ฝ่ายค้านกู้ศรัทธา? 'พิธา' บอกลาสภา

การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ระหว่างวันที่ 3-4 เม.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเวทีของฝ่ายค้านนำโดยพรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์ ซ้อมใหญ่ก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภาหน้าตามรัฐธรรมนูญ 151  

อีกทั้งยังเป็นเวลาแสดงจุดยืนทางการเมืองของสองพรรคว่าทำเพื่อใคร หรือสยบแทบเท้าระบอบทักษิณ หลังถูกตีตราก่อนหน้านี้ว่ามีบิ๊กดีลและบางพรรคซูเอี๋ย หวังเข้าร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่   

ขณะเดียวเป็นเวทีพิสูจน์สภาวะผู้นำของ "เศรษฐา ทวีสิน" นายกฯ และ รมว.การคลัง ที่ถูกครหาว่าเป็นหุ่นเชิด โดยมีนักโทษเทวดาเป็นผู้บงการ จะฝ่ากระแสเหล่านี้เรียกศรัทธาได้หรือไม่ 

ในเวทีสภา บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์เจอโจทย์ใหญ่ เพราะถูกกระแสข่าวดิสเครดิตตั้งแต่ก่อนอภิปรายตามมาตรา 152 ว่าพร้อมเป็นอะไหล่ และอยากร่วมรัฐบาลเพื่อไทย

โดยกระแสข่าวระบุว่า สส. 21 คน ในสาย "เสี่ยต่อ" เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป. มีความพยายามหลังจากก่อนหน้านี้มีคนในสายเดินทางไปฮ่องกงช่วงจัดตั้งรัฐบาล 

เมื่อถึงเวทีตามมาตรา 152 จริง ปรากฏว่าไม่มี สส.คนใดทำหน้าที่ได้โดดเด่นและสลัดข้อครหาเหล่านี้ได้    

หากเปรียบเทียบเท่ากับกลุ่ม สส. 4 คน ในสาย "ชวน หลีกภัย" ที่เปรียบเป็นขาประจำ และต่อสู้กับระบอบทักษิณมาอย่างยาวนาน และทำหน้าที่ได้สม "ยี่ห้อพรรค ปชป.” โดยเฉพาะหลายประเด็นที่ทะลวงไปที่นายใหญ่เพื่อไทย   

"นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ" พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเตือนรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เลือกปฏิบัติ การที่ทักษิณหายป่วยเป็นเรื่องดี จะได้ชื่นชมผลงานและรับกรรมที่ทำไว้

ขณะที่เรื่อง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ปี 2560 ไม่ว่าจะออกในสมัยใด ไม่ตำหนิ แต่ปัญหามันมีเพียงว่า แต่ละข้อได้มีการปฏิบัติตามนั้นหรือไม่

นี่คือประเด็น และรัฐบาลซึ่งเป็นตัวหลักที่จะทำให้นิติธรรมเกิดขึ้น แต่ก็ปล่อยปละละเลยไม่ให้กฎเกณฑ์กติกาความถูกต้อง ความเสมอภาค ความชอบธรรม หรือการไม่เลือกปฏิบัติเกิดขึ้น

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายถึงการสร้างนักโทษพันธุ์ใหม่ ชื่อนักโทษเทวดา การเอาเมืองไปตอบแทน คนหนึ่งได้อำนาจ อีกคนหนึ่งได้อภิสิทธิ์จากการได้อำนาจ 

"คนแรกที่ก้าวไม่พ้นคือนายกฯ วันแรกถึงขั้นลงทุนนั่งรถประจำตำแหน่งไปสโลว์ซบถึงบ้าน ปัญหาใหญ่สุดที่รัฐบาลต้องแก้ เพราะสร้างความเสื่อม เซาะกร่อนบ่อนทำลายรัฐบาลมากที่สุดคือ การสร้างความยุติธรรมสองมาตรฐาน เป็นผลงานชิ้นเดียวที่รัฐบาลทำได้เร็วที่สุด เป็นคำตอบว่ารัฐบาลนี้เพื่อใคร คือการสร้างนักโทษพันธุ์ใหม่ แม้แต่เทวดาต้องยอมให้ใช้ชื่อ คุกทิพย์ ปลอกคอทิพย์ เลี้ยงหลานทิพย์ สำนึกทิพย์ ได้คืบเอาศอก ได้ศอกจะเอาวา" อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว 

