นอกจากบทบาทของพรรคประชาชน (ปชน.) ในการซักฟอกระหว่างวันที่ 23-24 มี.ค. ต่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ภายใต้ธีม “ดีลแลกประเทศ” ว่า สุดท้ายจะทำหน้าที่สมศักดิ์ศรีหรือไม่
หลังก่อนหน้าอภิปรายมีท่าทีขึงขึงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องการเอาจริงเอาจังกับการตรวจสอบนายกฯ และรัฐบาล ที่เชื่อว่า “พ่อนายกฯ” เป็นผู้บงการ
“เชื่อว่า 18 เดือนที่ผ่านมา มีการดีลกับบนผลประโยชน์ของชนชั้นนำ เหยียบย่ำเสียงของประชาชนคนไทย ต้องสูญเสียไปเท่าไหร่เพื่อให้คนบางคนได้กลับบ้าน และเพื่อให้แพทองธาร ชินวัตร ได้เป็นนายกฯ”
การซักฟอกครั้งนี้ พรรคส้มหวังไปสู่การยุบสภา และถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่ง รวมถึงปูทางให้รัฐบาลนี้บอบช้ำที่สุด เก็บแต้มจากประชาชนทุกระดับเพื่อไปสู่เป้าหมาย 250 เสียงในการเลือกตั้งปี 2570
อีกทั้งยังใช้เวทีอภิปรายพิสูจน์ตัวเอง และลบล้างข้อครหาดีลลับฮ่องกงและบรูไนของผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคส้มและพรรคแดงได้หรือไม่ หรือสุดท้ายเป็นไปตามข้อกล่าวหา ยังแอบหวังร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย กลายเป็นเวทีมวยล้มต้มคนดูกันแน่
หลัง “นายใหญ่”-ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และเจ้าของพรรคเพื่อไทย ออกมาดิสเครดิตว่า “ต้องถามว่าประเด็นนี้ได้ปรึกษาผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่แล้วหรือไม่ เขาได้ปรึกษากันยังว่าจะเล่นประเด็นนี้”
ขณะที่อีกพรรคหนึ่งที่น่าจับตาไม่แพ้กันในครั้งนี้ก็คือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี “บิ๊กป้อม”-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค
แม้สถานะตอนนี้เป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่อีกด้านก็ถูกสังคมมองว่าเป็นพรรคฝ่ายแค้นมากกว่า เมื่อถูกถีบออกมาอย่างเสียเชิงทางการเมืองจากพรรคร่วมรัฐบาล หลังนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลรัฐธรรมนูญสอยจากตำแหน่งในวันที่ 14 ส.ค.2567
ว่าถึงเวลาจริง “หัวหน้าพรรค พปชร.” จะทำหน้าที่ในสภา ได้สมราคาคุยหรือไม่ โดยจะลุกขึ้นเป็นผู้อภิปรายคนที่สองถัดจากหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ประเดิมเปิดฉากเป็นคนแรก
บทบาทของ พปชร.ก็ถูกปรามาสเช่นกันว่ามีดีลให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้งหลังศึกซักฟอกครั้งนี้ แถมยังถูกลูกน้องเก่าอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ประกาศตัวเองเป็น สทร.2 เคียงข้าง สทร.1 อย่าง “ทักษิณ” ที่ระบุว่ารัฐบาลจะมีเพิ่ม 10 เสียงจากฝ่ายค้านในการลงมติให้แก่ “นายกฯ อิ๊งค์” ท่ามกลางการจับตาว่าเป็น สส.ของ “ลุงป้อม” หรือไม่
ไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. ปฏิเสธเรื่องดีลกับพรรคเพื่อไทยทันที เพราะมองเป็นพรรคที่อันตราย
พร้อมยืนยันว่า “พล.อ.ประวิตร” มีความพร้อมในการอภิปรายในสภา และยังเชื่อว่าจะเป็นการสยบข่าวลือที่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะกลับไปร่วมรัฐบาลอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากบ้านป่ารอยต่อฯ ว่า สส.ที่อยู่ในมือ “ลุงป้อม” มีจำนวน 20 คน พร้อมปฏิเสธ 10 เสียงที่ “ผู้กองเมืองพะเยา” ระบุนั้นไม่ใช่คนในปีกบ้านป่าฯ อย่างแน่นอน
สำหรับประเด็นหลักที่ “บิ๊กป้อม” จะสำแดงออกมา ประกอบด้วย ข้อ 1 ที่ดินอัลไพน์ จะทำให้เห็นว่านายใหญ่เพื่อไทยได้ที่ดินมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนโยงที่ น.ส.แพทองธารครอบครองก่อนที่จะเป็นนายกฯ ครอบครองไม่สุจริตและผิดจริยธรรมอย่างแรงหรือไม่ เพราะเป็นที่ดิน “ธรณีสงฆ์” ที่ไม่สามารถขายให้เอกชนได้ ซึ่งไม่เคยรับรู้เลยหรือไม่
ข้อ 2 เรื่องกาสิโนและพนันออนไลน์ จะทำให้เห็นว่านอกจากเป็นการมอมเมาประชาชนให้ติดการพนันแล้ว ยังอาจมีข้อมูลเด็ดว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนและนักการเมืองในปีกคนในรัฐบาลหรือไม่
ข้อ 3 เรื่องเอ็มโอยู 44 จะชี้ให้เห็นความสัมพันธ์และเอื้อประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลฝั่งอ่าวไทยระหว่าง “ตระกูลชินวัตร” กับ “ฮุน เซน” และสุ่มเสียงจะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนหรือไม่
