
เป็นไปตามที่คาดการณ์กันเอาไว้ แม้ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ที่เขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา จะจบไปแล้ว แต่ความขัดแย้งภายในของพรรคพลังประชารัฐจะยังไม่สงบ
จะต้องมีกรณี ‘โยนบาป’ ให้ใครสักคนเพื่อเซ่นความพ่ายแพ้ เหมือนกับครั้งนี้ที่หลายฝ่ายโฟกัสไปที่ว่า คำปราศรัยแบ่งชนชั้น ‘คนรวย-คนจน’ ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ คือตัวแปรสำคัญในสนาม จ.สงขลา
รวมไปถึงพฤติกรรมหอกข้างแคร่ของ ร.อ.ธรรมนัส โดยเฉพาะการก่อกบฏหาทางโค่น ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่มีการวิเคราะห์กันว่า ทำให้คนใต้ต้องการจะสั่งสอนพรรคพลังประชารัฐ
อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวถูกขั้วตรงข้ามภายในพรรคพลังประชารัฐฉวยโอกาสนำเงื่อนไขนี้มาขย่มเก้าอี้เลขาธิการพรรคของ ร.อ.ธรรมนัสอีกครั้ง เร็วชนิดที่ว่าเจ้าหน้าที่ยังเก็บคูหาเลือกตั้งไม่เสร็จด้วยซ้ำ
หัวโจกสำคัญในการก่อการครั้งนี้ ยังคงเป็น 1 ในแกนนำพรรคขั้วตรงข้ามของ ร.อ.ธรรมนัส อย่าง ‘เสี่ยเฮ้ง’ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ
‘เสี่ยเฮ้ง’ คือ 1 ใน 6 รัฐมนตรีของพรรค อันประกอบด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการบริหารพรรค และ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รองหัวหน้าพรรค ที่เคยร่วมกันวางแผนเขี่ย ร.อ.ธรรมนัส พ้นภาระแม่บ้านพรรคมาแล้ว
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังการปราชัยย่อยยับใน 2 สนามแดนสะตอ ปรากฏว่า มีแชตไลน์ในกลุ่ม ‘โฆษกวิป’ ซึ่งมีสมาชิกอยู่ 8 คน เป็นรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองจำนวนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐหลุดว่อนออกมาในโลกโซเชียลมีเดีย
มันเป็นบทสนทนากันระหว่าง ‘เสี่ยเฮ้ง’ กับ ‘แรมโบ้’ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่พูดถึงความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อม
ช่วงหนึ่ง ‘เสี่ยเฮ้ง’ เสนอให้มีการทำโพลว่า พรรคพลังประชารัฐตกต่ำเพราะอะไร พร้อมกับเสนอให้มีคำตอบชี้นำ เช่น เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค? หรือ เพราะคนไม่ยอมรับ ร.อ.ธรรมนัส โดยมี ‘แรมโบ้’ เป็นคอหอยลูกกระเดือกสนับสนุน
และหลังแชตไลน์หลุดเพียงไม่กี่ชั่วโมง ‘เสี่ยเฮ้ง’ ยืดอกออกมายอมรับว่า เป็นบทสนทนาของตัวเองจริง พร้อมกับระบุว่า ต้องการหาทางออกให้กับพรรค นอกจากนี้ยังซัดคนที่นำบทสนทนานี้ออกมาเผยแพร่ว่า ไม่หวังดี ต้องการสร้างความแตกแยกในพรรค
หลายฝ่ายมุ่งเป้ามือดีไปที่ขั้วตรงข้ามของ ‘เสี่ยเฮ้ง’ แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในกลุ่มดังกล่าวมีสมาชิกอยู่เพียง 8 คนเท่านั้น และเป็นกลุ่มเฉพาะมากกว่า ดังนั้นจึงน่าจะตามหาตัวไม่ยากว่า ใครเป็นคนนำบทสนทนานี้ออกมาเผยแพร่สู่สาธารณะ
ซึ่งหากต้องการดิสเครดิต ‘เสี่ยเฮ้ง’ จริง มือดีรายนี้ดูจะไม่ฉลาดเท่าไหร่ เพราะอย่างไรก็เดาตัวกันถูกว่า ใครทำ เนื่องจากในกลุ่มไลน์มันมีเพียง 8 คน ย่อมรู้หน้ารู้ใจกันอยู่
ในขณะเดียวกัน แชตไลน์ดังกล่าว ยังดูเหมือนจงใจจะให้หลุดออกมา เพื่อทำให้เกิดประเด็น โดยเฉพาะสถานการณ์ในพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส
มันเหมือนกับการเปิดปฏิบัติการโค่นเลขาธิการพรรคภาค 2 โดยอาศัยความพ่ายแพ้ในสนามเลือกตั้งซ่อมมาเป็นปฐมเหตุ
เพราะตัวละครที่คุยกัน ทั้ง ‘เสี่ยเฮ้ง’ และ ‘แรมโบ้’ ต่างก็เป็นคนรอบข้างของ ‘บิ๊กตู่’ ที่ไม่พอใจบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส มาตั้งแต่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะ ‘เสี่ยเฮ้ง’
