'สรณ' หลังพิงฝา หารือ ทีม กม.กลางซอยสายลม ยื้อตกเก้าอี้ ปธ.กสทช.

เป็นไปตามคาดที่ฝ่าย "นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช." จะไม่ยอมง่ายๆ ต้องหาทางยื้ออยู่ในตำแหน่งให้นานที่สุด

หลังมติที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันศุกร์ที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์ว่า นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการ กสทช.ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่ก็คือต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการและประธาน กสทช.

เบื้องต้นมีข่าวว่า ทีมงานของ นพ.สรณกำลังหาช่องทางดำเนินการตามกฎหมายต่อคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.เพื่อ "ยับยั้ง-ล้มล้าง-ตีตก" มติดังกล่าว แต่ยังไม่ชัดว่าจะใช้วิธีการใด

โดยมีข่าวออกมาจากตึก กสทช.ซอยสายลม ว่าหลังมีมติของคณะกรรมการสรรหาฯ ออกมาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ตอนนี้ นพ.สรณได้มีการหารือกับทีมที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวว่า จะดำเนินการต่อมติดังกล่าวของคณะกรรมการสรรหาฯ ได้อย่างไร แต่เบื้องต้นมีการชี้ประเด็นในทีมงานของ นพ.สรณว่า ควรต้องโต้แย้งมติของคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าเป็นมติที่ไม่ชอบ เพราะคณะกรรมการสรรหาฯ มีหน้าที่แค่ตรวจสอบคุณสมบัติและตรวจสอบลักษณะต้องห้ามบุคคลที่ไปสมัครคัดเลือกเป็นกสทช.ในช่วงการรับสมัครคัดเลือก กสทช.เท่านั้น และพอคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเลือกบุคคลใดให้เป็น กสทช. ก็ต้องส่งไปให้วุฒิสภาลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งนั่นก็ถือว่าสิ้นสุดการทำหน้าที่ โดย นพ.สรณเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกและตรวจสอบคุณสมบัติจากกรรมการสรรหาฯ แล้วต่อมาก็ได้รับเลือกจากวุฒิสภาเข้าไปเป็นประธานกสทช. หลังจากนั้นคณะกรรมการสรรหาฯ ก็หมดหน้าที่ ไม่สามารถมาชี้ขาดได้ว่า กสทช.ที่ทำหน้าที่อยู่บุคคลใดมีลักษณะต้องห้าม อย่างไรก็ตามยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าฝ่าย นพ.สรณ จะใช้วิธีการใดในการยับยั้งมติของคณะกรรมการสรรหาฯ

ส่วนที่มีการมองกันว่าจะใช้วิธีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และขอให้ศาลปกครองออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อไม่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อโปรดเกล้าฯ ให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่ง เพราะหากฟ้องศาลปกครองไปก่อน อาจทำให้นายอนุทิน อ้างเหตุว่ายังมีการฟ้องคดีที่ศาลปกครอง จึงยังไม่สามารถนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ เรื่องนี้มีข่าวว่าทีมงานของนพ.สรณ ที่คงพลิกข้อกฎหมายหลายฉบับดูแล้ว มองว่ายังไม่แน่ใจว่าจะสามารถฟ้องศาลปกครองได้หรือไม่ เพราะคณะกรรมการสรรหาฯ อาจไม่มีอำนาจทางปกครองในการออกข้อสั่งการทางปกครอง ทำให้อาจต้องหาช่องทางฟ้องร้องในทางอื่น

“ขณะนี้ประธาน กสทช.กำลังหารือกับทีมฝ่ายกฎหมายและทีมทนายความส่วนตัวอยู่ พิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่เท่าที่มีการคุยกันเบื้องต้น มองว่าอาจต้องสู้ในประเด็นที่ว่า คณะกรรมการสรรหาฯ ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามต้องพ้นจากการเป็น กสทช. เพราะกรรมการสรรหาฯ ทำได้แค่การตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามคนสมัครเป็น กสทช.แล้วก็ลงมติเลือก ส่งไปให้ สว.ลงมติ โดยกระบวนการที่ผ่านมา นพ.สรณได้มีการเคลียร์ปมข้อสงสัยต่างๆ ไปหมดแล้ว มีการส่งเอกสารในประเด็นที่โดนร้องเรียนทั้งหมด ที่หลายส่วนเป็นเอกสารราชการ แต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใด กรรมการสรรหาฯ ถึงรีบเร่งมีมติออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

