
‘รองนายกฯ’ เผยเคาะเกณฑ์เออร์ลีรีไทร์ ขรก.พลเรือน ได้สูงสุด 15 เท่า ชี้ เริ่มก่อน 1 ต.ค. 70 ตั้งเป้า 5 ปี ลด 3 หมื่นคน จ่อชง ครม. กลาง พ.ย. นี้
30 ต.ค. 2569 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการดำเนินมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนดของข้าราชการพลเรือน หลังจากที่เมื่อวันที่ 29 ต.ค. มีการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ได้ข้อมูลมาเบื้องต้น ซึ่งยังไม่อยากให้รายละเอียดมาก เพราะเกรงว่าจะเกิดความสับสน แต่ยืนยันว่าการดำเนินการมาตรการดังกล่าว มีสูตรคำนวณที่คล้ายกับในอดีต เพียงแต่เพดานสูงสุด น่าจะได้เพิ่มขึ้นกว่าในอดีต
เมื่อถามว่า เพดานสูงสุดจะได้มากกว่า 15 เท่าหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า น่าจะเพิ่มขึ้น ซึ่ง 15 เท่าคือเพดานสูงสุด โดยขึ้นอยู่กับอายุราชการที่เหลือ จึงขอให้รอรายละเอียดที่ชัดเจนก่อน แล้วทางสำนักงานข้าราชการพลเรีอน (ก.พ.) จะออกมาชี้แจงอีกครั้ง
เมื่อถามย้ำว่า จะเพิ่มจากเดิมเท่าไหร่ นายปกรณ์ ปฏิเสธตอบคำถาม ก่อนจะกล่าวว่า สูงสุดได้ 15 เท่า พร้อมปฏิเสธว่าไม่ถึง 20 เท่า
นายปกรณ์ ย้ำว่า เรื่องนี้มีสูตรการคำนวณ เพราะขณะนี้เห็นหลายคน เอาฐานเงินเดือนไปคูณด้วยสูตร 15 เท่า เพราะจะได้ไม่เท่ากันทุกคน
สำหรับอายุผู้เข้าเกณฑ์นั้น รองนายกฯ กล่าวว่า ตามที่เคยมีมติ อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากผู้เข้าร่วมโครงการไม่เต็มโควตา ก็อาจจะเปิดให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปี เข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น ลาออกไปดูแลญาติพี่น้อง หรือดูแลตัวเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เข้าร่วมโครงการแล้ว จะไม่สามารถกลับเข้ามารับราชการได้อีกใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการเซ็นยินยอมออกจากราชการ และไม่กลับเข้ารับราชการ ไม่ว่าจะหน่วยงานใด รวมถึงตุลาการและอัยการ เพราะวัตถุประสงค์ของเราคือจากกันด้วยดี แต่หากออกไปแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็อาจจะมีการเรียกเงินคืน
เมื่อถามว่า ตั้งเป้าหรือไม่ว่าต้องการให้มีข้าราชการออกกี่คน นายปกรณ์ กล่าวว่า 5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี โดยโครงการจะดำเนินการ 5 ปี เพราะฉะนั้น ภายใน 5 ปี ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ที่ออกจากราชการ 3 หมื่นคน
ส่วนจะมีการยุบตำแหน่งราชการด้วยหรือไม่นั้น นายปกรณ์ กล่าวว่า ยุบ แต่ไม่ได้ยุบตำแหน่งที่คนดังกล่าวครองอยู่ แต่จะยุบตำแหน่งอื่นที่เท่ากับจำนวนที่ออกไป เพื่อให้จำนวนข้าราชการน้อยลงมากที่สุด ย้ำว่าไม่ได้เน้นจำนวนอย่างเดียว แต่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยอาจจะนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้
รองนายกฯ กล่าวว่า โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ส่วนรายละเอียด ตั้งใจว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้จะใช้สำหรับข้าราชการพลเรือนก่อน ส่วนข้าราชการทหารและตำรวจ เขามีโครงการในลักษณะนี้อยู่แล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นานสุด! 'หญิงหน่อย' ค้นสถิติ ยื่นญัตติ 60 วัน ถึงได้ซักฟอก
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า 60 วัน กว่าจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ
'โบว์ ณัฏฐา' เย้ยเจ็บ! ไม่มีใครดิสเครดิต 'พรรคส้ม' มีแต่ทำตัวเองทั้งนั้น
น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และนักกิจกรรมเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความว่า มีคนบอกว่าตอนนี้ดูเหมือนรัฐบาลมียุทธศาสตร์ดิสเครดิต และทำให้คนเกลียดพรรคส้ม ดูแล้วไม่น่าใช่หรอกค่ะ …
สะกิดฝ่ายค้าน! ปล่อยหมัดน็อกซักฟอกต้น ธ.ค. ดีกว่าชกพร่ำเพรื่อ ม.152
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะฝ่ายค้าน ซักฟอกตามมาตรา 151 ดีกว่า 152
รองนายกฯ ยันรัฐบาลเตรียมมาตรการรับมืออุทกภัยภาคใต้เต็มที่!
'ทรงศักดิ์' ยันรัฐบาลเตรียมมาตรการรับมืออุทกภัยภาคใต้ บอกภัยธรรมชาติไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ดูแลเต็มที่ ทั้งช่วยเหลือ-เยียวยา จนท.ลงไปให้เร็วขึ้น
เอาที่สบายใจ! ทรงศักดิ์บอกฝ่ายค้านทำได้อภิปรายตามมาตรา 152 ก่อนศึกซักฟอก
'ทรงศักดิ์' บอกเป็นสิทธิฝ่ายค้านขออภิปรายตามม.152 แต่ขอให้เห็นใจ รบ. นายกฯมีภารกิจ - รมต.กำหนดตารางงานไว้แล้ว
วิป 3 ฝ่าย เคาะซักฟอก 7-11 ธ.ค. ฝ่ายค้านจัดหนัก 51 ชม. ครม.ได้ 17 ชม.
วิป 3 ฝ่าย เคาะแล้ว 7-11 ธ.ค. ซักฟอก 4+1 ได้เวลารวมทั้งหมด 72 ชั่วโมง ‘ฝ่ายค้าน’ ได้ 51 ชม. ‘ครม.-รบ.’ 17 ชม. ประธาน 4 ชม.