แต่เนื่องจากความไม่ชัดเจนของพรรค ปชป. จึงเป็นแผลฉกรรจ์ให้ "นายกฯ" หยิบจุดอ่อนมาดิสเครดิตตีกินเหมารวมทั้งพรรคว่า "เป็นฝ่ายค้านทำให้โลกงง" วันหนึ่งจะเป็นฝ่ายค้าน อีกวันมีข่าวขอเข้าร่วมรัฐบาล กลัวประชาชนงงมากกว่า" 

ร้อนไปถึง "ชัยชนะ เดชเดโช" สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สาย “เสี่ยต่อ" ต้องออกมาแก้เกี้ยวว่า สิ่งที่นายกฯ บอกว่าฝ่ายค้านอยากร่วมรัฐบาล ขอให้ระบุมาเลยว่าใคร พรรคไหน อย่างไร นายกฯ เป็นผู้นำประเทศต้องมีวุฒิภาวะ อย่าพูดลอยๆ   

ขณะที่พรรคก้าวไกลก็ถูกจับตาเช่นกันว่าจะจัดหนักจัดเต็ม "นายใหญ่" หรือไม่ ในมาตรฐานไม่ต่ำกว่าการตรวจสอบระบอบประยุทธ์ในรัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อลบข้อครหาดีลลับฮ่องกง หลังเถ้าแก่ของพรรคส้มพรรคแดงเคยเจรจาต่อรองในช่วงจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าคณะก้าวหน้า จะออกมายอมรับภายหลังว่า “พรรคเพื่อไทยคือมิตร” ของพรรคก้าวไกล    

ฉะนั้นการทำหน้าที่ของพรรคก้าวไกล จึงมองกันว่าไม่พยายามแตะนายใหญ่ แต่เน้นไปที่นายกฯ เศรษฐา และรัฐบาล ที่ทำงานมาในรอบ 7 เดือนไม่ตรงปก ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และสัจจะที่ให้ไว้ต่อประชาชน

เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ในระบบผูกขาดและเอื้อทุนใหญ่ โครงการดิจิทัลลอลเล็ตไม่ตามเป้า เลื่อนแล้วเลื่อนอีก และทำท่าจะเลื่อนต่อไป ตรวจสอบและปฏิรูปกระทรวงกลาโหมและทหาร ความขัดแย้งและเรื่องฉาวในวงการตำรวจ ปัญหาสังคมบ่อนการพนัน ยาเสพติด และซื้อเวลาแก้รัฐธรรมนูญ 60

ส่วนประเด็น “นักโทษเทวดา” โชคดีมีนายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มากู้หน้าพรรคไว้ โดยอภิปรายลงลึกถึงอาการป่วยของทักษิณอย่างละเอียดยิบ และตั้งคำถามถึงความผิดปกติในการรักษาอาการป่วยของคุณทักษิณ ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค และการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ มีข้อบกพร่องและเงื่อนงำ ไม่เป็นไปตามอาการป่วยที่แท้จริง 

"หากเราตั้งสมมติฐานว่าผู้ป่วยที่ปรากฏในตัวอย่างต่อไปนี้มีอาการป่วยจริง และแพทย์ที่ทำการรักษาก็ประกอบวิชาชีพตามมาตรฐาน และให้ความเห็นตามหลักวิชาการจริง แล้วทำไมโซ่ตรวนแห่งความเชื่อมั่นมันถึงเป็นสนิม และประชาชนบางส่วนไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม" สส.ก้าวไกลกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ต้องดูต่อว่า พรรคก้าวไกลจะหยิบยกนำประเด็นของนายแพทย์วาโยไปขยี้และขยายผลต่อถึงกระบวนการสมคบคิดที่ช่วยเหลือ “ทักษิณ” กับผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวในกระบวนการยุติธรรมกับรัฐบาล ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือยื่นต่อองค์กรอิสระ อาทิ ป.ป.ช. อย่างเช่นการตรวจสอบรัฐบาลชุดที่ผ่านมาหรือไม่ 

