‘กล้าธรรม’เติมเกมรุก สู้ไปลุ้นไป หวังประตูเป็นพรรครัฐบาลยังไม่ปิด

พรรคกล้าธรรม” หนึ่งในพรรคการเมืองใหม่ที่เข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2569 แต่แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่แวดวงการเมือง-นักวิเคราะห์การเมืองและโพลบางสำนักก็ประเมินว่า พรรคกล้าธรรมจะได้ สส.ระดับหนึ่ง คือ ประมาณขั้นต่ำ 30 ที่นั่ง หรือหากทำได้เกินเป้าก็อาจอยู่ที่ระดับ 40 เก้าอี้ เพราะบางจังหวัดมีผู้สมัครที่เป็นพวกสายแข็ง ฐานการเมืองแน่นอยู่หลายคน เช่น ที่พะเยา ฐานที่มั่นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป้าหมายคือต้องชนะยกจังหวัดสามที่นั่ง และอีกหลายจังหวัด เช่น กำแพงเพชร-ราชบุรี-ฉะเชิงเทรา-นราธิวาส-สงขลา เป็นต้น โดยมีการคาดหมายกันว่า กล้าธรรมจะได้ สส.เขตเป็นส่วนใหญ่ ส่วน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ มีการประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 คน ที่ก็จะคล้ายกับพรรคพลังประชารัฐตอนเลือกตั้งปี 2566 ที่ได้ สส. 40 คน โดยเป็น สส.เขต 39 คน ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ได้แค่ 1 คน

จากจังหวะเดินดังกล่าวทำให้แวดวงการเมืองเห็นตรงกันว่า แนวทางของ พรรคกล้าธรรม จะเหมือนพลังประชารัฐตอนปี 2566 คือเน้น สส.เขตเป็นหลัก เพราะมีอดีต สส.เขตจากสภาชุดที่ผ่านมา อยู่กับพรรคกล้าธรรมหลายคน รวมถึงมีการสร้างเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นในระดับจังหวัดตั้งแต่นายก อบจ.-ประธาน อบจ.-สจ.หลายสิบจังหวัดไว้นานแล้ว ตั้งแต่เริ่มเกิดเป็นพรรคกล้าธรรม รวมถึงก็ต่อสายดึงทุนภูธร ทุนท้องถิ่นหลายจังหวัดมาคอยแบ็กอัปสนับสนุนผู้สมัคร สส.เขตของกล้าธรรมในแต่ละจังหวัด ทำให้มีความพร้อมในระดับหนึ่ง ผนวกกับปัจจุบันแกนนำของพรรคกล้าธรรมก็เป็น รมต.คุมกระทรวง 4 กระทรวง คือ ก.เกษตรฯ-ก.ศึกษาธิการ-ก.พัฒนาสังคม-ก.ท่องเที่ยวฯ ก็ทำให้มี power ในเชิงพื้นที่ระดับหนึ่งแม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ขณะที่เป้า สส.ปาร์ตี้ลิสต์มีการมองกันว่า หากกล้าธรรมได้สัก 2-3 คนก็ถือว่าเข้าเป้า

เมื่อ ..ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ก็คือคีย์แมนพรรคเบอร์หนึ่ง วางเป้าไว้ข้างต้น จึงทำให้จังหวะการหาเสียงของกล้าธรรมจึงเป็นพรรคที่ต้องยอมรับสภาพตัวเองว่าจะไปหวังกับกระแสไม่ได้ โดยเฉพาะกระแสในสังคมโซเชียลมีเดีย ต้องเน้นที่ผลคะแนนอย่างเดียว เห็นได้จากพรรคกล้าธรรมไม่มีการส่งคนไปขึ้นเวทีดีเบตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเวทีใหญ่ๆ เพื่อประชันนโยบาย เพราะรู้ดีว่าหากส่งคนไปก็ต้องโดนรุกหนักในเรื่องที่มีการมองว่าภาพลักษณ์พรรคมีลักษณะ “สีเทาๆ” จนพรรคการเมืองอย่างพรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะขืนหากส่งคนไปขึ้นเวที แทนที่จะได้คะแนน คนของพรรคจะโดนพรรคอื่นไล่ต้อนเข้ามุม สู้ไม่ส่งคนไปร่วมดีกว่า

