"ทักษิณ" ส่อแห้ว "คกก.สันติสุข" แจ้งนายกฯนอกรอบ ชี้ไม่เข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรม เหตุ 4 คดีเป็นความผิดทุจริตตามกฎหมาย ป.ป.ช.-ไม่ใช่ผู้ชุมนุมทางการเมืองตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สันติสุข "จุลพันธ์" โต้ไร้ดีลลับ "ทักษิณ" แลกโหวตซักฟอก ลั่นเสถียรภาพพรรคร่วมฯ แน่นยังไม่มีสัญญาณจากนายกฯ ปรับเปลี่ยน "สุทิน" ยัน พท.ไม่จำเป็นต้องต่อรองดักทางดึง กธ.ร่วมรัฐบาล ปชช.ยอมรับหรือไม่ "อภิสิทธิ์" ย้ำเกณฑ์นิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมืองไม่เห็นเหตุผลเอื้อ "ทักษิณ" เชื่อไม่มีผลกับฝ่ายค้าน "พริษฐ์" ลั่นพร้อมซักฟอก 151 ชูธีม "กินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาแค่รายวัน" จ่อเพิ่มข้อมูลใหม่หากพบพิรุธ ชี้ ม.152 เป็นแค่ตัวเลือก
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อส่งต่อไปยังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ประธานคณะกรรมการฯ ขอให้พิจารณาวินิจฉัยสิทธิได้รับการนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 เพื่อล้างมลทินในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ซึ่งมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน โดยจะมีการเรียกประชุมเพื่อพิจารณากลั่นกรอง ก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ตามลำดับ
มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้คณะกรรมการท่านหนึ่งได้แจ้งความเห็นอย่างไม่เป็นทางการต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ว่านายทักษิณไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับนิรโทษกรรม เนื่องจากคดีของนายทักษิณทั้ง 4 คดี ได้แก่ 1.คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) จำนวน 4,000 ล้านบาท 2.คดีโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว (หวยบนดิน) 3.คดีแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและดาวเทียม (ไทยคม) 4.คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท
"ทั้งหมดเป็นคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยเป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเข้าลักษณะการทุจริตตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561"
นอกจากนี้ คดีของนายทักษิณยังไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ซึ่งเจตนารมณ์ของกฎหมายมุ่งเน้นการนิรโทษกรรมแก่การกระทำของ "ผู้เข้าร่วมชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นทางการเมือง" อีกทั้งตัวกฎหมายยังไม่ครอบคลุมถึงคดีที่มีการร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินอีกด้วย
ที่ จ.อุดรธานี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวดีลลับระหว่างนายทักษิณ กับเงื่อนไขการนิรโทษกรรมเพื่อแลกกับการยกมือโหวตไว้วางใจให้รัฐบาลว่า "ไม่มีดีลครับ แล้วก็ไม่มีดีลลับ ไม่มีดีลในที่แจ้งอะไรทั้งสิ้น ข้อตกลงระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เราเป็นรัฐบาลร่วมกัน ทำงานร่วมกันเป็นรัฐบาลเต็มที่ ไม่มีความกังวลและไม่มีข้อเท็จจริงใดที่จะต้องทำข้อตกลงเพิ่มเติม เพราะขณะนี้เราก็ร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องดีลอะไรใดๆ ซึ่งรัฐบาลมีพรรคหลักอยู่ 2 พรรค ยืนยันว่าไม่มีความหวั่นไหว และผมกับนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันในประเด็นนี้ เราพูดคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น"