ข้อ 4 นักโทษเทวดาชั้น 14 ต้องดูว่าจะมีหลักฐานเด็ดเชื่อมโยงขบวนการสมคบคิดระหว่างเจ้าหน้าที่ กรมราชทัณฑ์ และคนในโรงพยาบาลตำรวจ ช่วยเหลือการป่วยทิพย์ของ “ทักษิณ” หรือไม่ ที่แลกกับการทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างย่อยยับ
นอกจากนี้ยังมี 2 ประเด็นหลักที่ “ลุงป้อม” อุบไว้ และขอนำมาแสดงในเวทีซักฟอก แต่สังคมคาดว่าน่าจะเป็นข้อมูลลับที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองได้
เนื่องจาก “พี่ใหญ่แห่งพี่น้อง 3 ป.” ที่อยู่ในแวดวงอำนาจการเมืองมายาวนาน และยังมีส่วนฝังรากฐานและระบบการเมืองในช่วงยุค คสช. ประมาณ 8-9 ปี จะมีทีเด็ดหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “ดีลลับ” ระหว่างทักษิณในช่วงการกลับประเทศโดยไม่ติดคุกจริงแม้แต่วันเดียว เชื่อมโยงอะไรกับใครและบิ๊กคนไหนหรือไม่ หรือการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกทางช่องทางธรรมชาติ หลังถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปีจากคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ฯลฯ ว่าได้รับการช่วยเหลือจากใครหรือไม่
นอกจากนี้ยังต้องจับตา มีข้อมูลของบรรดาแกนนำรัฐบาลสุมหัวกินมาม่ากุ้งแม่น้ำกับ “ทักษิณ” ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อค่ำวันที่ 14 ส.ค.2567 เพื่อจัดตั้งรัฐบาลแพทองธาร
หลัง “เศรษฐา” ถูกสอยตกจากเก้าอี้ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า สันติ พร้อมพัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร. และเจ้าของตึกย่านรัชดาภิเษกที่ใช้เป็นที่ทำการพรรคฯ ในเวลานี้ ก็เข้าไปบ้านจันทร์ฯ ในวันดังกล่าวด้วย ว่าจะมี “คลิปลับ” และสาระสำคัญว่า “ทักษิณ” แสดงบทบาทครอบงำหรือบงการการจัดตั้งรัฐบาลนี้ มาอยู่ในมือของ “บิ๊กป้อม” แล้วหรือไม่ ซึ่งหากมีหลักฐานชัดก็สามารถล้มรัฐบาลได้
ต้องจับตาว่า เมื่อถึงคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจ “บิ๊กป้อม” จะไว้ลายชาติทหาร และอดีตแกนนำคณะรัฐประหาร จะมีข้อมูลสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง หรือหวังแบล็กเมลกลับเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ อีกไม่กี่วันคงทราบโดยทั่วกัน!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ประชาคมแพทย์' จัดหนัก 7 อันดับ ความล้มเหลวเรื่อง 'ความรับผิดชอบ' ของการเมืองไทย
ทีมการเมือง ประชาคมแพทย์ เผยแพร่การจัดอันดับ Worst Political Accountability เคสการเมืองไทย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ ระบุว่า
‘บิ๊กป้อม’ลงหลังเสือ ปิดฉาก‘ป.สุดท้าย’ทางการเมือง
การถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือ การปิดฉากทางการเมืองของ ‘พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์’ แม้จะยังเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ก็ตาม
'อนุทิน' ขี่กระแสชาตินิยม รวมบ้านใหญ่สู่รัฐบาล 4 ปี
“ประเทศไทยไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม แต่จำเป็นต้องปกป้องตัวเอง”, “รัฐบาลสนับสนุนการทำหน้าที่ของกองทัพอย่างเต็มที่”, “นี่เป็นเรื่องของสองประเทศ ไม่ใช่เรื่องของคนนอก” และ “การหยุดยิงจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อกัมพูชาแสดงความจริงใจ และต้องแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม”
ศึกชิง ‘เมืองกล้วยไข่’ ‘กล้าธรรม’ ปะทะ ‘รัตนากร’
1 ในพื้นที่เป้าหมายสำคัญของ ‘พรรคกล้าธรรม’ ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค คือ จ.กำแพงเพชร
เปิดขั้นตอนหย่อนบัตร8ก.พ.69 บัตร3ใบเลือกตั้งพ่วงประชามติ
ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูกาลการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างเป็นทางการ โดยในครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่จะมีการเลือกตั้ง สส. พร้อมกับการทำประชามติหนึ่งเรื่องในวันเดียวกัน โดยกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เปิดปาร์ตี้ลิสต์ 'พปชร.' 35 คน 'ภัครธรณ์' เบอร์ 1 แทน 'บิ๊กป้อม'
เปิดบัญชีรายชื่อ 'พลังประชารัฐ' ส่งทั้งหมด 35 คน 'ภัครธรณ์ เทียนไชย' อดีตผวจ.ชลบุรี ขึ้นแท่นเบอร์ 1 แทน 'บิ๊กป้อม' ที่วางมือ

