แชตหลุดโยนบาปแพ้เลือกตั้ง จุดพลุกำจัด ‘ธรรมนัส’ ภาค 2

เป็นไปตามที่คาดการณ์กันเอาไว้ แม้ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่เขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา จะจบไปแล้ว แต่ความขัดแย้งภายในของพรรคพลังประชารัฐจะยังไม่สงบ 

จะต้องมีกรณี ‘โยนบาป’ ให้ใครสักคนเพื่อเซ่นความพ่ายแพ้ เหมือนกับครั้งนี้ที่หลายฝ่ายโฟกัสไปที่ว่า คำปราศรัยแบ่งชนชั้น ‘คนรวย-คนจน’ ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คือตัวแปรสำคัญในสนาม จ.สงขลา 

รวมไปถึงพฤติกรรมหอกข้างแคร่ของ ร.อ.ธรรมนัส โดยเฉพาะการก่อกบฏหาทางโค่น ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มีการวิเคราะห์กันว่า ทำให้คนใต้ต้องการจะสั่งสอนพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวถูกขั้วตรงข้ามภายในพรรคพลังประชารัฐฉวยโอกาสนำเงื่อนไขนี้มาขย่มเก้าอี้เลขาธิการพรรคของ ร.อ.ธรรมนัสอีกครั้ง เร็วชนิดที่ว่าเจ้าหน้าที่ยังเก็บคูหาเลือกตั้งไม่เสร็จด้วยซ้ำ 

หัวโจกสำคัญในการก่อการครั้งนี้ ยังคงเป็น 1 ในแกนนำพรรคขั้วตรงข้ามของ ร.อ.ธรรมนัส อย่าง ‘เสี่ยเฮ้ง’ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ  

‘เสี่ยเฮ้ง’ คือ 1 ใน 6 รัฐมนตรีของพรรค อันประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการบริหารพรรค และ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรค ที่เคยร่วมกันวางแผนเขี่ย ร.อ.ธรรมนัส พ้นภาระแม่บ้านพรรคมาแล้ว

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังการปราชัยย่อยยับใน 2 สนามแดนสะตอ ปรากฏว่า มีแชตไลน์ในกลุ่ม ‘โฆษกวิป’ ซึ่งมีสมาชิกอยู่ 8 คน เป็นรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองจำนวนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐหลุดว่อนออกมาในโลกโซเชียลมีเดีย 

มันเป็นบทสนทนากันระหว่าง ‘เสี่ยเฮ้ง’ กับ ‘แรมโบ้’ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่พูดถึงความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อม 

ช่วงหนึ่ง​ ‘เสี่ยเฮ้ง’ เสนอให้มีการทำโพลว่า พรรคพลังประชารัฐตกต่ำเพราะอะไร พร้อมกับเสนอให้มีคำตอบชี้นำ เช่น เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค? หรือ เพราะคนไม่ยอมรับ ร.อ.ธรรมนัส โดยมี ‘แรมโบ้’ เป็นคอหอยลูกกระเดือกสนับสนุน 

และหลังแชตไลน์หลุดเพียงไม่กี่ชั่วโมง ‘เสี่ยเฮ้ง’ ยืดอกออกมายอมรับว่า เป็นบทสนทนาของตัวเองจริง พร้อมกับระบุว่า ต้องการหาทางออกให้กับพรรค นอกจากนี้ยังซัดคนที่นำบทสนทนานี้ออกมาเผยแพร่ว่า ไม่หวังดี ต้องการสร้างความแตกแยกในพรรค 

หลายฝ่ายมุ่งเป้ามือดีไปที่ขั้วตรงข้ามของ ‘เสี่ยเฮ้ง’ แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในกลุ่มดังกล่าวมีสมาชิกอยู่เพียง 8 คนเท่านั้น และเป็นกลุ่มเฉพาะมากกว่า ดังนั้นจึงน่าจะตามหาตัวไม่ยากว่า ใครเป็นคนนำบทสนทนานี้ออกมาเผยแพร่สู่สาธารณะ 

ซึ่งหากต้องการดิสเครดิต ‘เสี่ยเฮ้ง’ จริง มือดีรายนี้ดูจะไม่ฉลาดเท่าไหร่ เพราะอย่างไรก็เดาตัวกันถูกว่า ใครทำ เนื่องจากในกลุ่มไลน์มันมีเพียง 8 คน ย่อมรู้หน้ารู้ใจกันอยู่ 