นายจุลพันธ์กล่าวว่า สำหรับกรณีนายทักษิณกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 นั้น มองว่าเป็นสิทธิตามกฎหมายของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองและการรัฐประหาร ส่วนจะเข้าข่าย พ.ร.บ.ดังกล่าวหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะวินิจฉัย รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในเรื่องนี้"ความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงแน่นแฟ้น และไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ มั่นใจว่าครม.สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น เพราะรับรู้ความเคลื่อนไหวร่วมกันมาตลอด และตามมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลก็แทบจะเดาทิศทางการลงมติได้อยู่แล้ว ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลชุดนี้เต็มเปี่ยม พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป" นายจุลพันธ์กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล รวมถึงกระแสการปรับเปลี่ยนในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ประเด็นแรกเป็นสิทธิ์ขาดของนายกฯ ในการตัดสินใจ และในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลก็คงไม่ไปก้าวก่าย ส่วนประเด็นที่ 2 การทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคนก็ต้องทบทวนตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ การขับเคลื่อนที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี เชื่อว่าไม่มีประเด็นใดที่จะกระทบ หรือสั่นไหวการทำงานของรัฐมนตรีที่ทำงานดีอยู่แล้ว ส่วนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการร่วมรัฐบาล เป็นสิทธิ์ขาดของนายกฯ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น แน่นอนว่าต้องมีการพูดคุยกัน ต้องมีสัญญาณจากนายกรัฐมนตรี แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย
ดึง กธ.ปชช.ยอมรับหรือไม่
นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกระแสข่าวนายทักษิณกดดัน คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุขให้รับคำร้องนิรโทษกรรมแลกเสียงโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ใช่ความจริง เป็นเฟกนิวส์เนื่องจากไม่มีคนพูด หรือมีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือยืนยันว่าเป็นความจริง เช่นจากคนในพรรคภูมิใจไทยพูด หรือคนใน คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุขออกมาพูด ตนพยายามคิดว่า ใครจะต้องไปต่อรอง ฟังแล้วไม่มีต้นทางของข่าวไม่น่าจะเป็นความจริง
เมื่อถามว่า มองว่าจะมีการแลกโหวตให้รัฐมนตรีพรรคภท.จริงหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึง และยังไม่รู้จะมีการอภิปรายตอนไหน เมื่อไหร่ ส่วนทิศทางโหวตตามหลักการต้องฟังการอภิปรายก่อน พูดล่วงหน้าไม่ได้ และนานเกินจะที่พูดก่อน พรรค พท.ไม่จำเป็นต้องต่อรอง ตอนนี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล คนอื่นต้องมาต่อรอง รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินด้วยดีอยู่ ยังไม่มีอะไร
เมื่อถามว่า หาก ภท.ดึง กธ.ร่วมรัฐบาลจะเป็นการคานอำนาจหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า การที่พรรคแกนนำรัฐบาลจะดึงใครเข้าร่วมรัฐบาล ต้องคิดถึงคุณภาพการบริหารงานไปกันได้หรือไม่ และประชาชนยอมรับหรือไม่ ต้องคิดเรื่องนี้ก่อนเกมการเมือง เกิดประชาชนไม่ยอมรับขึ้นมารัฐบาลจะต้นทุนต่ำลง พรรคร่วมรัฐบาลทำงานร่วมกันดีไม่มีปัญหาอะไร การจะปรับ ครม.แกนนำรัฐบาล ตอน พท.