ยิ่งล่าสุด อดีต สส.-และปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคกล้าธรรมอย่าง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว อดีต สส.พรรคกล้าธรรม และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ ก็ถูกคณะกรรมการธุรกรรม ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่า 158 ล้านบาท ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลต่อพรรคกล้าธรรมตามมา

จึงยิ่งทำให้แนวทางหาเสียงของพรรคกล้าธรรมมุ่งไปในทิศทางเดียว คือ เน้นการหาเสียงในระดับพื้นที่รายจังหวัด เพราะรู้ดีว่าตัวเองมีจุดอ่อนในเรื่องภาพลักษณ์การเมืองที่ยังแก้ไม่ตก การหวังสร้างกระแสในโซเชียลมีเดียหรือการหวังคะแนนจากการส่งคนไปขึ้นเวทีดีเบตหรือเวทีประชันนโยบาย เป็นเรื่องที่ต้องตัดทิ้งออกไป ในแผนยุทธศาสตร์หาเสียง และเทน้ำหนักไปที่การหาเสียงแบบเข้าถึงพื้นที่เป็นหลัก เน้นเจาะ สส.เขตในจังหวัดที่ตัวเองคาดหวังจะได้ชัยชนะเป็นหลัก และให้คะแนนในระดับพื้นที่ช่วยดันให้พรรคกล้าธรรมมีคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้พรรคได้ สส.สักขั้นต่ำ 40 ที่นั่ง ก็ถือว่าเข้าเป้าแล้ว

จากนั้นก็ค่อยรอการลุ้นเปิดดีล เจรจาร่วมตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งต่อไป ซึ่งกล้าธรรมก็ต้องหวังให้ภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าภูมิใจไทยจะดึงกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล หลังเคยซื้อใจกันมาตอน ร.อ.ธรรมนัส-กล้าธรรม หักกับทักษิณ ชินวัตร และเพื่อไทย มาจับมือตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย จนอนุทินได้เป็นนายกฯ ทำให้กล้าธรรมก็ยังมั่นใจว่าหลังเลือกตั้งยังอาจจะได้เป็นรัฐบาลต่อ แต่หากพรรคประชาชน ชนะเลือกตั้งและเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พรรคกล้าธรรมก็ต้องรับสภาพเป็นฝ่ายค้านทันที

สำหรับจังหวะการหาเสียงของพรรคกล้าธรรม พบว่า ช่วงที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมรุกหนักในพื้นที่เลือกตั้งในจังหวัดที่คาดหวังว่าจะชนะการเลือกตั้ง สส.เขต โดยแกนนำพรรคลงไปช่วยหาเสียงอย่างหนัก

อย่างเช่น เมื่อ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมีแกนนำพรรคและผู้สมัครขึ้นเวทีครบทีม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า-ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่เป็นการปราศรัยช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม โดยมีแกนนำพรรคร่วมขึ้นเวทีหลายคน รวมถึง เดชอิศว์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่เลือกตั้งรอบนี้ส่งลูกชายสองคนลงสมัคร สส.เขต สงขลา พรรคกล้าธรรม ซึ่งก็มีการมองกันว่า เดชอิศม์-นายกชาย นักการเมืองสไตล์ใจถึงพึ่งได้ ต้องทุ่มสรรพกำลังที่มีเพื่อให้ลูกชายสองคนชนะเลือกตั้ง

และก่อนหน้านั้น คือวันที่ 13 มกราคม พรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พร้อมด้วย ดร.นฤมล และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่จังหวัดร้อยเอ็ด

