การที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการประกันตัวในคดีความผิดตามประมวลกฎหมาย มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ มันพออนุมานถึงความปลอดภัยของรัฐบาลภายใต้การนำพรรคเพื่อไทยได้เหมือนกัน
เพราะความเป็นไปได้ของ ทักษิณ คือ ความเป็นไปของพรรคเพื่อไทย หาก ทักษิณ ยังมีถนนทางการเมืองให้เดิน และอิสรภาพในการเคลื่อนไหว การจะล้มรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน
ตรงกันข้าม หากเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ทักษิณ ไม่ได้รับการประกันตัว คดีของนายเศรษฐา ในชั้นศาลรัฐธรรมนูญก็อาจจะดูน่ากังวลมากกว่าที่เป็นอยู่
เพราะขนาด ทักษิณ ยังเอาตัวไม่รอด แล้วนายเศรษฐาที่มีนายใหญ่เป็นแบ็กอัปจะรอดได้อย่างไร
การที่ ทักษิณ ยังได้ไปต่อ ทั้งที่ก่อนหน้านี้แขวะใส่ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่วุ่นวาย และฟาดใส่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าข่มขู่อัยการจนนำมาสู่การสั่งฟ้องตัวเองในคดีนี้ อาจไม่ได้มาจากพละกำลังของตัวเอง แต่มาจากการคุ้มครองจากผู้ที่ดีลด้วยตอนตั้งรัฐบาล
ทักษิณ จะไม่กล้ากำแหงขนาดนี้ ถ้า ‘ดีล’ ถูกล้ม และไม่มีใครปกป้องคุ้มครอง
ต่อให้จะมีนิสัยไม่ยอมใคร เจ้าคิดเจ้าแค้น แต่กับเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของตัวเอง และคนในครอบครัว ย่อมไม่เอาอารมณ์มาแลกเพื่อทำให้คนเหล่านั้นเสี่ยง
แต่เพราะยังมั่นใจว่า แบ็กดีจึงเดินชน ในขณะเดียวกันก็รู้ว่า คนในที่มืดที่จ้องจะล้างกระดานการเมืองคือใคร และมีศักยภาพทำได้แค่ไหน
ถ้าดูจากอาการ ทักษิณ และการได้รับการประกันตัว มันสามารถประเมินได้ว่า คนในที่มืดยังไม่มีพละกำลังมากพอจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้
และหากถอดรหัสคำให้สัมภาษณ์ของ ทักษิณ ที่แขวะคนในป่า และคำให้สัมภาษณ์เรื่องที่นายทักษิณถูกสั่งฟ้องในคดีมาตรา 112 ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ที่เหน็บแนมว่า มีคนไม่กี่คนที่อยากได้อำนาจให้ใช้วิธีอื่นนั้น มันแสดงให้รู้ว่า คนในที่มืดคือใคร และไม่ได้เกรงกลัว
ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนโฟกัสไปที่ บิ๊กป้อม หัวหน้าใหญ่แห่งมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ว่าอยู่เบื้องหลังการตรวจสอบเรื่องต่างๆ ในรัฐบาล อันเนื่องมาจากคนที่เคลื่อนไหวร้องเรียนหลายคนต่างเป็นคนในองคาพยพเจ้าป่า
ในขณะที่ บิ๊กป้อม นิ่งเงียบอยู่ในที่ตั้ง ในขณะเดียวกันยังป้องปรามและกำชับลูกพรรคไม่ให้ตอบโต้ หรือชี้แจงอะไรต่อเรื่องนี้ แต่ให้อยู่นิ่งๆ เฉยๆ
ตอนนี้หลายคนกำลังจับตากันว่า เมื่อ ทักษิณ รู้ว่าใครคือคนในที่มืดที่เดินเกมเขย่า พรรคพลังประชารัฐ จะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกเขี่ยพ้นรัฐบาลหรือไม่
เพราะต่อให้ไม่มีพรรคพลังประชารัฐ ที่กุมอยู่ 40 เสียง แต่รัฐบาลยังมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร และยังมีอะไหล่ให้เสียบแทนมากมาย โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์
เก้าอี้ของ บิ๊กป๊อด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น้องชายของ บิ๊กป้อม ถูกจับตามากที่สุดว่าไม่มั่นคง อันมีผลมาจากเรื่องดังกล่าว
แต่ในข้อเท็จจริง ต่อให้ บิ๊กป้อม จะเป็นคนในที่มืด แต่การเขี่ยพรรคพลังประชารัฐออกก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน และอาจไม่จำเป็นต้องเขี่ยออกทั้งพรรค
เพราะวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แทบจะกุมสภาพ สส.ในพรรคพลังประชารัฐได้ค่อนพรรคอยู่แล้ว