เป็นถ้าไม่จำเป็นจะไม่ไปแตะเรื่องปรับ ครม. ถ้าจะปรับจริงต้องดูคุณภาพการบริหารงาน และประชาชนต้องยอมรับ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวดีลลับระหว่างนายทักษิณ กับเงื่อนไขการนิรโทษกรรมเพื่อแลกกับการยกมือโหวตไว้วางใจว่า กฎหมายนิรโทษกรรมที่ผ่านสภาไปนั้นมีหลักเกณฑ์ชัดเจนว่า ตั้งใจที่จะนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ชุมนุมทางการเมืองเพื่อนำมาสู่ความสงบสุข ดังนั้นจึงยังมองไม่เห็นว่าเหตุใดกรณีของนายทักษิณนั้นจึงเข้าข่ายเกณฑ์นี้ แต่ทั้งหมดนี้ก็จะอยู่ที่การตัดสินของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข แต่ก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย จะวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ต้องมีคำตอบในเชิงของกฎหมาย ถ้าทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการก็จะมีปัญหาเอง
เมื่อถามว่า ตรงนี้เป็นเพียงกระแสที่คนคิดและพูดไปเอง หรือเป็นสัญญาณอะไรหรือไม่ที่ออกมาจากกระแสข่าวนี้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่ทราบหรอก แต่ก็เข้าใจว่า คนที่มีคดีติดอยู่ก็คงอยากใช้ช่องทางนี้ในการนิรโทษกรรม เพียงแต่ว่าตอนที่กฎหมายผ่านสภาไปนั้น เรามองว่าน่าจะเป็นเรื่องการนิรโทษกรรมให้กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองเป็นหลัก
เมื่อถามว่า เนื่องจากเรื่องนี้มีการเชื่อมโยงแลกโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีผลต่อความหนักเบาในการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านหรือ ปชป.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวหรอก เพราะตามข่าวเป็นเรื่องการต่อรองระหว่าง พท.กับ ภท. ไม่เกี่ยวอะไรกับทางพรรคฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตามอะไรที่ไม่ถูกต้องเราก็ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว
กินรวบกินเรียบแก้รายวัน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญว่า พรรคฝ่ายค้านเราพร้อมแล้วทั้งเรื่องของเนื้อหา ข้อมูลหลักฐาน รวมถึงการจัดสรรเวลาให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่เราได้รับมา เพียงแค่วันอภิปรายเป็นช่วงต้นเดือน ธ.ค. ซึ่งเราคงมีการดำเนินการ 2 อย่างคือ 1.ในส่วนของหัวข้อที่อยู่ในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว เราคงมีการติดตามท่าทีของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดว่ามีการกระทำใดๆ ที่ไปซ้ำเติมปัญหาหรือมีการกระทำใดๆ ที่เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อพยายามจะปกปิดพยานหลักฐานหรือไม่ ก็คงต้องมารวมอยู่ในเนื้อหาของการอภิปรายด้วย
2.หากในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้ามีหัวข้อหรือเหตุการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ที่เราเห็นว่าเข้าข่ายการใช้อำนาจโดยมิชอบ การทุจริตคอร์รัปชัน หรือการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก็อาจเป็นหัวข้อหรือเหตุการณ์ใหม่ที่เราเติมเข้ามาในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยเช่นกัน
เมื่อถามว่า ปชน.ได้มีการเตรียมขุนพลที่จะอภิปรายไว้ประมาณกี่คน นายพริษฐ์กล่าวว่า เรื่องจำนวนคนขอให้ใกล้ถึงเวลาแล้วค่อยให้ข้อมูลน่าจะดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าจากวันนี้ถึงวันที่อภิปรายจะมีหัวข้อหรือเหตุการณ์อะไรที่เข้ามาเพิ่มเติมหรือไม่ แต่คิดว่าโดยรวมชี้ให้เห็นว่า หลายปัญหาที่ประชาชนประสบพบเจอที่ผ่านมา ทั้งปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง น้ำท่วม การทุจริตคอร์รัปชัน หรือระบบอุปถัมภ์ที่เราเห็นกันหลายในแวดวง รัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา และในหลายกรณีรัฐบาลหรือคนในรัฐบาลกลับเป็นต้นตอของปัญหาด้วย
"หากจะสรุปให้เห็นภาพ ตนจะใช้ว่าข้อกล่าวหาที่เรากล่าวหารัฐบาลคือ 'การกินรวบ โกยเรียบ แก้ปัญหาแค่รายวัน' คำว่ากินรวบคือการที่พยายามเข้ามาโกงการเลือก สว. หรือใช้อำนาจโดยมิชอบที่พยายามจะทำลายกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล และทำให้ระบบการเมืองไทยตกอยู่ในสภาวะที่ฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด คือการกินรวบหรือควบคุมสถาบันทางการเมืองต่างๆ
นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับการโกยเรียบ หมายถึงทั้งสารพัดการโกง เช่น การโกงงบประมาณแผ่นดินผ่านโครงการบางโครงการ ที่อาจจะมีข้อครหาเรื่องความโปร่งใส การโกงโอกาสประชาชน เช่นการโกงสอบท้องถิ่น เป็นต้น ส่วนการแก้ปัญหารายวัน เราจะชี้ให้เห็นว่าหลายปัญหาที่ประชาชนพบเจอ ทั้งเรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจปากท้อง ที่สืบเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานหรือวิกฤตน้ำท่วม ที่เราเห็นแล้วว่ารัฐบาลล้มเหลวในการวางแผนและคาดการณ์ปัญหาล่วงหน้า จนตกอยู่ในสภาวะที่ต้องมาแก้ปัญหารายวัน ส่วนเนื้อหาการอภิปรายของแต่ละบุคคลต้องขอสงวนไว้จนถึงวันอภิปราย เพราะหากข้อสอบรั่วก่อนก็มีความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจไปปกปิดพยานหลักฐาน หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ กธ.เรื่องแบ่งเวลาการอภิปรายหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า มีการหารือเบื้องต้น ซึ่งคิดว่าเรามีความเข้าใจตรงกัน 2 เรื่องคือ 1.ญัตตินี้เป็นญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นเนื้อหาของสมาชิกที่จะลุกขึ้นมาอภิปราย จะต้องเป็นไปในท่วงทำนองของการอภิปรายเสนอเหตุผล ว่าทำไมจึงไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดที่อยู่ใน 18 รายชื่อที่มีการยื่นอภิปรายไป และ 2.แม้ กธ.อาจจะมองว่ามีสิทธิ์ในฐานะสมาชิก แต่ กธ.ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสนอญัตติ ฉะนั้นการแบ่งเวลาก็ต้องสะท้อนถึงน้ำหนักที่แตกต่างกัน
ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ควบคู่กับ ม.151 มีการตกผลึกกันแล้วหรือยัง ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า ต้องย้ำว่าสมาธิหลักของเราก็จะมุ่งเป้าไปที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน ธ.ค. แต่เมื่อไปอยู่ในช่วงต้น ธ.ค. ฝ่ายค้านก็ต้องมาขบคิดต่อว่าเราจะใช้เวลาของสภาฯ ในช่วงเดือน พ.ย.อย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งคิดว่าเป้าหมายของฝ่ายค้านเรามีตรงกันคือ จะใช้เวลาในสภาฯ ในช่วง พ.ย.อย่างไร เพื่อมุ่งเป้าในการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนพบเจออยู่ รวมถึงการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล
จวก 'เท้ง' เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
นายพริษฐ์กล่าวว่า การเสนอญัตติตามมาตรา 152 ก็เป็นเพียงกลไกหนึ่งที่ถูกเสนอโดยสมาชิกบางส่วนจากชื่อฝ่ายค้าน แต่ความจริงยังมีอีกหลายกลไกที่สามารถใช้เพื่อเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาประชาชนและตรวจสอบรัฐบาลได้ เช่นกลไกที่ 1 ซึ่งผู้นำฝ่ายค้านได้มีการเสนอญัตติเข้าไปเพื่อหารือแนวทางเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณในปี 2571 เพื่อใช้ที่ประชุมสภาฯ ในการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน เพื่อจะเป็นการจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนปัญหาที่ประชาชนกำลังพบเจอในด้านต่างๆ กลไกที่ 2 คือการผลักดันกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ในสภาฯ ที่เราเห็นว่าน่าจะสามารถดึงมาพิจารณาในช่วงเดือน พ.ย.ได้ ส่วนกลไกสุดท้ายคือการใช้เดือน พ.ย.ในการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณากฎหมายที่ต้องพิจารณาร่วมกันระหว่าง สส.และ สว. ไม่ว่าจะเป็นร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่มี สส.ของ ปชน.ได้เสนอเข้าไป
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรค ภท.กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน.ตอบโต้โฆษกรัฐบาลเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. จากกรณีแชร์สลิปการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องสินบน ว่า ไม่คาดคิดว่าหัวหน้าพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมาก จะออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะปกป้องลูกพรรค แทนที่จะทำหน้าที่ตักเตือนและอบรมให้สมาชิกพรรคเคารพกฎหมาย และรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“อยากถามคุณเท้งว่า ถ้าวันหนึ่งมีคนเอาข้อมูลเท็จมากล่าวหาคุณเท้งเองว่าไปรับสินบน แล้วมีคนแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวาง คุณเท้งจะยังมองว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตหรือไม่ เพราะการวิพากษ์วิจารณ์กับการนำข้อมูลเท็จมาโจมตีเป็นคนละเรื่องกัน เสรีภาพในการวิจารณ์ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครก็ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเพื่อทำลายชื่อเสียงของคนอื่น” นายอัครเดช กล่าว
นายอัครเดชกล่าวต่อว่า การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง มีเหตุผล และคำนึงถึงความถูกต้อง ไม่ใช่วิจารณ์โดยปราศจากสติหรือขาดเหตุผล มุ่งแต่จะโจมตีนายกฯ โดยไม่สนใจว่าข้อมูลนั้นเป็นจริงหรือเท็จ ที่คุณเท้งออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้มองว่าเป็นการเห็นกงจักรเป็นดอกบัว แทนที่จะชี้ให้เห็นว่าอะไรถูกอะไรผิด กลับกลายเป็นการปกป้องการกระทำของลูกพรรคเสียเอง ไม่ว่าคนที่ถูกกระทำจะเป็นบุคคลสาธารณะ นักการเมืองหรือประชาชนธรรมดา ก็ไม่มีใครควรต้องตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม หากปล่อยให้ทำกันได้ ต่อไปใครก็อาจถูกใส่ร้ายได้โดยไม่มีใครรับผิดชอบ และท้ายที่สุดจะทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่นและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้ยาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดับฝัน"ทักษิณ" วืด"นิรโทษ"-ปัดตก ล้างมลทิน
มีกระแสข่าวความคืบหน้ากรณี ทักษิณ ชินวัตร ใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข
ฟุ้งเยือน‘ภูฏาน’ ตอกยํ้าสัมพันธ์ ชูการค้า-ลงทุน
นายกฯ โพสต์รูปรุ้งกินน้ำที่ภูฏาน ก่อนเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการสถูป 108 องค์
ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่29สร้างโอกาสหลังพ้นโทษ
พระราชินีทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 ในโอกาสครบ 20 ปี
มหกรรมพืชสวนโลก69 ชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต
“ยศชนัน” นั่งรถไฟเปิดงาน "มหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569"
โวครม.สัญจรอุดรฯ โพลเผยดัชนีรบ.ดิ่ง
นายกฯ นำ ครม.ลงพื้นที่อุดรธานี-หนองคาย 2-3 พ.ย.นี้ โวเดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติด-พัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาค
‘จุลพันธ์’ โต้ไร้ดีลลับ ‘ทักษิณ’ แลกโหวตซักฟอก
"จุลพันธ์" โต้ไร้ดีลลับ "ทักษิณ" แลกโหวตซักฟอก ลั่น เสถียรภาพพรรคร่วมแน่น ยังไม่มีสัญญาณจากนายกฯ ปรับเปลี่ยนพรรคร่วม มอง รมต.คุมกระทรวงเกษตร ทำงานดี ไม่หวั่นไหวปมกระแส “กล้าธรรม” ร่วมรบ.

