ผ่านพ้นจนได้ สำหรับการเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา 2 ตำแหน่ง แม้จะมีเรื่องขรุขระต้องนับคะแนนใหม่อีกรอบหนึ่ง ในการเลือกรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เนื่องจากมีคะแนนเกินมา 1 แต้ม ทั้งที่ สว.มี 200 คน ทำให้ พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี สว. ซึ่งทำหน้าที่ประธานชั่วคราว สั่งให้นับใหม่
สำหรับเก้าอี้ ประธานวุฒิสภา เป็นไปตามโผที่บ้านใหญ่บุรีรัมย์จัดการ “มงคล สุระสัจจะ” สว.กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง นอนมา ได้คะแนนนำโด่งเกินคาดถึง 159 คะแนน
ส่วน สว.คู่แข่งคนอื่นได้เสียง ดังนี้ นันทนา นันทวโรภาส สว. กลุ่มสื่อมวลชน ตัวแทนจากกลุ่มพันธุ์ใหม่ ได้ 19 คะแนน และ “หมอเปรม” นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กลุ่มสาธารณสุข ได้ไป 13 คะแนน ทั้งนี้มีงดออกเสียง 4 บัตรเสีย 5 ใบ
ขณะที่การโหวต รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ผลการนับรอบ 2 พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ กลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ได้ 150 คะแนน นพดล อินนา กลุ่มสิ่งแวดล้อม ได้ 27 คะแนน นายปฏิมา จีระแพทย์ กลุ่มสิ่งแวดล้อม 5 คะแนน และนายแล ดิลกวิทยรัตน์ กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างที่ไม่ใช่ราชการ ได้ 15 คะแนน งดออกเสียง 1 บัตรเสีย 2 ใบ
ด้าน รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 พบว่า “บุญส่ง น้อยโสภณ” กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 167 เสียง “อังคณา นีละไพจิตร” กลุ่มประชาสังคม 18 เสียง “พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต” กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม 8 เสียง “ปฏิมา” 4 เสียง งดออกเสียง 2 บัตรเสียไม่มี
จากผลการนับคะแนนทำให้เห็นภาพสะท้อนบางประการ เช่น สว.นันทนาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ในกลุ่มของตัวเองมีอยู่ด้วยกัน 30 คน แต่เมื่อถึงเวลาลงสนามจริง ผู้สมัครที่เป็นตัวแทนกลุ่ม ทั้งอาจารย์แล และอังคณา กลับได้คะแนนไม่ถึง 30 คน แต่คะแนนสวิงอยู่ที่ราวๆ 17 เสียงบวกลบ
ขณะที่กลุ่มบ้านใหญ่แห่งบุรีรัมย์ ตอกย้ำความเป็นค่ายสีน้ำเงินเข้ม แถวตรงมาตามนัด 150-160 เสียง แต่ที่ต้องร้องหูว ต้องยกให้กับ บุญส่ง-ว่าที่รองประธานคนที่ 2 ได้คะแนนมากที่สุด มากกว่านายมงคลและ พล.อ.เกรียงไกร เพราะได้แรงจากกลุ่มบ้านใหญ่และ สว.อิสระ
สิ่งที่ต้องติดตามตอนต่อไปคือ สภาสูงภายใต้เงาน้ำเงิน ที่มี “มงคล” เป็นประธานวุฒิสภา จะทำงานอย่างไร
ถอดคำพูดตอนแสดงวิสัยทัศน์ หลักใหญ่สำคัญ “ประธานมงคล” กล่าวว่า จะรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นปณิธานแน่วแน่ ยึดมั่นมาตลอด และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง จนกว่าชีวิตจะหาไม่
ท่อนหนึ่งของการแสดงวิสัยทัศน์ของ “มงคล” เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ประธานวุฒิสภา ชุดที่ 13 เล่าถึงชีวิตอธิบายตัวตนไว้ว่า “ชีวิตผมมาจากก้อนดินก้อนทราย เป็นเด็กวัด เรียนอาชีวะ ผมเข้าใจความยากจนข้นแค้น ความเป็นคนไม่มีเส้นไม่มีสาย ผมเติบโตในระบบราชการด้วยการทำงานอย่างหนัก เต็มความรู้ความสามารถ ผมมีประสบการณ์ประสานงานกับพี่น้องประชาชนในชนบทตลอดชีวิต เกษียณอายุมาแล้วผมก็ยังทำไร่ในชนบท เพราะฉะนั้นผมทราบดี เข้าใจความรู้สึกของเพื่อนสมาชิก ผมเข้าใจปัญหา มีประสบการณ์อันยาวนาน มีเพื่อนอยู่ทุกหมู่เหล่า ผมเชื่อว่าผมจะเข้าใจและทำงานร่วมกับทุกคนได้ วุฒิสภาใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมว่าเป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญปี 60 ปฏิรูปใหญ่ เป็นสภาของคนทุกหมู่เหล่าแบ่งเป็น 20 กลุ่มอาชีพ เป็นครั้งแรกที่วุฒิสภาเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาทำหน้าที่”
