หมัดเด็ด-ไพ่ลับ2สัปดาห์สุดท้าย พรรคส้ม-ประชาชน กลางเสียงครวญ'เราถูกรุม'

เหลือเวลาอีกประมาณ 2 สัปดาห์ จะถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ เร่งหาเสียงกันอย่างหนัก เรียกได้ว่าใครมี

ไม้เด็ด-อาวุธลับ-ไพ่ใบสุดท้าย

ก็ต้องหงายไพ่-ทิ้งไพ่-ปล่อยไม้เด็ดออกมาในช่วงนี้ หากคิดช้า ทำช้า อาจไม่ทันการณ์ โดยเฉพาะหากต้องการให้ไม้เด็ดนั้น

สร้างกระแส-คะแนนนิยมในช่วงโค้งสุดท้าย จน คู่แข่งตามไม่ทัน-คาดไม่ถึง ก็ต้องปล่อยออกมาโดยเร็ว เพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองและสกัดคู่แข่งให้ไล่กวดไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม ก็เห็นเช่นกันว่า แท็กติกการหาเสียงของบางพรรคการเมือง ที่แกนนำพรรคคงคิดว่าปล่อยออกมาแล้วต้องปัง-ต้องเปรี้ยง แต่สุดท้ายกลับแป้ก-ดับสนิท จุดไม่ติด แต่มันก็เป็นเรื่องนักการเมือง-พรรคการเมือง ก็ต้องทำเพื่อสร้างการจดจำ ให้ประชาชนเห็นจุดเด่นที่แตกต่างจากพรรคคู่แข่ง อันจะมีผลต่อคะแนนเสียงตามมา 

ที่ตอนนี้ก็เริ่มเห็นแล้วเช่น พรรคเพื่อไทย ที่ใช้ช่วงปราศรัยใหญ่ที่ลานสยามพารากอน เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา กับการที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ประกาศนโยบายใหม่กลางเวที เรียกว่านโยบาย รวยทุกวัน เงินล้าน 9 คน คนละ 1 ล้านบาท

โดยมีรายละเอียดคือ จะมีประชาชนได้รับสิทธิ์รวยดังกล่าววันละ 9 คน จะแบ่งเป็น 5 กลุ่มเศรษฐีเงินล้าน

ซึ่ง 4 คนแรกมาจาก 4 กลุ่มคือ หนึ่ง เกษตรกร ที่มีประมาณ 1.7 ล้านครัวเรือน, กลุ่มที่สองคือ กลุ่มประชาชนที่ทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่เป็นบุคคลที่ชาวบ้านคัดเลือกและได้รับการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุขทำหน้าที่เป็นผู้นำในการดูแลสุขภาพชุมชน, กลุ่มที่สาม ผู้สูงอายุ และกลุ่มที่สี่คือ ประชาชนผู้ยื่นภาษี

เพื่อไทยบอกว่านโยบายดังกล่าว วิธีการก็คือคน 4 กลุ่มนี้จะได้สุ่มชื่อลุ้นเงินรางวัล 1 ล้านบาททุกวันทุกกลุ่ม กลุ่มละ 1 คน 1 ล้านบาท อีก 5 คนที่ได้ลุ้นเงินล้าน มาจากประชาชนที่จับจ่ายใช้สอย ที่จะได้โบนัสแห่งโอกาสสู่การเปลี่ยนชีวิตจากทุกการใช้จ่ายที่มีใบเสร็จ รัฐบาลจะสุ่มแจกจำนวน 5 คน คนละ 1 ล้านบาท ทุกวันไม่เว้นวันหยุด คนที่ไม่ถูกรางวัล ไม่เสียอะไรเลย แต่ยังได้รับความสะดวกสบายจากระบบใบเสร็จดิจิทัล และมีความหวังรออยู่ทุกวัน ขณะที่ผู้ประกอบการจะได้ยกระดับร้านค้าสู่มาตรฐานสากลด้วยระบบที่รัฐให้บริการฟรี และจะมีลูกค้ามากขึ้นจากแรงจูงใจจากนโยบาย ทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลว่าของแพงที่ไหน รัฐบาลรู้ทันที แก้ไขได้ตรงจุด

นี่คือนโยบายล่าสุดที่ออกมาจากพรรคเพื่อไทย ที่ดูเบื้องต้น หากทำจริงคงไม่ราบรื่น น่าจะมีข้อทักท้วงเยอะ ยิ่งที่หาเสียงก็เห็นชัดว่า เน้นการพูดแบบลอยๆ ไม่ลงรายละเอียด เพื่อไม่ให้ผูกมัดตัวเอง เหมือนกับว่าหาเสียงไปก่อน ไว้หลังเลือกตั้งค่อยมาว่ากัน

จุดนี้แน่นอนว่า ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองก็พยายามจะสรรหานโยบายต่างๆ มาบอกกับประชาชน โดยละเลยหรือพูดความจริงไม่หมดว่า สิ่งที่หาเสียงไว้ทำได้จริงหรือไม่ เอางบประมาณมาจากไหน จะทำได้เมื่อใด ติดขัดข้อกฎหมายหรือไม่

