สถานการณ์ของ ไฟใต้ ในห้วงเวลานี้ มีสิ่งที่ต้อง ติดตาม อยู่ 2 ประเด็นด้วยกัน หนึ่งคือเรื่อง การก่อการร้าย ของ กองกำลังติดอาวุธ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น ที่หลังจากการ เลือกตั้ง มีการ ก่อเหตุ ที่เพิ่ม ความถี่ ผิดปกติ
ซึ่งนอกจากเป็นการ ก่อการร้าย ตาม วงรอบ เพื่อการ หล่อเลี้ยงความรุนแรง ให้เป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ ทางด้าน ทหาร ของ บีอาร์เอ็น แล้ว ยังมี นัย ทาง การเมือง ที่ แอบแฝง อยู่ ซึ่งเป็นการ ส่งสัญญาณ ถึง รัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเข้ามา บริหารประเทศ ในเรื่องนโยบายของ ไฟใต้ และการ เจรจาสันติภาพ ระหว่าง รัฐบาลชุดใหม่ กับ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มี บีอาร์เอ็น เป็น แกนนำ และไม่ประสงค์ที่จะให้มีการนำ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน กลุ่มอื่นๆ เข้ามาสู่ โต๊ะการเจรจาสันติภาพ
ที่สำคัญ การก่อเหตุของ กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น หลังการ เลือกตั้ง ที่เกิดขึ้น ถี่ๆ เป็นต้นมา ตั้งแต่การ วางระเบิดพระสงฆ์ จนถึงการ เข่นฆ่า ชาว ไทยพุทธ ที่มีอาชีพในการ หาของป่า ล่าสัตว์ และการ วางระเบิด เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งที่ อ.กระพ้อ จ.ปัตตานี และที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุ ไม่มีการ ปฏิบัติการเชิงรุก จาก กองกำลังทหาร ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แต่อย่างใด
ผิดกับที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุ จะมีการส่ง กองกำลัง ออก ปฏิบัติการ ใน เชิงรุก คือการ ไล่ล่า, ปิดล้อม, ตรวจค้น พื้นที่ เป้าหมาย ที่เป็นแหล่ง หลบซ่อน ของ แนวร่วม ในหมู่บ้าน และ กองกำลังติดอาวุธ ใน เชิงเขา ที่เป็น ที่มั่น หลังหมู่บ้านใน เทือกเขาต่างๆ ในพื้นที่ แต่ขณะนี้กำลังของ ทหาร ในแต่ละพื้นที่เกิดเหตุ ไม่มีการ ตรวจค้น และไม่มีการ จับกุม ผู้ที่ ก่อเหตุ แต่อย่างใด
การ นิ่งเฉย ที่เป็นเหมือนการปล่อยให้ กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น กระทำต่อ ประชาชน ต่อ เจ้าหน้าที่รัฐ เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ทราบ เจตนา ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นการทำลาย ขวัญ-กำลังใจ และความ เชื่อมั่น ของ ประชาชน โดยเฉพาะ ชาวไทยพุทธ และ ข้าราชการ ในพื้นที่ เพราะเหมือนกับว่า กำลังเจ้าหน้าที่ ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่มี น้ำยา ในการ ต่อกร กับ กองกำลังติดอาวุธ ของ ขบวนการบีอาร์เอ็น ทั้งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ป่าวประกาศมาโดยตลอดว่า กองกำลังติดอาวุธ ของ ขบวนการบีอาร์เอ็น มีเพียง หยิบมือเดียว เท่านั้น
ประเด็นที่ 2 คือการดำเนินการกับ ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ และ ภาคประชาสังคม รวมทั้ง กลุ่มคน ที่ร่วมกันจัด เสวนา ในประเด็นหัวข้อ การกำหนดอนาคตตนเองกับขบวนการสันติภาพปาตานี และการจัดให้มีการ จำลองการทำ ประชามติ เพื่อแบ่งแยกดินแดน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ที่ห้องประชุมศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้มอบหมายให้ ตัวแทน สำนักงานฝ่ายกฎหมาย ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความ ร้องทุกข์ กล่าวโทษ กับ สมาชิกขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ และผู้นำ ภาคประชาสังคม จำนวน 5 คน ซึ่งในการ สืบสวนสอบสวน พบว่ามีความผิดที่ค่อนข้างจะ ชัดเจน ในข้อหาการกระทำที่มี เจตนา ในการ แบ่งแยกดินแดน
