ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.2566 ที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงประเทศไทย และมีการส่งตัวจากเรือนจำเข้าไปพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ จนถึงปัจจุบันก็จะครบการรับโทษของที่ 180 วัน ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 เข้าเกณฑ์พักโทษ ร่วมกับ เป็นนักโทษที่มีอายุเกิน 70 ปี และมีอาการป่วย ซึ่งก่อนหน้านี้กรมราชทัณฑ์ยอมรับว่า กำลังพิจารณาพักโทษนักโทษ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี น.ช.ทักษิณ รวมอยู่ด้วย
สำหรับการพักโทษของ น.ช.ทักษิณ มีการคาดการณ์กันว่าจำเป็นต้องใช้เกณฑ์พักโทษทั่วไป ตาม “กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ.2562”
เนื่องจากก่อนหน้านี้ในวงในฝั่ง น.ช.ทักษิณต้องการใช้เกณฑ์ “ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566"
โดยให้ผู้ต้องขังสามารถคุมขังนอกเรือนจำ โดยเฉพาะที่บ้านได้ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกรมราชทัณฑ์คนไหนที่กล้านั่งบอร์ดคณะกรรมการ เพื่อเซ็นเห็นชอบพิจารณาผู้ต้องขังให้ได้รับเกณฑ์ดังกล่าว โดยเฉพาะ น.ช.ทักษิณ เพราะอาจมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ และส่อติดตารางจากเหตุทุจริตในหน้าที่
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า คาดว่าวันที่ 12 ก.พ.นี้ ราชทัณฑ์จะส่งรายงานรายชื่อผู้ต้องขังที่จะได้รับการพักโทษ โดยบุคคลที่สื่อตั้งตารอคือรายชื่อของทักษิณ
แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันที่ 12 ก.พ. ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีดังกล่าวต่อที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ได้พยายามตอบเลี่ยงๆ ว่า "เรื่องดังกล่าวไม่สามารถตอบได้มาก เพราะเป็นเรื่องสิทธิของผู้ต้องขัง โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเสนอไปยังรัฐมนตรี แต่โดยธรรมเนียมแล้วจะไม่บอกก่อน เพราะเป็นการละเมิดสิทธิ ซึ่งข่าวจะปรากฏก็ต่อเมื่อผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวแล้ว ยืนยันว่าไม่ว่าจะได้รับการพักโทษจะตรงกับวันเสาร์หรืออาทิตย์ก็ต้องปล่อยตัวตามสิทธิที่เขาได้รับ"
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์กันว่าชื่อของ น.ช.ทักษิณ จะอยู่ในล็อตแรกที่กรมราชทัณฑ์จะเสนอรายชื่อผู้ต้องขังที่ได้รับการพักโทษต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และจะได้รับการปล่อยตัวภายในเดือนนี้ ซึ่งเมื่อนับวันครบวันรับโทษ 180 วัน จะเป็นวันที่ 18 ก.พ.นี้ ก็จะได้กลับไปพักที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
เหมือนกับที่ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่า ได้เตรียมบ้านไว้พร้อมแล้ว แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการของกระทรวงยุติธรรม
ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องจับตากันต่อไปก็คือ กรณีของ น.ช.ทักษิณ จะกลายเป็นการสร้างกระแสความไม่พอใจให้กับสังคม จนถึงจุดระเบิดได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านถูกวิจารณ์ว่าได้ย่ำยีกระบวนการยุติธรรมจนป่นปี้ เนื่องจากไม่เคยถูกคุมขังแม้แต่วันเดียว แม้ว่าจะได้รับการอภัยโทษลดโทษจาก 8 ปี เหลือ 1 ปีแล้วก็ตาม และการอ้างว่าต้องมารักษาอาการป่วยขั้นวิกฤตนั้น ก็คงมีน้อยคนนักว่าเขาป่วยจริง มีแต่ถูกมองว่าเป็นการ “สมคบคิด” โดยใช้อำนาจรัฐ และการเป็นรัฐบาลในการปกป้องดูแลจนถูกเรียกขานว่า เป็น “นักโทษเทวดา”
อีกทั้ง กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และ ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เดินทางมายื่นหนังสือต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อคัดค้านการพักโทษของทักษิณ
โดยมองว่า "ทักษิณเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดคดีคอร์รัปชันที่ไม่ได้อยู่ในคุกแม้แต่เพียงคนเดียว แล้วจะพักโทษให้ทักษิณ ได้อย่างไร ในเมื่อไม่ได้รับโทษสักวัน ให้อภิสิทธิ์กับคนคนเดียวโดยไม่ได้เอากฎหมายเป็นตัวตั้ง แต่เอาทักษิณเป็นตัวตั้ง"
อีกประเด็นหนึ่งที่ยังคงต้องจับตามองคือ การอายัดตัวทักษิณจากคดี ม.112 หลังจากถูกกล่าวหาว่าทำผิดนอกราชอาณาจักร พาดพิงสถาบันฯ ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เมื่อปี 2558 โดยก่อนหน้านี้ นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ บอกความเห็นอัยการ ออกได้ 3 หน้า ได้แก่ 1.สอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หากเห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วน 2.สั่งฟ้อง หากข้อเท็จจริงเพียงพอแล้ว และ 3.ไม่สั่งฟ้อง หากพฤติกรรมไม่เข้าข่ายความผิด
