‘ไทย-รัสเซีย’ เตรียมลงนาม MOI ด้านการขนส่งภายในปีนี้

‘พิพัฒน์’ ถกทูตรัสเซีย ปักธงเตรียมลงนามความร่วมมือด้านการขนส่ง ‘MOI’ ภายในปีนี้ ลุยถ่ายทอดเทคโนโลยียกระดับระบบราง ย้ำไทยเปิดรับทุกเทคโนโลยี แต่ต้องเชื่อมระบบได้จริง คุ้มค่า ทันสมัย ปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

27 พ.ค.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมช.คมนาคม  เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับ นายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย เพื่อหารือกระชับความสัมพันธ์ 128 ปี ไทย-รัสเซียโดยมุ่งเป้าเดินหน้าเตรียมลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่ง ไฮไลต์สำคัญคือการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อยกระดับระบบคมนาคมไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

สำหรับเป้าหมายสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือการเดินหน้าสู่การลงนามบันทึกแสดงเจตจำนง (MOI) ด้านการขนส่งร่วมกัน โดยฝ่ายไทยและรัสเซียจะพิจารณาหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในปีนี้ ซึ่งคาดว่าอาจเป็นห้วงเวลาการจัดประชุม ASEAN-Russia Summit ในเดือนมิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อให้กรอบความร่วมมือดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำจุดยืนของรัฐบาลไทยว่า ประเทศไทยเปิดกว้างรับเทคโนโลยีจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในประเทศ เทคโนโลยีที่นำเข้ามาจะต้องสามารถบูรณาการและเชื่อมต่อกับโครงข่ายระบบรางของไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพเทียบเท่านานาอารยประเทศ

โดยท่านเอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความพร้อมและสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาระบบรางของไทย อาทิ โครงการก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงหัวรถจักรแห่งใหม่ บริเวณชุมทางแก่งคอย จังหวัดสระบุรี รวมถึงโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า และโบกี้บรรทุกตู้สินค้า พร้อมอะไหล่ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การพัฒนาระบบคมนาคมเกิดความยั่งยืนสูงสุด ทางกระทรวงฯ ได้ชี้แจงถึงนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างคุ้มค่าและกระทบเพดานหนี้สาธารณะให้น้อยที่สุด

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทบทวนรูปแบบการจัดหารถจักรและโบกี้ โดยเพิ่มทางเลือกเพื่อบริหารงบประมาณ เช่น การปรับลดจำนวนการจัดซื้อในระยะแรกเหลือ 50% หรือเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเช่าจากภาคเอกชน ซึ่งในรายละเอียดเชิงลึกจะมอบหมายให้ผู้ว่าการรถไฟฯหารือร่วมกับสถานทูตรัสเซียต่อไป

สำหรับด้านการพัฒนาท่าอากาศยาน ท่านเอกอัครราชทูตฯได้เสนอความสนใจเข้าร่วมโครงการ Smart Car Park ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนที่มาใช้สนามบิน โดยจะมอบหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เป็นผู้หารือในรายละเอียดต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางการ ยกระดับการขนส่งทางน้ำด้วยพลังงานสะอาด เพื่อขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางอากาศ และคืนสุขภาวะที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต

เพิ่มเพื่อน