็นสุข” นายสนธิกล่าว พร้อมระบุว่าได้วางแผนการชุมนุมไว้แล้ว แต่จะติดตามวันที่ 14 กันยายนนี้ก่อน โดยหากผลการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ออกมาเป็นไปตามที่ตนกล่าวอ้างว่าเป็นมติ 5 ต่อ 2 และเป็นการตัดตอนผู้เกี่ยวข้องระดับสูง ก็จะมีความเคลื่อนไหวภายในสัปดาห์ดังกล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

WHOจี้‘อนุทิน’ คงสถานะสสส. มหิดลร่วมหนุน

WHO ส่ง จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ  อนุทิน หนุนรัฐบาลไทยคงเสถียรภาพการเงินการคลังของกองทุน สสส. แนะคงภาษีเหล้า-บุหรี่   อธิการบดีมหิดลเห็นพ้อง แนะรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีฟังเสียงประชาชน    

‘นายกฯ’มั่นใจ GDPเกิน2.1% ยกระดับลงทุน

“อนุทิน” มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน ไทยวางตำแหน่งไม่แข่งขันด้วยค่าแรงราคาถูก ค่าไฟราคาถูก หรือรับงานประกอบสินค้าเพื่อรับเพียงค่าจ้าง

ส่อแห้ว‘ซักฟอก’! ‘อนุทิน’ยันหาวันอภิปรายใหม่ยาก/แบไต๋‘กล้าธรรม’

"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ

สต๊อกนํ้ามันล้น จนต้องส่งออก!

นายกฯ อนุทินแจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต๊อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป เตรียมถกลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 ลดการพึ่งพาให้น้อยที่สุด

นายกฯ ยันไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต็อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก

นายกฯอนุทิน แจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต็อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป