
เปิดมอตโตใหม่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ มอตโตจากความคิดของ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่คิดขึ้นมาด้วยตัวเอง และเปิดเผยเป็นครั้งแรกระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการที่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ซึ่งเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ความหมายของสโลแกน ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ว่า ทำแล้ว คือสิ่งที่รัฐบาลได้ทำในด้านต่างๆ ให้ประชาชน เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ถนน รถไฟ เป็นต้น ทำอยู่ คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำและยังไม่เสร็จ และ ทำต่อ คือทำต่อให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนเข้าถึง ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียม โดยสโลแกนนี้จะใช้เป็นสโลแกนภาพใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติในการหาเสียงเลือกตั้ง
หลังจากก่อนหน้านี้ทางพรรค รทสช.ได้มีการชูสโลแกนในเวทีปราศรัยหาเสียงรายภาค ในการเปิดประตูสู่ภาคต่างๆ โดยเวทีแรกที่จังหวัดชุมพรในงาน ลุงตู่เปิดประตู่สู่ภาคใต้@ชุมพร และเวทีที่ 2 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ในงานเปิดประตูสู่อีสาน ลุงตู่ลูกอีสาน หลานย่าโม ด้วย พล.อ.ประยุทธ์เกิดที่โคราช
และในเวทีนี้จะมีการเปิดสโลแกน “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” ของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างเป็นทางการ โดยจะเป็นการนำเสนอผลงานที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้สร้างไว้ 8 ปี เช่น ผลงานเด่นถูกใจประชาชน อย่างการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นอกจากนี้จะมีการเปิดนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติบนเวทีนี้ ที่มีถึง 80 ข้อ ครอบคลุมทุกภาคส่วนทั่วประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้เปิดนโยบายที่สำคัญๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน การลดความเหลื่อมล้ำ เป็นต้น
พร้อมกันนี้จะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ในพื้นที่จังหวัดอีสาน 132 เขต โดยจะมีอดีตแกนนำเสื้อแดงลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย ทั้งนี้ ก่อนเริ่มเวทีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงท้าวสุรนารี (ย่าโม) ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยในเวลา 18.30 น.
และตอกย้ำมอตโตนี้ว่า เป็นแคมเปญยิ่งใหญ่ของพรรค โดย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ระบุว่า “ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ” จะเป็นแคมเปญในเวทีปราศรัยที่นครราชสีมา ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะได้พูดคุยกับพี่น้องชาวโคราชและสื่อสารไปถึงประชาชนทั่วประเทศ เพื่อบอกกล่าวผลงานที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำสำเร็จมาแล้วและกำลังทำอยู่ รวมถึงสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติจะทำต่อไปในอนาคตด้วย
และมีรายงานว่า หลังจากเปิดมอตโตในเวทีปราศรัยใหญ่ที่นครราชสีมาแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ในเวลา 16.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ เพื่อสวมเสื้อให้อดีต ส.ส.ที่ลาออกจากพรรคเดิม แล้วย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเป็นทางการ รวมถึงผู้สมัครคนอื่นๆ
ทั้งนี้ ในส่วน ส.ส.จะมีที่ยังไม่ได้ลาออกจากพรรคเดิม แบ่งเป็น 2 ล็อตใหญ่คือ จะยื่นใบลาออกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ และระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ ซึ่งคนที่ลาออกในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ จะมาเปิดตัวและสวมเสื้อพรรคในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ทันที ส่วนคนที่ลาออกระหว่างวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ จะมาเปิดตัวและสวมเสื้อพรรคในวันที่ 1 มีนาคม เบื้องต้นจะมีอดีต ส.ส.ที่ลาออกก่อนจะมาร่วมงานเปิดตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์
อาทิ กลุ่มสามมิตร 1.นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐภาคใต้ ประกอบด้วย 1.นายสายัณต์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช 2.นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา 3.นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา 4.ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา 5.นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส 6.นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา
กลุ่ม ส.ส.ภาคกลาง ของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ประกอบด้วย 1.นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี 2.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี 3.นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง 4.นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 5.น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี 6.น.ส.ไพรินทร์ เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ 7.นายสมบัติ อำนาคะ ส.ส.สระบุรี 8.นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี 9.นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ส.ส.กทม. 10.น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม.
กลุ่มนายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ แกนนำภาคเหนือของพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกอบด้วย 1.นายมานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก 2.นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร และ 3.นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เป็นต้น
เบื้องต้นกลุ่ม ส.ส.ทั้งหมดนี้จะได้สวมเสื้อ รวมไทยสร้างชาติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้สวมให้เพื่อถ่ายรูปนำไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ประจวบเหมาะควบคู่กับการใช้มอตโต ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ที่เพิ่งปล่อยออกมาเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งในสนามที่จะถึงนี้อีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โจทย์หินนายกฯคนที่33รัฐบาลปีม้าไฟ
ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ.นี้ ก็จะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย รวมทั้งได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
'พีระพันธุ์' ลั่นอย่าเลือกพรรคที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อต้องการเอาชนะพรรคที่เกลียด
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา
'พีระพันธุ์' ฟาด กกต. เรียกสอบซื้อเสียง 2 พัน กลับเมินเงินปริศนา 450 ล้าน
'พีระพันธุ์' ฟาด กกต. สองมาตรฐาน เรียกสอบซื้อเสียง 2 พันบาท แต่เมินเงินสดปริศนา 450 ล้าน ชี้เข้าข่าย 'ผิดปกติ' เสี่ยงละเว้นปฏิบัติหน้าที่
กระแสมาร์ค แรง-ปชป.พุ่ง กับบทบาทพรรคตัวแปร
เป็นกระแสที่มาแรงจริงๆ สำหรับการกลับมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ไปหาเสียงที่ภาคใต้ และในกรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสตอบรับสูง
ตำรวจงัดแผน'พิทักษ์เลือกตั้ง66' วางมาตรการคุมเข้มทุกพื้นที่ไร้เหตุ
เข้าสู่ทางตรงช่วงสุดท้าย นับเวลาถอยหลัง “เลือกตั้ง 69” แต่ละพรรคการเมืองงัดกลเม็ดอัดแคมเปญหาเสียงเรียกคะแนนก่อนเข้าคูหาวันที่ 8 ก.พ.นี้ โพลชี้พรรคการเมืองที่จะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลหนีไม่พ้น 3 พรรคการเมืองนี้คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย สู้กันสูสี หายใจรดต้นคอ
มรสุม 'เลือกตั้งล่วงหน้า' สะเทือนวิกฤตศรัทธากกต.
เสียงปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ.2569 ไม่ใช่เพียงจุดสิ้นสุดของการลงคะแนน แต่มันคือจุดเริ่มต้นของมรสุมลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้าใส่ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อันเป็นที่ตั้งของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

