ภายหลัง “วุฒิสภา” ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) จำนวน 21 คน กำหนดทำงาน 30 วัน ทำให้สงสัยว่าจะทำงานครบตามเวลาที่ตั้งใจไว้หรือไม่
เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็ตั้งแท่นจะประกาศรับรองก่อน แล้วค่อยสอยทีหลัง เช่นเดียวกับ “ว่าที่สว.” ก็เร่งรัดอยากให้ กกต. รีบประกาศให้เร็วที่สุด
ส่วน สว.ชุดที่12 ชุดปัจจุบัน ก็ออกมาดาหน้าคัดค้านเต็มที่ โดยกล่าวอ้างว่าเมื่อเปิดกฎหมายศึกษาแล้ว ไม่มีกฎหมายข้อใดที่อนุญาตให้ “7 กกต.” รับรองก่อนแล้วสอยทีหลัง ประกอบกับจะต้องตรวจสอบทุกเคสร้องเรียนให้เรียบร้อย ทำการเลือกให้สุจริต โปร่งใสเสียก่อน แล้วจึงประกาศรับรองสว.ได้
บอกเลยว่า “กกต.” ตกที่นั่งลำบาก ไม่ว่าจะประกาศช้าหรือเร็ว โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง โดยเฉพาะหากประกาศในเวลานี้ ท่ามกลางความกังขาของสังคม ว่าการเลือกสว.ครั้งนี้ สุจริต น่าเชื่อถือจริงหรือไม่
ทั้งแชท ทั้งพยานบุคคล ทำให้เชื่อได้ว่ามีการฮั้วกันจริง โดยมีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง จุดนี้จะเป็นไฮไลท์ที่ คณะกมธ.ศึกษาเลือกสว. ที่มี “สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย” สว. เป็นประธานคณะกมธ.วิสามัญ จะหยิบขึ้นมาพิจารณา
รายชื่อคณะกมธ.ชุดนี้เรียกว่าเป็นตัวจี๊ดสว. อาทิ สมชาย แสวงการ รองประธานฯคนที่หนึ่ง กิตติ วะสีนนท์ รองประธานฯคนที่สอง น.ส.ปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม เลขานุการคณะกมธ. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม และนายอนุพร อรุณรัตน์ เป็นโฆษกฯ
อีกทั้งยังมีที่ปรึกษา 8 คน ประกอบด้วย พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายจัตุรงค์ เสริมสุข นายพลเดช ปิ่นประทีป นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์
ในสัดส่วนคนนอก เชิญกูรูอดีตยกร่างรัฐธรรมนูญมานั่งเป็นกมธ.เพียบ อาทิ นายสมคิด นายคมสันต์ โพธิ์คง นายเจษฎ์ โทณะวณิก นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เป็นต้น
ขอบเขตงานที่คณะกมธ.วิสามัญตั้งใจที่จะทำ “สมชาย” กล่าวไว้ระหว่างเสนอญัตติต่อที่ประชุมวุฒิสภา ว่า เหตุผลที่ขอให้ตั้งกมธ.วิสามัญฯ เพื่อถอดบทเรียนใน 3 ประเด็น 1.วัตถุประสงค์ของการเสนอญัตติ เนื่องจากพบปัญหาความไม่ชอบมาพากล อาทิ ผู้สมัครสว.ตาม20กลุ่มอาชีพที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ สมัครไม่ตรงกับกลุ่มอาชีพที่กำหนด เนื่องจากกกต.ไปออกประกาศขยายความต่อจากตำแหน่งที่ระบุตามกลุ่มอาชีพว่า ตำแหน่งหรืออาชีพอื่นที่ผู้สมัครยืนยันและมีผู้รับรอง จึงเป็นต้นเหตุของปัญหา ส่งผลให้ผู้สมัครที่มีอาชีพตรงกับกลุ่มอาชีพทั้ง20อาชีพจริงๆนั้นตกรอบ ถือเป็นสิ่งที่บิดเบี้ยว
นอกจากนี้ ยังมีการจัดเลี้ยงของสส.2รายจากพรรคการเมืองหนึ่ง ในช่วงการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสว. พบว่ามีผู้สมัครสว.ที่เป็นน้องสะใภ้ กับผู้สมัครสว.อื่นคนไปร่วมงานจัดเลี้ยง รวมถึงโพยก๊วนฮั้วเลือกสว. และยังมีอีกหลายกรณีที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ด้วย เป็นอำนาจหน้าที่ของกกต.ที่ต้องตรวจสอบ
2.ในประเด็นข้อกฎหมายต่างๆที่มีการร้องเรียน เช่น มีการลงคะแนนลับจริงหรือไม่ มีการบล็อคโหวตจริงหรือไม่ การออกระเบียบดังกล่าวมีผู้กระทำผิดบางประการที่อาจยังไม่ได้ตรวจสอบหรือไม่ โดยจะศึกษา และเป็นข้อเสนอในเชิงวิชาการเท่านั้น ไม่ไปก้าวล่วงการทำงานของกกต. เราทุกคนเก็บของนานแล้ว คืนกุญแจคืนวัสดุหมดแล้ว แต่ต้องทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสว.ชุดใหม่