และหลังจากมีการ ร้องทุกข์ กล่าวโทษ บุคคลดังกล่าวต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปัตตานีแล้ว คงต้องติดตาม ปฏิกิริยา ของ องค์กรนักศึกษา ซึ่งนอกจาก องค์กรขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ แล้ว ยังมี องค์กร อื่นๆ และยังมี ภาคประชาสังคม มี เอ็นจีโอ มีกลุ่ม สิทธิมนุษยชน ที่ต้องออกมา เคลื่อนไหว แสดงความ ไม่เห็นด้วย กับการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้ กฎหมาย ในการดำเนินการกับ ขบวนการผู้ที่ทำผิดในครั้งนี้ ซึ่งล่าสุด เครือข่ายนักวิชาการและสิทธิพลเมือง (คน ส.) ก็ออกแถลงการณ์เชิญชวนประชาชนลงชื่อเรียกร้องให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยกเลิกการใช้ กฎหมาย ในการ จัดการ กับปัญหาที่เกิดขึ้น
ซึ่งหลังจากนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ควรจะมีการ ดำเนินการ ใน 2 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรก งาน การข่าว ต้องติดตามความ เคลื่อนไหว ของ กองกำลังติดอาวุธ ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ว่าจะมีการออกมา ก่อเหตุร้าย ต่อกลุ่ม เป้าหมาย ในพื้นที่ เพื่อการ ตอบโต้ ที่แสดงออกว่า ไม่เห็นด้วย กับการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้ กฎหมาย ในการ จัดการ ต่อ ผู้ที่ทำความผิด อย่าง เด็ดขาด
ถ้ามี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะจัดการ คุ้มครอง ผู้ที่ตกเป็น เป้าหมาย ของ กองกำลังติดอาวุธ อย่างไร เพื่อมิให้มีความ สูญเสีย เกิดขึ้นกับ ประชาชนผู้ที่ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับความ ขัดแย้ง ที่เกิดขึ้น การที่ ขอร้อง มิให้ ผู้หาของป่า หรือ พรานป่า ออก หาของป่าและล่าสัตว์ ไม่ใช่ ทางออกที่ถูกต้อง เพราะ คนไทยพุทธ ที่ไม่มีอาชีพในการ หาของป่าและล่าสัตว์ ยังมีอีกหลาย สาขาอาชีพ ซึ่งล้วนเป็น กลุ่มเปราะบาง ที่ สุ่มเสี่ยง ต่อการ เป็นเหยื่อ สถานการณ์ทั้งสิ้น
ประเด็นที่สอง เรื่องการ ทำความเข้าใจ กับเรื่องของ กลุ่มขบวนการนักศึกษา และ ภาคประชาสังคม ในกรณีเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 ที่ ปีกทางการเมือง ของ บีอาร์เอ็น นำเอาไป ไอโอ เพื่อสร้างความ เข้าใจผิด และ ปลุกระดม มวลชนในพื้นที่อยู่ในขณะนี้ ซึ่ง มวลชน ผู้ที่ รับสาร จาก ปีกทางการเมือง ของ บีอาร์เอ็น ต่างเชื่อว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รังแก นักศึกษา และใช้ กฎหมาย ในการดำเนินการ เป็นเรื่องของความ อยุติธรรม วันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ดำเนินการเรื่องการ สร้างความเข้าใจต่อประชาชนในพื้นที่ ไปถึงไหนแล้ว หรือขบวนการ สร้างความเข้าใจ กับ ประชาชน ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จบลงด้วยการ ร้องทุกข์ กล่าวโทษ ผู้ที่เห็นว่าทำ ผิดกฎหมาย เท่านั้น
การที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้ขบวนการทาง กฎหมาย ในการนำผู้ที่ทำความผิดเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และ พึงกระทำ ดีกว่าการใช้ กฎหมายเถื่อน ในการ อุ้มฆ่า ผู้ที่ เห็นต่าง แต่ถ้าการใช้ กฎหมาย โดยที่ขาดการทำความเข้าใจกับ มวลชน ในพื้นที่ โดยปล่อยให้ มวลชน เข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามที่ ปีกทางการเมือง ของ บีอาร์เอ็น ได้นำไปทำ ไอโอ อยู่ในขณะนี้ จะเป็น ผลเสีย และ ผลร้าย ต่อการที่จะแก้ปัญหา สถานการณ์ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างยิ่ง