 ส่วนการจะฟ้องศาลปกครองเพื่อยับยั้งมติดังกล่าว น่าจะมีความชัดเจนภายในเร็วๆ นี้ว่าฟ้องได้หรือไม่ได้ เพราะบางส่วนก็แย้งว่ากรรมการสรรหาฯ ไม่มีอำนาจทางปกครอง เมื่อไม่มีอำนาจทางปกครอง จะไปฟ้องศาลปกครองอาจไม่ได้ ศาลอาจไม่รับคำร้อง แต่หากเห็นว่าฟ้องได้ก็คงมีการดำเนินการต่อไป เรื่องนี้ในทีมงานประธาน กสทช.มองกันว่า เป็นเรื่องของขบวนการที่ต้องการทำให้เกิดความวุ่นวายเพื่อให้การทำงานของ กสทช.ทำงานต่อไม่ได้" แหล่งข่าวในคณะทำงาน นพ.สรณที่นั่งอยู่หน้าห้องประธาน กสทช.ระบุ

ขณะที่ก็มีรายงานว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช.จะนัดประชุมกันอีกครั้งวันศุกร์ที่ 24 ก.ค.นี้ เพื่อตรวจเอกสารบันทึกการประชุมและยืนยันมติเมื่อ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นจะทำหนังสือในนามคณะกรรมการสรรหาฯ ส่งถึงเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อแจ้งมติของคณะกรรมการสรรหาฯ ส่งถึงนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ให้เสนอเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อโปรดเกล้าฯ ให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่ง ในฐานะที่ตามกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำชื่อ กสทช.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงวันประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ อีกครั้งปลายสัปดาห์นี้ ตัวของ "อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี" คงต้องแสดงท่าทีออกมาให้ชัดเจนต่อเรื่องดังกล่าว ว่าหากได้รับเรื่องจากประธานวุฒิสภาแล้วจะดำเนินการอย่างไร จะรอให้เรื่องสะเด็ดน้ำ คอยดูท่าทีจากฝ่าย นพ.สรณก่อนหรือไม่ หรือจะนำเรื่องส่งขึ้นไปตามขั้นตอนเลย ซึ่งตัวนายกฯ คงมีท่าทีต่อประเด็นร้อนดังกล่าวภายในไม่กี่วันนี้

ทำให้เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเผือกร้อนใหม่สำหรับ นายกฯ อนุทิน หากเรื่องยังไม่สะเด็ดน้ำ ยิ่งหาก นพ.สรณ มีการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อรีบสกัด-ยับยั้งมติของคณะกรรมการสรรหาฯ แล้วกระบวนการข้อกฎหมายยังมีเรื่องค้างคาอยู่ อนุทินก็ต้องชั่งน้ำหนักว่าจะดำเนินการอย่างไร ที่เป็นการเซฟตัวเองให้มากที่สุด โดยคงต้องฟังคำชี้แนะจาก ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ มือกฎหมายคนสำคัญของรัฐบาล เพื่อไม่ให้เรื่องนี้บานปลายและพลาดพลั้งเอาได้

แต่เบื้องต้น ฝ่ายการเมืองก็ออกมาจี้อนุทินแล้วว่า ต้องดำเนินการเอา นพ.สรณออกจากตำแหน่งประธานกสทช.ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะเสียงจากพรรคประชาชน ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ นพ.สรณมานาน ตั้งแต่ยุคพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะการตรวจสอบงบ กสทช.และการทำหน้าที่ของ นพ.สรณ เรียกได้ว่าพอรายงานประจำปี กสทช.เข้าสภาฯ เมื่อใด สส.พรรคส้มก็จะใช้โอกาสดังกล่าวไล่ถล่ม กสทช.และ นพ.สรณกลางสภาฯ อย่างดุดันทุกรอบ เมื่อได้จังหวะลูกเข้าเท้าแบบนี้ พรรคส้มจึงไม่รอช้าหวดเข้าให้ "ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะ กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร" กระทุ้งอนุทินหนักๆ ว่า