แต่คนสำคัญและเข้ามาเรียกคะแนนสงสารเพื่อไปต่อยอดให้พรรคส้มในอนาคต หลังจากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยปมยุบพรรคก้าวไกล ในคดีหาเสียงแก้ไขมาตรา 112 ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ และหากผิดจริง คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง  

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ " สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้พรรคก้าวไกล อภิปรายปิดท้ายว่า ตนเองไม่เคยเสียใจว่าการอภิปรายครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมือง ไม่ใช่ความลับ เพราะทุกคนทราบดีว่าชีวิตการเมืองของตนเองแขวนอยู่บนเส้นด้าย พร้อมที่จะเดินจากไปอย่างผู้ชนะ โดยไม่มีสิ่งติดค้างใจ มั่นใจว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพรรคของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรค หรือการทำลายพรรคก้าวไกล ไม่ได้ทำให้การเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยหายไป ยิ่งยุบพรรคยิ่งจะทำให้พวกเราไปถึงเส้นชัยได้เร็วมากขึ้นด้วยซ้ำ

"ยอมรับว่าไม่เสียใจ แต่รู้สึกเสียดายในคำชี้แจงของรัฐบาล เพราะรู้สึกเสียดายโอกาสของประเทศไทย เสียดายเวลาที่ต้องเสียไป เสียดายศรัทธาของประชาชน เสียดายที่ผมเองเคยให้คะแนนกับพรรคจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่ปี 2543 ตั้งแต่จำความได้ก็ไม่เคยโหวตพรรคอื่นเลย จนถึงวันนี้เห็นแต่ความสะเปะสะปะ ฟังแล้วไม่รู้ว่าวาระของรัฐบาลชุดนี้คืออะไร หาเสียงไว้ไม่ทำ ทำอยู่ก็ไม่ได้หาเสียง รู้สึกว่ารัฐบาลชุดนี้ไร้วาระ ไร้วิสัยทัศน์ และไร้ผลงาน" อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวไว้ในวันที่ 4  เม.ย.67

หากสิ่งที่คาดการณ์ของอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นความจริง ด้วยคะแนนสงสารจากคนชั้นกลาง ประกอบกับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับใช้เวทีสภาสร้างผลงาน ก็มีความเป็นไปได้ เมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจเกิดสึนามิใหญ่ทางการเมือง

ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้มีอำนาจ ที่เลือกใช้งานและปลุกให้ “ระบอบทักษิณให้ฟื้นคืนชีพ” หวังดับซ่าพรรคคนรุ่นใหม่ โดยยอมแลกกับทำลายกระบวนการยุติธรรม และเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันต่างๆ ของประเทศ อีกไม่นานคงทราบว่าคุ้มค่าหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง 'พิชิต' สละชีพเพื่อนาย หวังตัดตอน ล้มคดีช่วยนายกฯ

"พิชิต ชื่นบาน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี" เจ้าของฉายาการเมือง "ทนายถุงขนม 2 ล้านบาท" ตัดสินใจ “ฮาราคีรีตัวเองทางการเมือง” ด้วยการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค. หลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม.ในช่วงเช้า

'เศรษฐา' ขอบคุณ 'พิชิต' โชว์สปิริตลาออก ยันไม่มีตำแหน่งปลอบใจ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพิชิต ชื่นบาน ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

'สุทิน' ชี้กองทัพไม่ขัดข้อง หากฝ่ายการเมืองอยากแก้ พ.ร.บ.กลาโหม

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ แสดงจุดยืน ครบรอบ 10 ปีรัฐประหารว่า เป็นการแสดง จุดยืนของพรรคการเมือง เรื่องประชาธิปไตย ซึ่งเป็นปกติอยู่แล้ว

โฆษกก้าวไกล มอง 'สมชาย วงศ์สวัสดิ์' สมัครสว. หนีไม่พ้นครหาเอี่ยวพรรคการเมือง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงการรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า เป้าหมายเฉพาะหน้าที่อยากเห็นคือกระบวนการคัดเลือกเป็นไปด้วยความราบรื่น