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตามคำร้องหนังสือขอความเป็นธรรมที่ ทักษิณแย้งมาว่า มีข้อต่อสู้อะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในสำนวนได้ หากไม่มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้
นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ยังไม่มีคำสั่งพักโทษทักษิณ แต่พนักงานสอบสวนได้แจ้งอายัด และกรมราชทัณฑ์ได้ตอบรับการอายัดตัวเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2566 ซึ่งคดีนี้หากมีการพักโทษ ทางเรือนจำจะต้องแจ้งไปยังพนักงานสอบสอนให้มารับตัวทักษิณไว้มาดำเนินการควบคุม ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าจะปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน หรือนำตัวไปขอศาลฝากขัง ก่อนจะแจ้งผลการควบคุมตัวมาที่พนักงานอัยการว่าได้มีการควบคุมตัวทักษิณอย่างไร
การแถลงของโฆษกอัยการสูงสุดทำให้ทราบว่า น.ช.ทักษิณ กำลังถูกดำเนินคดี ในมาตรา 112 และต้องถูกอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อ แต่ทางกรมราชทัณฑ์ก็ยังไม่มีหนังสือแจ้งออกมาให้ทราบ รวมไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม-พ.ต.อ.ทวี ก็ยังโบ้ยให้เป็นเรื่องของกรมราชทัณฑ์ รวมไปถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่โบ้ยกันไปมา ไม่ยอมชี้แจง
ดังนั้นในนาทีนี้ก็ต้องจับตาว่าในที่สุดแล้ว น.ช.ทักษิณจะได้รับการพักโทษหรือไม่ รวมไปถึงจะถูกดำเนินคดีในคดีความผิดตามมาตรา 112 หรือไม่ นอกจากนี้ยังจะได้รับสิทธิ์การประกันตัวในคดีนี้หรือไม่
แต่ดูทรงแล้วอาจได้รับการประกันตัว เนื่องจากคดีนี้ น.ช.ทักษิณ ไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี และมีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง โดยเฉพาะในช่วงการพักโทษจะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ และห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
จึงต้องลุ้นกันว่าดาวราหูจะโคจรรอบตัวทักษิณอีกนานแค่ไหน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฮั้วสว.'ข้อเท็จจริง'ปะทะ'กระแส' จบที่ศาล หรือรอวันแตกหัก?
สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้เปรียบเสมือนฉากทัศน์ของ สงครามตัวแทน ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจที่มียุทธวิธีต่างกันสุดขั้ว ระหว่างฝ่าย 'สีส้ม' นำโดยพรรคประชาชนอย่าง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ์ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ไอลอว์ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” พ่วง สว.ประชาชน และผู้สมัคร สว.สำรอง ที่เดินเกมใช้ข้อมูลข่าวสาร สำนวนในคดี เปิดโปงความไม่โปร่งใสในคดีฮั้ว สว.รายวัน
“สำนวนฮั้ว สว.229”รั่วกลางทาง “กกต.”หนีตาย“ลอยตัว”ลดแรงเสียดทาน
นาทีนี้คงไม่มีประเด็นการเมืองไหนจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วอำนาจในสภาสูงได้เท่ากับมหากาพย์ "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา" อีกแล้ว จากการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการจัดตั้งและบล็อกโหวต วันนี้คดีที่หลายฝ่ายคิดว่าจะถูกเตะถ่วงจนเงียบหาย กลับมาพูดถึงขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และกำลังบีบให้องค์กรอิสระอย่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องตกอยู่ในสภาพ "หลังชนฝา"
"ใครรุก-ใครรับ"ในเกมไฟใต้ "การเมือง" กระตุก"กองทัพ"
ประเด็นข่าวการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไปถูกเยาวชนชายในช่วงเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกใน จ.นราธิวาส
‘นิรโทษกรรม’ ล้างอดีตความขัดแย้ง อาจวนลูปเดิมหากรบ.อนุทินล้มเหลว
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา
26ส.ค.ไต่สวนลับ บัตรเลือกตั้ง ปิดคดีกันยายน
คำร้องคดี บัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้วินิจฉัยว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจใช้สืบค้นย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อ 18 มี.ค. ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้วินิจฉัย
หลังเปิดสภา 25 ส.ค. การเมืองร้อนกลางสายฝน ล็อกเป้าซักฟอกถล่ม'อนุทิน'
แน่นอนว่าไคลแมกซ์การเมืองในช่วงการประชุมสภาสมัยล่าสุด ที่จะเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร 25 ส.ค.นี้เป็นต้นไป คือ