อีกอย่าง สส.หลายคนในพรรคพลังประชารัฐไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่อง เพราะพอใจในสถานะ สส.ฝ่ายรัฐบาล ที่อิ่มหนำสำราญ มากกว่าจะไปกัดก้อนเกลือที่ฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ หากสืบไปลึกๆ มันมีคนในพรรคพลังประชารัฐเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พยายามยุยง แนะนำ ให้ลงมือทำในสิ่งที่ไม่ได้เปรียบ โดยใช้ความฝันสูงสุดของ บิ๊กป้อม เป็นสิ่งล่อใจ
ทักษิณ รู้ เช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัสที่รู้ แต่มองว่ายังไม่สามารถสร้างปัญหาระดับใหญ่ได้
นอกจากเหตุผลข้างต้นที่ยังไม่เขี่ยพรรคพลังประชารัฐออก ทั้งที่ ทักษิณ รู้ตัวคนป่วนแล้ว อาจเป็นเพราะยังไม่มั่นใจว่า คนในที่มืดไร้ฤทธิ์ไร้เดชแล้วจริงหรือไม่
หากแตกหัก แล้วอีกฝั่งเดินเกมแรงจะสามารถรับมือได้หรือไม่ และแบ็กที่มีจะเอาอยู่หรือไม่
ต้องไม่ลืมว่า คอนเนกชันของคนในป่ากว้างขวางหลายแวดวง แม้จะมี สส.ในมือไม่กี่สิบคน แต่ยังมีอาวุธหนักอย่างกลไกองค์กรอิสระที่สามารถปลิดชีพศัตรูทางการเมืองได้ ซึ่งลองถ้า ทักษิณ คอนโทรลกลไกเหล่านี้ได้ อาจจะตอบโต้แรงไปแล้ว แต่ขณะนี้ยังทำได้แค่แขวะ
พูดง่ายๆ คือ คนในป่ายังมีเขี้ยวเล็บที่ไม่สามารถแตกหักในทันทีได้
ในขณะเดียวกัน การที่คนในป่ายังเคลื่อนไหว อาจไม่ได้เพราะต้องการจะล้มหรือจะล้างกระดานการเมืองใหม่อย่างเดียว แต่ต้องทำเพื่อปกป้อง รักษาอำนาจต่อรองของตัวเองด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”ยังเปราะบาง เช็กการบ้านเตรียมความพร้อมชายแดน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 "สส.กังฟู" วสวรรธน์ พวงพรศรี
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
‘ทักษิณ’ ยิ้มแย้มใช้สิทธิเลือกตั้งในรอบ 20 ปี ชี้มาทำหน้าที่พลเมืองไม่ใช่นักการเมือง
ผุ้สื่อข่าว รายงานว่า ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 14 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด บริเวณเต็นท์เซเว่นอีเลฟเว่น สาขาจรัญสนิทวงศ์ 69 เป็นไปอย่างคึกคักและได้รับความสนใจจากกองทัพสื่อมวลชนเป็นพิเศษ
โกงข้อสอบท้องถิ่น-ปราบอิทธิพลภูเก็ต เขย่า 'อนุทิน' ท้าทายเจตจำนงทางการเมือง
ช็อก! วงการราชการไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
'ดีเอสไอ' มัดตราสัง 'ฟอเร็กซ์' ขุดหลักฐาน-เส้นเงิน เชือดเพิ่ม
กำลังอยู่ในการจับจ้องทั้งสื่อและกระสังคมอย่างต่อเนื่อง ในคดีหลอกลวงลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (ฟอเร็กซ์) ที่ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ได้ลงนามเซ็นรับอนุมัติคดีหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ครั้งนี้เข้าเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ทุจริตสอบขรก.ท้องถิ่น เสียหาย4.5พันล้าน เด้งอธิบดีสีน้ำเงินกลบฉาว
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ที่ร่วมกับตำรวจกองบังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.ช) สืบสวนจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เมื่อ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สอบไปเมื่อเดือน ก.พ.ปี 2568 โดยมีผู้เข้าร่วมสอบร่วมหนึ่งแสนคน และเบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ถูกจับกุมและจากพยานหลักฐานต่างๆ ที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการโกงการสอบที่บ้านหลังหนึ่งที่นนทบุรี พบว่ามีบุคคลที่เข้าสอบและใช้วิธีการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าวเพื่อโกงคะแนนการสอบร่วมสามพันคน โดย ป.ป.ช.ระบุว่า คดีนี้สร้างความเสียหายร่วม 4,500 ล้านบาท

