หลังจากมีความชัดเจนถึงการจัดตั้ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 2 เสร็จสิ้นลงแล้ว มีรายงานถึงการจัดสรรเก้าอี้ของแต่ละพรรคการเมืองที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ไปในสูตรที่ไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ลงตัวแล้ว ไม่มีแรงกระเพื่อมภายในแต่อย่างใด
แต่ตัวแปรสำคัญในการร่วมรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยคือ พรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้ได้มีการเสนอจัดสรรสูตร 5+3 คือ รัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วยว่าการ 3 ตำแหน่ง
โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยได้ สส.น้อยกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ จึงต้องทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนคิดไม่ตกเกี่ยวกับวิธีการร่วมรัฐบาล เพราะย้อนไปเมื่อหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคลำดับ 3 นั่นหมายความว่าไม่ใช่เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างที่ตั้งใจไว้
ทำให้ฉากทัศน์ที่ได้มีการวางไว้ในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลต้องเปลี่ยนแผน เพราะเวลานั้นสามารถเลือกได้ทั้งร่วมรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน จึงทำให้ภายในพรรคเพื่อไทยแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง คือ อยากให้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อจะได้มีผลงาน หรืออยากให้เป็นฝ่ายค้าน เพราะทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหน พรรคเพื่อไทยก็สามารถทำได้
เมื่อพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะร่วมรัฐบาล เรื่องโควตาตำแหน่งรัฐมนตรีจึงเป็นเรื่องร้อนถัดมา จากสัดส่วนที่ได้ สส. ทำให้เกิดเป็นสูตร 5+3 ตามที่เป็นข่าว
รวมถึงบุคลากรภายในพรรคเพื่อไทย ทั้งสอบได้หรือสอบตก ก็เป็นบุคคลที่โลดแล่นอยู่ในวงการการเมือง บางคนมีเรื่องผลงาน หรือแม้กระทั่งเรื่องตอบแทนที่ทำพื้นที่ได้ สส.ตามเป้า
อดีต สส.หลายคนมองว่า “เพื่อไทย” ควรให้ความสำคัญกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่แค่เป็นเด็กของใคร หรือจะได้รับอะไร เมื่อเกิดเป็นคำถามถึงความไม่เป็นธรรมในสัดส่วนของรัฐมนตรีภายในพรรค จึงทำให้เกิดความคิดหลายกลุ่ม ทั้งที่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของผู้ใหญ่ในพรรค และไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจในครั้งนี้
โดยบุคคลที่มีการเคาะในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยคือ “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาจควบตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อด้วย เพราะหลายคนในพรรคมองว่า “ความสามารถของยศชนันมีมากกว่าตำแหน่งเดียว” เมื่อได้นั่งกระทรวงที่ถนัดก็คาดว่าน่าจะมีผลงานออกมาให้เห็น
“เดอะซัน” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วน “หนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ด้าน “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถือว่าเป็นบุคคลที่แซงโค้ง ก่อนสุดท้าย แม่ทัพโคราชตีคู่กับ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรค ซึ่งตอนนี้สุ่มเสี่ยงว่า “ภูมิใจไทย” จะเท “ประเสริฐ” หรือไม่ เพราะมีเรื่องที่ค้างคือ คดีสแกนม่านตา ในชั้น ป.ป.ช. ที่คนใน “ภูมิใจไทย” ตรวจสอบผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงยุติธรรมมาตั้งแต่ต้น
เมื่อเป็นเช่นนี้ที่มีตัวแทนเป็นรัฐมนตรีจากโคราชถึง 2 คน จึงทำให้คนภายในพรรคเพื่อไทยเกิดความไม่พอใจถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในครั้งนี้ และแนะนำว่าควรให้ความสำคัญกับ สส.เขตบ้าง ไม่ใช่อยากจะเสนอใครก็ทำตามใจชอบ
เบื้องต้นก็มีการเสนอชื่อคนที่สมควรจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกประมาณ 7 คน ซึ่งเป็นคนที่ทำพื้นที่และมีผลงานให้เห็น อาทิ “พัฒนา สัพโส” สส.สกลนคร ถือเป็นบ้านใหญ่สกลนคร มีลูกเป็น สส. 2 สมัย และภรรยาเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด “สส.โฮม” ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย พื้นที่แข็ง เป็น 1 ใน สส.ภาคเหนือของเพื่อไทย
แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอผู้ใหญ่ในพรรคเคาะรายชื่ออีกครั้ง เพราะดูแล้วจากการที่สะท้อนเรื่องบทเรียนการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมถึงชื่อของผู้ที่คาดว่าเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่พรรคต้องถอดบทเรียนครั้งใหญ่ว่าใครจะเป็นผู้ที่กอบกู้ชื่อเสียงของพรรคให้กลับมาท่ามกลางกระแสสังคมตอนนี้
แต่หากยังถอดบทเรียนไม่ได้ และจัดสรรตำแหน่ง รมต.ไม่ลงตัว ก็อาจเกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคเพื่อไทย และสะเทือนรัฐบาลอนุทิน 2 ต่อไป!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
ครม.สั่ง 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ล้าง 3 หมื่นระบบใน 15 วัน-บังคับใช้ MFA
ครม.ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลภาครัฐ รับมือบัญชีผู้ใช้งานรั่วไหล ไฟเขียว 3 มาตรการเร่งด่วน บังคับเจ้าหน้าที่กว่า 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ตรวจสอบระบบสารสนเทศกว่า 30,000 ระบบภายใน 15 วัน พร้อมยกระดับใช้ MFA ปิดช่องภัยคุกคามไซเบอร์
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ
สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'
สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน
เพิ่มทางเลือกเช็กข้อมูลนิติบุคคล ซื้อเฉพาะรายการได้แค่ 5 บาท
รัฐบาลเพิ่มทางเลือกตรวจข้อมูลนิติบุคคล เลือกซื้อข้อมูลในหนังสือรับรองเฉพาะรายการได้ รายการละ 5 บาท ลดต้นทุนประชาชน-ภาคธุรกิจ