“หน้าที่ต่อไปคือนายอนุทิน นายกรัฐมนตรี ต้องนำเรื่องนี้ทูลเกล้าฯ​ ถวายเพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนประธาน กสทช.ลงมาอย่างเร็วที่สุด และทางสำนักงาน กสทช.ต้องทำหนังสือเข้ามาภายใน 15 วัน ไปยังวุฒิสภาให้มีการสรรหาใหม่โดยเร็วที่สุด”

บทสรุปของเรื่องนี้จะจบอย่างไร คงต้องรอดูสองจุดก่อนคือ หนึ่ง-ฝ่าย นพ.สรณจะใช้ช่องทางใด ในการสกัดยับยั้งมติคณะกรรมการสรรหาฯ และหากใช้แล้วจะมีผลทำให้เรื่องยืดเยื้อหรือไม่ และสอง-ท่าทีของนายกฯ อนุทิน ว่าหากได้รับเรื่องจากวุฒิสภาแล้ว จะดำเนินการโดยทันทีหรือไม่ หรือจะรอเคลียร์ปมต่างๆ ก่อน ที่หากจะรอก็คงทำให้เรื่องไม่จบเร็ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระบวนการยุติธรรม ตำรวจ-อัยการ-ศาล จัดทัพ เปลี่ยนผู้นำ

กระบวนการยุติธรรมประเทศไทย ที่ประกอบด้วย “ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ” พบว่า กันยายนปีนี้ 2569 จะมีการเปลี่ยนผ่าน “ผู้นำสูงสุด” พร้อมกันทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ ต้นน้ำ คือตำรวจ ที่ “บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.” จะเกษียณอายุราชการ 30 กันยายน

'ภคมน' จี้ 'นพ.สรณ' ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ หลังบอร์ดสรรหา กสทช. ชี้มีลักษณะต้องห้าม

"ภคมน" จี้ "หมอสรณ" รับผิดชอบมติสำคัญ ควบรวมค่ายมือถือ-กองทุน USO หลัง คกก.สรรหาชี้ มีลักษณะต้องห้าม บอกแม้ไม่ใช่นักการเมือง แต่ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ มองเป็นสิทธิ์ หากร้องศาลปกครอง แต่เปลี่ยนข้อเท็จจริงไม่ได้ ขอรอดูท่าทีนายกฯหลังเสร็จภารกิจเยือนจีน หากยังนิ่งเฉย กมธ.พัฒนาการเมืองฯจะทำหนังสือให้เร่งถอดถอน

'หมอสรณ' หลุดเก้าอี้! 'กก.สรรหา' มติเอกฉันท์ มีลักษณะต้องห้าม กสทช.

คณะกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ 'นพ.สรณ' ประธานกสทช. มีลักษณะต้องห้าม จึงถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.

ประเดิมศึกชิงเก้าอี้ “ผบ.ตร.คนที่16 “กรมปทุมวัน”คึก4แคนดิเดตชิงดำ

บรรยากาศ “กรมปทุมวัน” ช่วงนี้คักคักเป็นพิเศษ เข้าสู่ช่วงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล โดยเฉพาะหัวเรือใหญ่ผู้นำองค์กรสีกากี “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการ วันที่ 30 ก.ย.นี้ หลังจากที่นั่งกุมบังเหียนมาครบ 2 ปีเต็ม

หลุมดำ 'งบประมาณ-เงินกู้' ในช่วงวิกฤต พยุงความเชื่อมั่น-เลิกแบกการเมือง

การตั้ง "งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570” เป็นปัญหาที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยอมรับตรงกันว่ามีความ “ตึงตัว” จากภาระรายจ่ายประจำ เม็ดเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