ขณะที่ไทมิงปัจจุบัน เป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่จะจุดประเด็นเขี่ย ร.อ.ธรรมนัสขึ้นมาอีก หลังพรรคพลังประชารัฐประสบภาวะเลือดไหล ส.ส.ทยอยลาออกไปอยู่กับพรรคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น นายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ นายสันติ กีระนันทน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีความสนิทสนมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ในระยะนี้ยังประจวบเหมาะกับความพยายามปล่อยข่าวว่า รัฐมนตรีภายในพรรคบางคนจะลาออกจากกรรมการบริหารพรรค โดยอ้างว่ากลัวถูกยุบพรรคจากพฤติกรรมของ ร.อ.ธรรมนัส เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือกดดันผู้ใหญ่ภายในพรรคให้ต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เพราะการเลือกตั้งขมวดเข้ามาทุกที ในขณะที่พรรคอื่นๆ เดินหน้า เตรียมตัวกันไปหลายก้าว แต่พรรคพลังประชารัฐยังติดหล่มอยู่
มีการพูดกันถึงว่า หาก ร.อ.ธรรมนัสยังอยู่ในตำแหน่งแม่บ้านพรรค โอกาสคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งหน้าริบหรี่ โดยเฉพาะสนาม กทม.และภาคใต้ ที่เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้พอสะท้อนออกมาได้
ที่สำคัญ ต่อให้มีการเคลียร์ใจกันระหว่าง ‘บิ๊กตู่’ กับ ‘ร.อ.ธรรมนัส’ แต่มันก็ไปกันลำบากในทางปฏิบัติ ดังนั้นจึงพยายามหาทางขยับตั้งแต่บัดนี้
เพียงแต่มันจะสำเร็จหรือไม่ หรือจะล้มเหลวแบบคราวก่อน เพราะ ร.อ.ธรรมนัสเป็นพวกแมวเก้าชีวิตที่ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐโอบอุ้มมาโดยตลอด
น่าจับตาว่าการจุดพลุครั้งนี้จะดับเหมือนกับครั้งก่อนหรือไม่ หรือมันจะนำไปสู่การสังคายนาครั้งใหญ่สำเร็จ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่
การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”
'รมว.สุชาติ' มอบ 'อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี' สานต่อความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ด้านไดโนเสาร์และธรณีวิทยา ยกระดับพิพิธภัณฑ์ไทยสู่ศูนย์กลางการเรียนรู้และท่องเที่ยวระดับโลก
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้ตนนำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าร่วมประชุมและหารือความร่วมมือด้านธรณีวิทยา บรรพชีวินวิทยา และการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ ณ มหาวิทยาลัยจังหวัดฟุกุอิ และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดฟุกุอิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569
'อนุทิน' ปลุกทัพสีน้ำเงิน ฝ่าศึกการเมืองรอบด้าน
ในห้วงเวลาเพียงกว่า 2 เดือนของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย บริหารประเทศ อาจยังเร็วเกินไปที่จะชี้ชะตาว่ารัฐบาลชุดนี้จะสามารถประคองตัวอยู่ครบวาระได้หรือไม่
"คนไทยเตรียมเฮ! 'วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร' จ่อนั่งแท่นมรดกโลก 'สุชาติ' ชูความสำเร็จนโยบายรัฐบาลยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก"
นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี
“สุชาติ” นำทีม ทส. กระชับสัมพันธ์ญี่ปุ่น ยกระดับความร่วมมือสิ่งแวดล้อม–ทรัพยากรธรณี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว
'อนุทิน'ขันนอต'รมต.สีน้ำเงิน' หนีมรสุมการเมือง-ไร้ผลงาน
ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนเศษของรัฐบาลที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยังอาจเร็วเกินไปที่จะตัดสินอนาคตว่าจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับประเด็นทางการเมืองหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงและบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