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวย้ำถึงแนวทางการทำงานของพรรคกล้าธรรมว่า พรรคยึดหลัก “ไม่ขายฝัน แต่ทำได้จริง” โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและหนี้สินของพี่น้องประชาชน อย่างเช่น เรื่องที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ตอนแรกที่ประกาศว่าจะทำให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ทุกคนก็บอกว่าขี้โม้ ซึ่งที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทำได้ จากนี้ก็จะทำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งทุน และย้ำว่าพรรคจะไม่เสนอนโยบายที่สวยหรูแต่ทำไม่ได้ เพราะเมื่อถึงเวลาเป็นรัฐบาลแล้วไม่สามารถทำตามสัญญา จะสร้างความเดือดร้อน ความผิดหวังให้กับประชาชน เป็นต้น

ผลเลือกตั้งที่จะออกมาวันที่ 8 .. พรรคกล้าธรรมจะได้ สส.กี่คน และสุดท้าย จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เป็นอีกหนึ่งฉากการเมืองที่น่าติดตาม. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้กองยอมแล้ว! 'กล้าธรรม' ต่อสาย 'ภูมิใจไทย' ร่วมรัฐบาลไร้ข้อต่อรองนั่งเก้าอี้เกษตร

"ไผ่ ลิกค์" ต่อสายหา "ไชยชนก" แจ้งกล้าธรรมไร้ข้อต่อรอง-ไม่มีเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ขอเก้าอี้เกษตร คาดพรุ่งนี้ “ธรรมนัส” มีโอกาสคุย “ อนุทิน” ส่วนพูดคุยทางการสองพรรค รอความชัดเจน

จับตา 'ครูใหญ่' ออกโรงเคลียร์ 'ธรรมนัส' คายเกษตรฯ  หากดีลล่มถีบ 'กล้าธรรม' ฝ่ายค้าน

จับตา’เนวิน’เจรจา’ธรรมนัส’คายเกษตรฯ  หากดีลล่มถีบ’กล้าธรรม’ฝ่ายค้าน    ล่าสุดพรรคร่วมฯ 276 เสียง หนุน ‘อนุทิน’ นายกฯ  ปัดกระแส ‘โสภณ ซารัมย์’ นั่งประธานสภาฯ ชี้ยังไม่ถึงคิวคุยตำแหน่งนี้

พรรคส้มน้ำลดตอผุด ลากไส้-แฉ-ประจาน-เปิดศึก

ปัญหาการบริหารจัดการภายใน พรรคประชาชน รวมถึงเรื่องพฤติการณ์ส่วนตัวของคนในพรรค ซึ่งที่ผ่านมามีมาตลอดตั้งแต่ยุค อนาคตใหม่ มาจนถึง ก้าวไกล และ พรรคประชาชน ที่พบว่าบางเรื่องก็ "ซุก" ไว้ได้สำเร็จ แต่บางเรื่องก็น้ำลดตอผุด

ภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลไม่ง่าย เกมนี้ใหญ่กว่าความพอใจของกองเชียร์

193 เสียงของ พรรคภูมิใจไทย ทำให้พรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างชัดเจน แต่รัฐบาลผสมในสภา 500 เสียงไม่ใช่แค่การบวกตัวเลขให้ผ่านเกณฑ์ หากคือการออกแบบโครงสร้างอำนาจให้แกนนำยังเป็นแกนนำจริง ทั้งในวันตั้งรัฐบาลและวันที่สถานการณ์เปลี่ยน

‘แก้วสรร’ เห็นด้วยภูมิใจไทยคุม ก.เกษตร ชี้จับขั้วกล้าธรรม ต้องระวังของแตก

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีต คตส. เผยแพร่บทความเรื่อง  รัฐบาลภูมิใจไทย..จะปฏิรูปเกษตรกรรม ?

เกมลดอำนาจต่อรอง'พรรคร่วม' 'น้ำเงิน'กุมสภาพ'หล่อเลือกได้'

พ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์มา 1 สัปดาห์พอดี แต่ควันหลงการลงคะแนนเลือกตั้งยังไม่จบ หนำซ้ำกลับยิ่งอลหม่าน เริ่มต้นจากกรณีเขต 1 ชลบุรี ที่มีมวลชนในนาม "นับใหม่" ไปเฝ้าหีบบัตรเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ เนื่องจากพบสิ่งผิดปกติหลายประการ