นอกจากนี้เขาบอกว่า จะใช้เวลาที่เหลือเพื่อชาติและแผ่นดิน เพื่อรับใช้ประชาชน แก้ปัญหาของคนในชาติ ในช่วงเวลาเป็นวิกฤตครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ต้องการให้ประเทศไทยและคุณภาพชีวิตของคนไทยสู่สิ่งที่ดีกว่าและดีขึ้นทุกมิติ อยากเห็นสังคมไทย คนไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน เห็นต่างกันได้ แต่ต้องไม่สร้างความแตกแยก
“มงคล” วางเป้าการทำงานจากนี้ ว่าจะเริ่มต้นจากความเป็นหนึ่งเดียวของวุฒิสภา เพราะเป็นองค์กรสำคัญพาสังคมไทยเดินหน้าด้วยสันติวิธี และ จะทำให้รัฐธรรมนูญมีความเหมาะสม สอดคล้องกับประเทศไทยและคนไทยอย่างแท้จริง วิกฤตที่เกิดขึ้นทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย ที่อื่นก็เป็น จึงหวังให้ใครช่วยเราไม่ได้ แต่เราคนไทยต้องช่วยกัน
“ว่าที่ประธานวุฒิสภา” ทิ้งท้ายว่า จะใช้ความรู้ประสบการณ์ประสานงานกับทุกคนให้เป็นเนื้อเดียวกันให้เร็วที่สุด และขอเชิญชวนทุกคนช่วยงานกัน ก้าวเดินพร้อมกัน เพื่อให้วุฒิสภาแห่งนี้บรรลุผลความเป็นสภาของสามัญชน
ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะยืนยันในมติ และส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป และคาดว่าจะนัดประชุมวุฒิสภาครั้งถัดไปภายในสิ้นเดือนนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เท้ง-ไหม-โรมและพวก กับโอกาสรอดที่ศาลฎีกา?
จากมติของที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
แลนด์สไลด์ส่ง ‘ค่ายน้ำเงิน’ ‘ผู้กำหนดเกม’ ตั้งรัฐบาล!
กว่า 190 ที่นั่งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฐานกำลังหลักคือ จำนวน สส.แบ่งแบ่งเขต ที่กวาดไปได้ถึงกว่า 170 ที่นั่ง
ดีลตั้งรัฐบาลขยับ ปิดงานสัปดาห์นี้ เปิดสภาฯนัดแรกไม่เกิน 13 มี.ค.
หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ มีการประเมินทางการเมืองว่า การเปิดประชุมสภาฯนัดแรก เพื่อเลือก”ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ-ประธานสภาผู้แทนราษฎร”จะเกิดขึ้น ภายในไม่เกินกลางเดือนมีนาคมนี้ โดยมีการคาดกันว่า อาจจะเกิดขึ้นช่วงไม่เกิน 13 มีนาคม หรืออาจเร็วกว่านั้น
โจทย์หินนายกฯคนที่33รัฐบาลปีม้าไฟ
ภายหลังการปิดหีบเลือกตั้งช่วงค่ำวันที่ 8 ก.พ.นี้ ก็จะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลชุดใหม่ และนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย รวมทั้งได้ข้อสรุปว่าจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
กระแสมาร์ค แรง-ปชป.พุ่ง กับบทบาทพรรคตัวแปร
เป็นกระแสที่มาแรงจริงๆ สำหรับการกลับมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ไปหาเสียงที่ภาคใต้ และในกรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสตอบรับสูง
ตำรวจงัดแผน'พิทักษ์เลือกตั้ง66' วางมาตรการคุมเข้มทุกพื้นที่ไร้เหตุ
เข้าสู่ทางตรงช่วงสุดท้าย นับเวลาถอยหลัง “เลือกตั้ง 69” แต่ละพรรคการเมืองงัดกลเม็ดอัดแคมเปญหาเสียงเรียกคะแนนก่อนเข้าคูหาวันที่ 8 ก.พ.นี้ โพลชี้พรรคการเมืองที่จะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลหนีไม่พ้น 3 พรรคการเมืองนี้คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย สู้กันสูสี หายใจรดต้นคอ