ในขณะเดียวกัน แชตไลน์ดังกล่าว ยังดูเหมือนจงใจจะให้หลุดออกมา เพื่อทำให้เกิดประเด็น โดยเฉพาะสถานการณ์ในพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส   

มันเหมือนกับการเปิดปฏิบัติการโค่นเลขาธิการพรรคภาค 2 โดยอาศัยความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อมมาเป็นปฐมเหตุ 

เพราะตัวละครที่คุยกัน ทั้ง ‘เสี่ยเฮ้ง’ และ ‘แรมโบ้’ ต่างก็เป็นคนรอบข้างของ ‘บิ๊กตู่’ ที่ไม่พอใจบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส มาตั้งแต่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะ ‘เสี่ยเฮ้ง’  

ขณะที่ไทมิงปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่จะจุดประเด็นเขี่ย ร.อ.ธรรมนัสขึ้นมาอีก หลังพรรคพลังประชารัฐประสบภาวะเลือดไหล ส.ส.ทยอยลาออกไปอยู่กับพรรคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น นายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ นายสันติ กีระนันทน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีความสนิทสนมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี 

 นอกจากนี้ ในระยะนี้ยังประจวบเหมาะกับความพยายามปล่อยข่าวว่า รัฐมนตรีภายในพรรคบางคนจะลาออกจากกรรมการบริหารพรรค โดยอ้างว่ากลัวถูกยุบพรรคจากพฤติกรรมของ ร.อ.ธรรมนัส เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือกดดันผู้ใหญ่ภายในพรรคให้ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 

เพราะการเลือกตั้งขมวดเข้ามาทุกที ในขณะที่พรรคอื่นๆ เดินหน้า เตรียมตัวกันไปหลายก้าว แต่พรรคพลังประชารัฐยังติดหล่มอยู่ 

มีการพูดกันถึงว่า หาก ร.อ.ธรรมนัสยังอยู่ในตำแหน่งแม่บ้านพรรค โอกาสคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งหน้าริบหรี่ โดยเฉพาะสนาม กทม.และภาคใต้ ที่เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้พอสะท้อนออกมาได้

ที่สำคัญ ต่อให้มีการเคลียร์ใจกันระหว่าง ‘บิ๊กตู่’ กับ ‘ร.อ.ธรรมนัส’ แต่มันก็ไปกันลำบากในทางปฏิบัติ ดังนั้นจึงพยายามหาทางขยับตั้งแต่บัดนี้ 

เพียงแต่มันจะสำเร็จหรือไม่ หรือจะล้มเหลวแบบคราวก่อน เพราะ ร.อ.ธรรมนัสเป็นพวกแมวเก้าชีวิตที่ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐโอบอุ้มมาโดยตลอด  

น่าจับตาว่าการจุดพลุครั้งนี้จะดับเหมือนกับครั้งก่อนหรือไม่ หรือมันจะนำไปสู่การสังคายนาครั้งใหญ่สำเร็จ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รมว.สุชาติ” แสดงความเสียใจ พบนักท่องเที่ยวเยอรมันสูญหายจากเหตุจมน้ำหาดฟรีดอมภูเก็ต หลังระดมค้นหาต่อเนื่อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันประสบเหตุจมน้ำและสูญหายบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต

'เสี่ยเฮ้ง' ไม่รู้จักงูเขียว! ยันรัฐบาลอนุทินแข็งแรง โควิดหนักกว่านี้เยอะยังผ่านมาได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัม

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้ระดมกำลังค้นหานักท่องเที่ยวชาวเยอรมันสูญหาย หลังประสบเหตุทางน้ำบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีนักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันสูญหายภายหลังประสบเหตุทางน้ำบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

“รมว.สุชาติ” สั่ง 8 จังหวัดตะวันออกยกระดับรับมือ “น้ำท่วม–ภัยแล้ง” วางระบบบริหารน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้ง 3 คณะทำงานย่อยลงพื้นที่แก้ปัญหา ย้ำ “ความเดือดร้อนประชาชนรอไม่ได้”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