ข้อสังเกตที่ มวลชน ในพื้นที่ยังเลือกที่จะอยู่กับ ฝ่ายบีอาร์เอ็น และที่ฝ่าย บีอาร์เอ็น สามารถเดินงาน การเมือง โดยการสร้าง มวลชนปฏิวัติ และ เยาวชนปฏิวัติ ได้สำเร็จ ล้วนมาจากความ ล้มเหลว ในการ ทำความเข้าใจ หรือการ สื่อสารกับสังคม ที่ ล้มเหลว ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นสำคัญ
และในกรณีนี้ก็เช่นกัน หาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ใช้ กฎหมาย อย่างเดียว โดยไม่ให้ความสนใจในเรื่อง การทำความเข้าใจ กับ ประชาชนชาวมุสลิม ในพื้นที่ การใช้ กฎหมาย เพื่อ จัดการ กับ ขบวนการนักศึกษาแห่งชาติ และ กลุ่มคนผู้เห็นต่าง ก็เหมือนกับเป็นการ เดินเข้าทาง ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น เป็นการ เร่งเวลา ให้ บีอาร์เอ็น ทำการ ปฏิวัติมวลชน และการ ปฏิวัติเยาวชน ไปสู่ความสำเร็จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
วันนี้ไม่ต้องเชื่อสิ่งที่ ผู้เขียน บอก เพราะ อนาคต จะเป็นตัว พิสูจน์ ว่า สิ่งที่ ผู้เขียน กล่าวถึงในวันนี้ จริงหรือเท็จ เช่นเดียวกับเรื่องไม่มี บีอาร์เอ็น เรื่องไม่มี องค์กรต่างชาติ เข้ามา แทรกแซง ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่เคยยอมรับว่า มีอยู่จริง สุดท้ายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็หนี ความจริง ไม่พ้น.
เมือง ไม้ขม รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รทสช.'อยู่ยากใน‘รัฐบาลหนู2’ เจอพิษน้ำมัน ซัดกันเองฉ่ำ!
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล “อนุทิน 2” หลังจาก รทสช.พ่ายในสนามเลือกตั้ง ได้ สส.เพียง 2 คน โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้สละที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อให้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ทำหน้าที่แทน ควบคู่กับ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพีระพันธุ์ขอลุยทำหน้าที่ขับคลื่อนพรรคเพียงหมวกเดียว
อาฟเตอร์ช็อกน้ำมันแพง จับตามาตรการช่วยเหลือ วัดกึ๋น รบ.
คำขอโทษประชาชนของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี ในงาน Meet The Press ภายใต้หัวข้อ ‘1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม’
'วิกฤตน้ำมัน'ผลพวงลากยาว หยิกเล็บเจ็บเนื้อ'ครม.หนู2'
อารมณ์คนในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน ค่าครองชีพพุ่งสูง เดือดยิ่งกว่าอุณหภูมิช่วงหน้าร้อนหลายเท่าตัว แม้กระทั่งภาพจำในช่วงรัฐบาลรักชาติยึดคืนอธิปไตยกลับคืนมลายหายไปสิ้น แปรเปลี่ยนเป็นเสียงบ่น ก่นด่าแทน
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซัด"อนุทิน"-กะซวก"พิพัฒน์" แค่หนังตัวอย่าง ก่อนเจอของจริง
หลังคนไทยหลายภาคส่วนได้รับผลกระทบโดยตรงแล้วจากสงครามถล่มอิหร่าน โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
'ครม.หนู 2' เปลี่ยน 'ซือแป๋' สเปก-จังหวะ-ภารกิจ ลงล็อก 'ปกรณ์'
‘ดร.ปื๊ด’ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อใน ‘ครม.อนุทิน 2’ ส่วนคนมาแทนที่คือ ‘เลขาฯ เล็ก’ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งในนักกฎหมายเครือข่าย ‘เนติบริกร’ เครือเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงนายบวรศักดิ์เอง

