จับปฏิกิริยา‘นายกฯนิด’14ส.ค. ไร้วอร์รูม – ลุยงานแน่นเอี๊ยด!

ชัดเจนแล้วว่าในวันที่ 14 สิงหาคม ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น นายเศรษฐา จะส่งนายกฯน้อย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนฟังคำวินิจฉัยของศาล ส่วนตัวนายเศรษฐา จะเข้าประจำการที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ

และก่อนถึงวันชี้ชะตาที่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าผลการวินิจฉัยของศาลจะออกมาเป็นผลบวกหรือลบกับนายกฯนิด ซึ่งตามขั้นตอนหากนายกฯถูกถอดถอนและให้พ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะสิ้นสุดลงไปด้วย แต่จะมีรองนายกรัฐมนตรี อันดับที่ 1 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากค่ายเพื่อไทย รักษาการนายกฯแทน จนกว่า ครม.ชุดใหม่ จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ส่วนนายกฯจะหลุดเก้าอี้ผู้นำทันที

แต่หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง ไม่ต้องกังวล ทั้งเรื่องนายกฯรักษาการ รวมถึงเรื่องการบริหารงานประเทศ เพราะนายเศรษฐา ได้เซ็ตอัพงานไว้หมดแล้ว โดยนายเศรษฐาใช้คำว่า “เซ็ตอัพงานตามปัญหาของประชาชนที่เกิดขึ้น” ซึ่งหากต้องหลุดจากเก้าอี้จริงๆ การบริหารราชการแผ่นดินจะไม่สะดุด รองนายกฯที่รักษาการแทน สามารถสานต่องานได้ทันทีในช่วงรอ ครม.ใหม่

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้หลายฝ่ายต่างจับจ้องไปที่ปฏิกิริยาของนายกฯ ที่ล่าสุดก่อนวันวินิจฉัย 1 วัน เจ้าตัวยังคงปฏิบัติหน้าที่เหมือนปกติด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในช่วงเช้านั่งหัวโต๊ะประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์เช่นเดิม โดยเดินเท้าลงจากตึกไทยคู่ฟ้า มายังห้องประชุม ครม. ตึกบัญชาการ 1 พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เดินเคียงข้างเหมือนเดิม และมี น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินมาพร้อมกันด้วย

ส่วนหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายกฯได้ลงมาแถลงผลการประชุมที่เตรียมประเด็นสำคัญมาเองทั้งหมด 7 เรื่อง พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามในทุกประเด็น รวมถึงเรื่องการเมือง และคดีวันที่ 14 สิงหาคม ที่นายเศรษฐา ได้ตอบทุกคำถามด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มตามปกติ และยืนให้สัมภาษณ์จนหมดทุกคำถาม ไม่ได้เร่งรีบหรือหลีกเลี่ยงแต่อย่างใด

ขณะบรรยากาศในที่ประชุม ครม. ที่นายเศรษฐา ปฏิเสธว่าไม่ได้พูดถึงกรณีดังกล่าว แต่ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา เองได้เคยบอกกับ ครม.แล้วว่าให้สบายใจ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

และหลังจบวงถก ครม. นายกฯยังได้เข้าร่วมการประชุมพรรคเพื่อไทย และในช่วงค่ำยังกลับมาเป็นประธานในการเปิดงาน Thailand Announcement Unity in Action: Thailand’s Next Step in Equality และกล่าวปาฐกถา ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ด้วย เรียกว่ายังทำงานแบบแน่นๆเช่นเดิม

และสำหรับในวันตัดสินของศาล แม้จะไม่มีการตั้งวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์เป็นทางการ โดยนายเศรษฐา ระบุว่า “ไม่มีวอร์รูม เพราะมันจบแล้วตั้งแต่ส่งคำแถลงการปิดคดี ซึ่งถือว่าเราได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ทั้งหมดขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม” แต่ทั้งนี้จะมีทีมงานตึกไทยคู่ฟ้า ที่คาดว่าจะติดตามผลคำวินิจฉัยดังกล่าวเพื่อนำรายงานนายกฯ

ส่วนภารกิจนายกฯในวันชี้ชะตา ช่วงเช้าเข้าทำงานที่ห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯตามปกติ ก่อนที่เวลา 12.00 น. มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตลาดใต้สะพานเพลินจิต ณ บริเวณสะพานเพลินจิต ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จากนั้นกลับเข้าทำเนียบฯ เพื่อประชุมติดตามงานกับหน่วยงานต่างๆ

โดยเป็นการประชุมวงเล็กเป็นการภายใน 2-3 วงหารือ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ในเวลา 15.00 น. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนายกฯจะไม่เดินทางไปไหน ทั้งนี้ หากผลคำวินิจฉัยศาลออกมาในทิศทางใด นายกฯก็สามารถติดตามผลได้ทันทีจากเลขาธิการนายกฯที่เป็นตัวแทนไปศาล และจากทีมงานบนตึกไทยฯ

อย่างไรก็ตาม หลังจบวันที่ 14 สิงหาคมแล้ว หากผลออกมาเป็นลบจะได้เห็น รักษาการนายกฯ ที่ชื่อ “ภูมิธรรม เวชยชัย” แต่หากผลเป็นบวกกับ “นายกฯนิด” ตามที่หลายคนคาดการณ์ ก็ยกธงไปต่อได้ทันทีเช่นกัน.  

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ภูมิใจไทย”คุมเกมเลือกขั้ว กธ.จัดง่าย-พท.ใหญ่เทอะทะ

สูตรจัดตั้งรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องสอดรับกับผลการเลือกตั้ง แต่หากถาม “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันว่า “ยังอีกไกล” เพราะต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 60 วัน

"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"

ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

แลนด์สไลด์ส่ง ‘ค่ายน้ำเงิน’ ‘ผู้กำหนดเกม’ ตั้งรัฐบาล!

กว่า 190 ที่นั่งของ ‘ค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย’ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ฐานกำลังหลักคือ จำนวน สส.แบ่งแบ่งเขต ที่กวาดไปได้ถึงกว่า 170 ที่นั่ง

ดีลตั้งรัฐบาลขยับ ปิดงานสัปดาห์นี้ เปิดสภาฯนัดแรกไม่เกิน 13 มี.ค.

หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากนี้ มีการประเมินทางการเมืองว่า การเปิดประชุมสภาฯนัดแรก เพื่อเลือก”ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ-ประธานสภาผู้แทนราษฎร”จะเกิดขึ้น ภายในไม่เกินกลางเดือนมีนาคมนี้ โดยมีการคาดกันว่า อาจจะเกิดขึ้นช่วงไม่เกิน 13 มีนาคม หรืออาจเร็วกว่านั้น