ยิ่งกับพรรคเพื่อไทย ประชาชนทั้งประเทศต่างเข็ดแล้วกับการโฆษณาชวนเชื่อ ขายฝัน หลอกคนไทย

เพื่อไทยยังมีภาพหลอนที่คนไทยจำได้ดีกับการหาเสียงตอนปี 2566 ชูเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงินคนไทยอายุ 16 ปีทุกคน คนละหนึ่งหมื่นบาท ทำได้ทันทีเมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาล และคุยโม้ว่าจะทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ แต่สุดท้ายทำไม่ได้ และแก้ลำด้วยการแจกไปสองก้อนให้กลุ่มผู้สูงอายุกับผู้มีรายได้น้อย แต่สูญเปล่า ไม่ได้ทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด คนไทยจึงเข็ดแล้วกับการหลอกลวงของเพื่อไทย

จึงไม่แปลกที่การหาเสียงรอบนี้ของเพื่อไทย หลายนโยบายที่ชูออกมาดับสนิท ไม่มีใครจดจำได้ ไม่มีคนพูดถึง อีกทั้งกระแสพรรคในภาพรวมทั่วประเทศก็ตกต่ำ ยิ่งกรุงเทพมหานครยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากไม่มีอะไรดีขึ้นก็มีโอกาสสูญพันธุ์ในการเลือกตั้งรอบนี้ 

ยิ่งดูจากโพลหลายสำนักที่ไม่ใช่ โพลปั่น หรือโพลรับจ้าง พบว่าเพื่อไทยตามหลังคู่แข่งทั้งพรรคประชาชน-ภูมิใจไทย หลายช่วงตัว และบางคำตอบในโพลยังตามแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ด้วยซ้ำ

อย่างล่าสุด ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งจาก 1,124 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 19-22 ม.ค.

ผลสำรวจระบุว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 34.9 อันดับสองคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 21.6 อันดับสามคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.2 อันดับสี่คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.5 อันดับห้าคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 4

และตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคการเมือง อันดับแรกคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 34.7 อันดับสองคือ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.6 อันดับสามคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 13.1 อันดับสี่คือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.1 อันดับห้าคือ พรรคโอกาสใหม่ ร้อยละ 3.9

ส่วนคำถามที่ว่า บุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด อันดับแรกคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 35.7 อันดับสองคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 28.7 อันดับสามคือ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 12.5 อันดับสี่คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 6.2 อันดับห้าคือ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ร้อยละ 4.4

ความตกต่ำของเพื่อไทยในการเลือกตั้งรอบนี้ ทำให้ไม่มีอะไรพลิกผันแน่นอน จากที่เคยเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาตลอด ตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร ตั้งไทยรักไทยตอนปี 2544 จากนั้นก็ชนะมาตลอดในการเลือกตั้งปี 2548, 2550, 2554, 2562 คือชนะมา 5 ครั้งรวด เพิ่งจะแพ้ครั้งแรกก็ตอนเลือกตั้งรอบล่าสุด 2566 และความตกต่ำในการเลือกตั้งรอบนี้ ทำให้พรรคเพื่อไทยมาอันดับสามแน่นอน ส่วนอันดับหนึ่ง ต้องรอลุ้นกันว่าพรรคไหนจะชนะ ระหว่างพรรคส้ม ประชาชน หรือพรรคน้ำเงิน ภูมิใจไทย

สำหรับในส่วนของ พรรคส้ม-พรรคประชาชน ชัดเจนแล้วว่าช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง พรรคประชาชนวางยุทธศาสตร์การหาเสียงคือจะให้

 3 ท. ทอน-ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคส้ม อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล, เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน

เป็นสามหัวหอกจับมือกันลุยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อตรึงคะแนนเดิม 14 ล้านเสียงตอนปี 2566 เอาไว้ไม่ให้ปันใจไปให้พรรคอื่น แล้วก็เร่งหาคะแนนเพิ่มในระบบปาร์ตี้ลิสต์ ที่คงวางเป้าไว้ที่อีกประมาณขั้นต่ำ 3-4 ล้านคะแนน เพื่อให้ได้สัก 17 ล้านเสียง และเพิ่มจำนวน สส.เขตในแต่ละจังหวัดให้มากขึ้น อีกทั้งตรึง สส.เขต กทม.จากที่เคยได้ 32 คนเอาไว้ไม่ให้ลดต่ำกว่านี้ หลังกระแสของพรรคภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ไล่หลังพรรคประชาชนเข้ามาทุกที จนบางเขตถึงขั้นพูดกันสนั่นเมือง อาจแซงพรรคประชาชนได้แล้ว

นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์สุดท้าย 2-6 ก.พ. พรรคประชาชนจะจัดกิจกรรมอีเวนต์หาเสียงทำ ขบวนคาราวานพรรคประชาชนพบประชาชน 400 เขตเลือกตั้ง โดยจะให้แกนนำพรรคแต่ละคน ที่ส่วนใหญ่ก็คือพวกที่ลงสมัครระบบปาร์ตี้ลิสต์ ดาวกระจายไปช่วยหาเสียงและพบประชาชนให้ครบทั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ในสัปดาห์สุดท้าย ตั้งแต่พื้นที่เลือกตั้งเหนือสุดจนถึงล่างสุดของประเทศไทย

ขณะเดียวกันก็น่าสนใจกับการที่คนของพรรคประชาชนช่วงนี้ออกมารณรงค์สร้างกระแสเรื่องการที่สำนักงานประกันสังคมกำลังจะมีการแก้ไขระเบียบการเลือกบอร์ดคณะกรรมการประกันสังคม โดยพรรคประชาชนเน้นรณรงค์ให้ประชาชนเข้าไปแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงที่กำลังมีการรับฟังความเห็น โดยพยายามสื่อสารทำนองว่า หากมีการแก้ไขระเบียบดังกล่าวอาจส่งผลต่อการบริหารงานของบอร์ดประกันสังคม

ต้องไม่ลืมว่า ปัจจุบันคนไทยเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมร่วมๆ 24 ล้านคน การแสดงบทบาทของพรรคประชาชนดังกล่าวในเชิงการเมืองอาจทำให้ได้คะแนนเสียงจากคนในกลุ่มนี้ตามมาก็ได้ ที่มองว่าเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเงินในกองทุนประกันสังคม

เห็นจังหวะการเดินทางการเมืองและการวางแผนหาเสียงเลือกตั้งของแกนนำพรรคประชาชนข้างต้น ถือว่าไม่ธรรมดา ทุกจังหวะขยับหวังผลตลอด แม้ล่าสุด ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่า การหาเสียงครั้งนี้ พรรคประชาชนโดนรุม ถูกรุม จากหลายกลุ่ม เพื่อสกัดไม่ให้พรรคชนะเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนจะเป็นจริงอย่างที่ธนาธรพูดหรือไม่ สังคมย่อมแลเห็นว่าเป็นเรื่องจริงหรือครวญเพื่อสร้างดรามาเรียกคะแนน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประชานิยมสิ้นคิด ‘ดร.เชน’โหมอย่างหนักแจกเงินปั้นเศรษฐีเงินล้านวันละ9คน

ไม่ต้องอายกันแล้ว เพื่อไทยโหมนโยบาย "เศรษฐีวันละ 9 ล้าน" "ดร.เชน" อ้างจูงใจประชาชนจ่ายภาษี หาเสียงไปก่อนยังไม่ส่งเรื่องให้ กกต. "หมอมิ้ง" อ้างต่อยอดจากความสำเร็จของหลายประเทศ

'หมอมิ้ง' โต้เสียงวิจารณ์นโยบายสิ้นคิด 'สุ่มแจกเงินล้าน' สร้างเม็ดเงินภาษีเพิ่มปีละ 1 แสนล้าน

"หมอมิ้ง" โต้เสียงวิจารณ์นโยบายสิ้นคิด "สุ่มแจกเงินล้าน" แจงเป็นการหาเงินให้รัฐ ต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวันใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ เพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อปี

'อีสานโพล' เผย 'พรรคประชาชน' นำอันดับ 1 ตามด้วยเพื่อไทย-ภูมิใจไทย

อีสานโพล ม.ขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจ คนอีสานกับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ 2569 พบว่า ภาพรวมของพรรคมีผลต่อการเลือก ส.ส

'พีระพันธุ์' นำทัพ รทสช. ลุยมีนบุรี-หนองจอก ยันลดราคาน้ำมัน 25 บาท ทำได้จริงเห็นตัวเลขหมดแล้ว

"พีระพันธุ์" นำทัพ รทสช. ลุยมีนบุรี-หนองจอก ชูนโยบายเกษตรกรทำเงิน-ตั้งกองทุนฉุกเฉินไร้ดอกเบี้ย สร้างงาน 300,000 ตำแหน่ง ย้ำจุดยืนทำพรรคเพื่อคนไทยทั้งประเทศ

'ธนาธร' บุกปัตตานี ปลุกอย่ากลัวอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลง จงกลัวปัจจุบันที่ไร้อนาคต

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน และนายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมทั้งช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคประชาชนในจังหวัดปัตตานี

'อิ๊งค์' ควงสามี หาเสียงเมืองหลวงเพื่อไทย ลั่นทวงคืนเก้าอี้ สส.เชียงใหม่ ยกจังหวัด

"อุ๊งอิ๊ง" ควงสามีขึ้นเชียงใหม่ช่วยผู้สมัครเพื่อไทยหาเสียงในช่วงสุดสัปดาห์ หวังทวงเก้าอี้คืน