3.กมธ.วิสามัญฯ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่จะเชิญมาร่วมจาก4คณะกมธ.ฯ นอกจากนี้ยังบุคคลสำคัญภายนอกที่เคยเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2540 2550 2560 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกสว. ทำให้เราจะมีข้อเสนอถอดบทเรียนไปยังคณะที่จะมีการแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ รวมถึงคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) และสว.ชุดใหม่ที่จะมารับหน้าที่ต่อ เพื่อที่ได้ไปศึกษาว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างการเลือกสว.ปี62 และปี67 ที่มีความแตกต่างกัน
ทั้งนี้ จากข้อมูลแน่นอนแล้วว่า คณะกมธ. จะเชิญพยานมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการฮั้วกันในการเลือกสว. หากคณะกมธ. ได้หลักฐานเด็ดมัดแน่น ก็บอกได้เลยว่ากกต.ลำบากแน่ และสว.ชุดที่13 ก็จะไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ววันนี้
กมธ.บางคนถึงกับมั่นใจได้ทำงานครบ 30 วันชัวร์ หรืออีกนัยยะหนึ่ง กมธ.คณะนี้เก็งไว้แล้วว่าเดือนก.ค.นี้ กกต.อาจลากยาว ไม่ได้ประกาศผล ก็ต้องรอลุ้นว่าจะทำงานได้กี่วัน
บางคนยังแอบบ่นให้ฟังว่าไม่เข้าใจเหตุใดจะต้องรีบประกาศรับรอง ทั้งที่คุณสมบัติ ประวัติ การเลือกสว. ยังเละเทะอยู่ ก็รู้ว่าสว.ชุดใกล้ปลดประจำการนี้เป็นอย่างไร แต่ชุดใหม่ชุดที่13นี้ ก็ยังไม่เรียบร้อยเช่นกัน
เอาเป็นว่าหากคณะกมธ.นี้มีเจตนาที่ดี ไม่ได้ใช้เวทีนี้หาโอกาส หรือสร้างราคาให้แก่ตัวเอง ก็เป็นความโชคดีของประเทศชาติและประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘บิ๊กป้อม’ลงหลังเสือ ปิดฉาก‘ป.สุดท้าย’ทางการเมือง
การถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือ การปิดฉากทางการเมืองของ ‘พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์’ แม้จะยังเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ก็ตาม
'อนุทิน' ขี่กระแสชาตินิยม รวมบ้านใหญ่สู่รัฐบาล 4 ปี
“ประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม แต่จำเป็นต้องปกป้องตัวเอง”, “รัฐบาลสนับสนุนการทำหน้าที่ของกองทัพอย่างเต็มที่”, “นี่เป็นเรื่องของสองประเทศ ไม่ใช่เรื่องของคนนอก” และ “การหยุดยิงจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อกัมพูชาแสดงความจริงใจ และต้องแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม”
ศึกชิง ‘เมืองกล้วยไข่’ ‘กล้าธรรม’ ปะทะ ‘รัตนากร’
1 ในพื้นที่เป้าหมายสำคัญของ ‘พรรคกล้าธรรม’ ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค คือ จ.กำแพงเพชร
เปิดขั้นตอนหย่อนบัตร8ก.พ.69 บัตร3ใบเลือกตั้งพ่วงประชามติ
ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูกาลการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างเป็นทางการ โดยในครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่จะมีการเลือกตั้ง สส. พร้อมกับการทำประชามติหนึ่งเรื่องในวันเดียวกัน โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
'ภท.-ปชน.' แตกหักปม112 'พท.' ตัวแปรรอร่วมรัฐบาล
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสำคัญ พรรคการเมืองต่างเร่งนำเสนอนโยบาย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และทีมรัฐมนตรี เพื่อขอโอกาสประชาชนเข้ามาบริหารประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า
ภูมิใจไทยพลัส-เปิดเกมใหญ่ ชูรัฐมนตรีคนนอก ลุยเลือกตั้ง
บรรยากาศการเมืองปลายปี 2568 ต่อเนื่องต้นปี 2569 เดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มรูปแบบ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้งเตรียมเปิดรับสมัคร สส.ปลายเดือนธันวาคม ก่อนจะหย่อนบัตรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคการเมืองต่างเร่งเปิดตัวผู้สมัคร นโยบายหาเสียง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในช่วงโค้งสุดท้าย

